home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ฟันเป็นรู ฟันผุ ปัญหาสุขภาพฟันใกล้ตัว อย่ามัวแต่ละเลย

ฟันเป็นรู ฟันผุ ปัญหาสุขภาพฟันใกล้ตัว อย่ามัวแต่ละเลย

หนึ่งในปัญหาสุขภาพช่องปากที่สุดแสนจะคลาสสิค และถือเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบเจอได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ ปัญหา ฟันผุ ฟันเป็นรู ที่แม้เราจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า การแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละสองครั้งจะช่วยป้องกันฟันผุได้ แต่ในบางกรณี กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะบางคนก็ยังมีอาการฟันผุอยู่ดี ว่าแต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้น แล้วมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดฟันผุอีกหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาการฟันผุที่เรารู้ที่มาที่ไปกันดีอยู่แล้ว ให้ดีมากยิ่งขึ้นกันค่ะ

ฟันผุ ฟันเป็นรู เกิดจากอะไร

สาเหตุของฟันผุ

อาการฟันเป็นรู หรือ ฟันผุ เป็นปัญหาสุขภาพฟันที่ส่งผลให้สารเคลือบฟันและเนื้อฟันได้รับความเสียหาย และค่อย ๆ กลายเป็นรูขนาดเล็ก ก่อนจะขยายเป็นรูที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยฟันผุเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • คราบพลัค เมื่อรับประทานอาหารจำพวกน้ำตาลและแป้งเป็นจำนวนมาก แต่ทำความสะอาดฟันไม่ทั่วถึงหรือไม่มากพอ จะทำให้มีคราบแป้งและน้ำตาลหลงเหลืออยู่ที่ฟัน และเป็นอาหารของแบคทีเรียในช่องปาก เมื่อแบคทีเรียตัวร้ายกินแป้งและน้ำตาลเหล่านั้น ก็จะก่อตัวเป็นคราบจุลินทรีย์ หรือคราบพลัคที่มีสภาพเป็นกรดอยู่บนเนื้อฟัน ซอกฟัน หรือตามแนวเหงือก คราบพลัคเหล่านี้เมื่อสะสมมากก็จะค่อย ๆ กัดกร่อนแร่ธาตุและสารเคลือบเนื้อฟันออก ทำให้คราบจุลินทรีย์สามารถกัดเนื้อฟันได้โดยตรงจนทำให้ ฟันผุ
  • การรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เมื่อรับประทานในปริมาณมาก อาจสะสมและตกค้างที่เนื้อฟัน จนกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ
  • แปรงฟันไม่สะอาด การไม่ค่อยแปรงฟัน จะทำให้เศษอาหาร และคราบจากอาหารหลงเหลือและตกค้างอยู่ตามซอกฟันหรือเนื้อฟัน จนกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียในช่องปากที่ก่อให้เกิดฟันผุ
  • ฟลูออไรด์ไม่เพียงพอ ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีหน้าที่ในการป้องกันฟันผุและป้องกันความเสียหายต่อเนื้อฟัน แต่เมื่อฟลูออไรด์ลดลง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อฟันได้
  • ปากแห้ง อาการปากแห้งเกิดจากการขาดน้ำ ซึ่งมีผลทำให้น้ำลายในปากลดลง ซึ่งน้ำลายทำหน้าที่ในการช่วยป้องกันฟันผุ โดยการชะล้างอาหารและคราบจุลินทรีย์ออกจากฟัน และลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ดังนั้น ปริมาณน้ำลายที่ลดลงเนื่องจากอาการปากแห้ง จะทำให้สมรรถภาพในการป้องกันฟันผุของน้ำลายลดลง และเสี่ยงเกิด ฟันผุ มากขึ้น
  • กรดไหลย้อน เมื่อเป็นกรดไหลย้อน กรดจากกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมายังปาก อาจทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนและเสียหาย เสี่ยงต่อฟันผุมากขึ้น

ฟันผุ ฟันเป็นรู มีกี่ระยะ

ภาวะ ฟันผุ ที่เรารู้จักกันดีนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 จะมองเห็นเป็นจุดสีขาว ๆ ที่บริเวณด้านบนของเนื้อฟัน หรือร่องฟัน เป็นสัญญาณแรกเริ่มของ ฟันผุ
  • ระยะที่ 2 จะเริ่มมองเห็นจุดสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม สารเคลือบฟันถูกทำลาย และเริ่มเป็นรูเล็ก ๆ
  • ระยะที่ 3 ฟันผุลึกเข้าไปในเนื้อฟันจนเป็นรูขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัด มีอาการปวดฟันเป็นระยะ มีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มของร้อนหรือของเย็น และบริเวณที่ฟันผุมีกลิ่นเหม็น
  • ระยะที่ 4 ฟันผุลึกเข้าไปถึงเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน และเสี่ยงจะลุกลามไปยังรากฟัน มีอาการปวดฟันที่รุนแรงมากขึ้น มีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มของร้อนหรือของเย็น และบริเวณที่ ฟันผุ มีกลิ่นเหม็น

ป้องกัน ฟันผุ ฟันเป็นรู ได้อย่างไรบ้าง

เพื่อสุขภาพฟันที่ดี และลดความเสี่ยงของปัญหาฟันผุ คุณควรดูแลฟันได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เพื่อเสริมฟลูออไรด์ให้ฟัน ช่วยป้องกันฟันผุ
  • แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ หรืออย่างน้อยวันละสองครั้ง
  • เพื่อให้สุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะฟันของคุณสะอาดมากขึ้น ควรใช้ไหมขัดฟันกำจัดเศษอาหารที่ซอกซอนอยู่ตามซอกฟันที่แปรงสีฟันไม่สามารถกำจัดออกไปได้
  • บ้วนปากหลังแปรงฟัน เพื่อลดแบคทีเรียในช่องปาก
  • จำกัดการรับประทานขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลสูง เพราะเสี่ยงต่อการสะสมแบคทีเรียที่ทำให้ ฟันผุ
  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพฟัน เช่น ผัก ผลไม้ เพราะมีส่วนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำลาย ช่วยป้องกันฟันผุได้
  • งดชาหรือกาแฟ ไม่ควรดื่มบ่อย เพราะเสี่ยงเกิดคราบตามเนื้อฟันและก่อให้เกิดแบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุ
  • ควรไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก ๆ หกเดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟันและความเสี่ยงของฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไหร่

โดยปกติ ต่อให้ไม่มีอาการใด ๆ เกิดขึ้นกับฟัน คุณก็ควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงของสุขภาพฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดฟัน ปวดเหงือก หรืออาการปวดในช่องปาก คุณควรไปพบทันตแพทย์ทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
เขียนโดย Khongrit Somchai
แก้ไขล่าสุด 02/04/2021
x