home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วิธีบรรเทาอาการปวดฟันด้วยตัวเอง ก่อนไปพบทันตแพทย์ ทำได้อย่างไรบ้าง

วิธีบรรเทาอาการปวดฟันด้วยตัวเอง ก่อนไปพบทันตแพทย์ ทำได้อย่างไรบ้าง

หากคุณมีอาการปวดฟัน คุณควรไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด แต่บางครั้งคุณอาจไม่สะดวกไปพบทันตแพทย์ทันที และอาจอยากได้ วิธีบรรเทาอาการปวดฟันด้วยตัวเอง ก่อนที่จะไปพบทันตแพทย์ ซึ่งคุณอาจลองทำตามวิธีเหล่านี้ แต่ควรจำไว้ว่า นี่เป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้นเท่านั้น และคุณจำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์

สาเหตุของอาการปวดฟัน

อาการปวดฟันอาจมีสาเหตุมาจาก

  • ฟันผุ
  • ฝีหรือโพรงหนองในฟัน
  • ฟันมีรอยแตก
  • เกิดความเสียหายต่อการอุดฟัน
  • การเคลื่อนไหวซ้ำๆ เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง การกัดฟัน
  • เหงือกติดเชื้อ

หากเกิดอาการปวดฟัน อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดฟัน โดยอาจมีอาการปวดต่อเนื่อง ปวดจี๊ดขึ้นมา หรือปวดตุบๆ และในบางกรณีจะมีอาการปวดฟันเมื่อมีแรงกดบนฟันเท่านั้น
  • บวมบริเวณฟัน
  • มีไข้ หรือปวดศีรษะ
  • มีของเหลวส่งกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากฟันที่ติดเชื้อ

หากคุณมีอาการปวดฟัน ควรไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ถ้าคุณมีอาการปวดฟันนานกว่า 1-2 วัน อาการปวดรุนแรงขึ้น มีไข้ เจ็บหู หรือเจ็บเวลาอ้าปาก ควรเข้าพบทันตแพทย์ทันที

วิธีบรรเทาอาการปวดฟันด้วยตัวเอง ก่อนไปพบทันตแพทย์

หากยังไม่สะดวกไปพบทันแพทย์ คุณสามารถบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้นเองได้ด้วยวิธีเหล่านี้

บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ

ก่อนไปพบทันตแพทย์ คุณอาจบรรเทาอาการปวดฟันด้วยตัวเองโดยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ เริ่มจากผสมเกลือ ½ ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 8 ออนซ์ (ประมาณ 230 มิลลิลิตร) จากนั้นอมน้ำเกลือที่ได้ไว้ในปากประมาณ 1 นาที จึงค่อยบ้วนน้ำเกลือออก นอกจากนี้คุณอาจใช้ไหมขัดฟันขัดบริเวณรอบๆ ฟันที่มีอาการปวด เพื่อช่วยกำจัดเศษอาหารที่ติดค้างอยู่

กินยาบรรเทาปวด

ทันตแพทย์แนะนำว่า การบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น สำหรับเด็กควรใช้ยาบรรเทาปวด คือ ยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) ส่วนผู้ใหญ่สามารถเลือกซื้อยาบรรเทาปวดจากร้านขายยาทั้งยาอะเซตามิโนเฟน และยาชนิดอื่น เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน

ประคบเย็น

ถ้าใบหน้าของคุณบวม ให้นำถุงใส่น้ำแข็งมาประคบที่แก้ม จะสามารถช่วยบรรเทาปวดได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวม อาจเป็นเพราะมีหนองหรือของเหลวในบริเวณรากฟัน และสามารถทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงในฟันกรามและฟันซี่อื่น หากประคบเย็นแล้วอาการปวดฟันยังไม่ดีขึ้น และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ คุณควรไปพบคุณหมอทันที

ใช้ยาที่มีส่วนผสมของเบนโซเคน

เบนโซเคน (benzocaine) มีฤทธิ์เป็นยาชา เมื่อคุณทายาที่มีส่วนผสมของเบนโซเคนลงไปในบริเวณที่ปวดฟันก็จะทำให้รู้สึกชาอยู่ครู่หนึ่ง จึงช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

หยุดสัญญาณความเจ็บปวดด้วยน้ำแข็ง

นักวิจัยเชื่อว่าน้ำแข็งสามารถหยุดสัญญาณความเจ็บปวดจากสมองของคุณได้ โดยวิธีบรรเทาอาการปวดฟัน คือ ให้คุณวางน้ำแข็งบนฝ่ามือข้างเดียวกับที่มีอาการปวดฟัน เช่น ปวดฟันข้างซ้าย ก็วางน้ำแข็งไว้ที่มือซ้าย จากนั้นถูน้ำแข็งตรงบริเวณระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ เป็นเวลา 7 นาที หรือจนกระทั่งผิวบริเวณนั้นตึง อาจช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้

น้ำมันกานพลู

หากคุณทาน้ำมันกานพลูลงบนบริเวณที่ปวดฟัน หรือใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลูและนำไปวางไว้บริเวณที่ปวดฟันหรือเหงือก อาจช่วยบรรเทาอาการได้ เนื่องจากน้ำมันกานพลูมีฤทธิ์เป็นยาชาคล้ายคลึงกับยาเบนโซเคน ที่เป็นเจลบรรเทาอาการปวดฟัน

วิธีป้องกันอาการปวดฟัน

สาเหตุของอาการปวดฟันส่วนใหญ่เกิดจากฟันผุ การรักษาความสะอาดสุขภาพช่องปากด้วยวิธีเหล่านี้ ช่วยป้องกันอาการปวดฟันได้

  1. ห้ามเข้านอนโดยที่ยังไม่แปรงฟัน และควรแปรงฟันวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและก่อนเข้านอน
  2. ควรแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยแปรงฟันให้สะอาดทั้งด้านในและด้านนอก
  3. อย่าละเลยการแปรงลิ้น
  4. ใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์
  5. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ วันละ 1 ครั้ง
  6. ใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือใช้น้ำมันมะพร้าวบ้วนปาก
  7. ดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน
  8. กินผักและผลไม้ที่เคี้ยวได้
  9. จำกัดปริมาณน้ำตาลและอาหารที่มีความเป็นกรดสูง
  10. พบทันตแพทย์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจติดตามสุขภาพอนามัยในช่องปาก และดูแลรักษาฟัน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Toothaches. https://www.webmd.com/oral-health/guide/toothaches. Accessed on September 26, 2018.

Home Remedies for Toothache. https://www.webmd.com/oral-health/home-remedies-toothache. Accessed on September 26, 2018.

11 Ways to Keep Your Teeth Healthy. https://www.healthline.com/health/dental-and-oral-health/best-practices-for-healthy-teeth#1. Accessed on September 26, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 02/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x