home

What are your concerns?

close
Inaccurate
Hard to understand
Other

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ตาอักเสบ อาการ สาเหตุ การรักษา

ตาอักเสบ อาการ สาเหตุ การรักษา

ตาอักเสบ คือ การอักเสบ หรือการติดเชื้อของเยื่อบุตา โดยเยื่อบุตาเป็นเนื้อเยื่อที่เป็นเมือกใส ๆ บาง ๆ ที่คลุมบริเวณตาขาว และด้านในเปลือกตา เมื่อตาอักเสบ อาจเกิดอาการตาแดง คัน ระคายเคืองบริเวณดวงตา แต่อาจไม่ร้ายแรงจนส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว ตาอักเสบสามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อาจสัมผัสเชื้อโรคขณะอยู่ในสนามเด็กเล่น และผู้ใหญ่ที่ใช้สายตามาก อยู่ในที่แออัด หรือใส่คอนแทคเลนส์แล้วทำความสะอาดไม่ดีพอ

อาการตาอักเสบ

อาการของตาอักเสบอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งอาจสามารถสังเกตอาการได้ดังต่อไปนี้

  • ตาแดงบริเวณตาขาว อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
  • รู้สึกคันหรือระคายเคืองในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
  • ตาพร่ามั่ว
  • ตาไวต่อแสง
  • เยื่อบุตาบวม
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา โดยเด็กเล็กอาจบอกว่ารู้สึกเหมือนมีทรายเข้าตา
  • ตาแฉะ มีน้ำตาไหลมากกว่าปกติ
  • มีขี้ตาบริเวณเปลือกตา หรือขนตาในเวลาตื่นนอน
  • เวลาใส่คอนแทคเลนส์รู้สึกไม่สบายตา หรือใส่ไม่เข้าที่

อาการตาอักเสบ อาจแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นจากการสัมผัสได้ ดังนั้น ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการรักษา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

สาเหตุของตาอักเสบ

สาเหตุของตาอักเสบอาจเกิดจากหลายปัจจัย ดังต่อไปนี้

  • ตาอักเสบจากการระคายเคือง เกิดการระคายเคือง เมื่อสัมผัสกับสารเคมี หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา เช่น ฝุ่น ขนตา ยาสระผม คลอรีนในสระว่ายน้ำ มลพิษทางอากาศ รวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์หมดอายุ หรือทำความสะอาดไม่ดีพอ
  • ตาอักเสบจากภูมิแพ้ อาจเกิดจากร่างกายตอบสนองต่อสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสร ไรฝุ่น ขนสัตว์ เนื่องจากร่างกายผลิตแอนติบอดีที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลินอี (Immunoglobulin E หรือIgE) ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารกระตุ้นการแพ้ ซึ่งตาอักเสบจากภูมิแพ้อาจมีอาการไอ จาม และน้ำมูกไหลร่วมด้วย
  • ตาอักเสบจากไวรัสและแบคทีเรีย ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกับอาการหวัดหรืออาการของการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น เจ็บคอ รวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด

ซึ่งเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียอาจสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยมือสัมผัสกับวัตถุที่มีเชื้อโรคแล้วมาสัมผัสที่ตา หรือสัมผัสน้ำตา น้ำมูก ของผู้ที่มีเชื้อ

วิธีรักษาตาอักเสบ

การรักษาตาอักเสบมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการการติดเชื้อหรือการอักเสบ และป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยวิธีรักษาอาจขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดอาการ ซึ่งอาจมีดังนี้

  • การรักษาตาอักเสบจากการระคายเคือง อาจล้างตาด้วยน้ำเกลือ 0.9 % (Normal Saline Solution) อย่างระมัดระวังหรือน้ำเกลือที่ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น หรือล้างตาด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ นาทีจนรู้สึกว่าสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา และควรหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อมากขึ้น
  • การรักษาตาอักเสบจากภูมิแพ้ อาจหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ขนสัตว์ รวมถึงอาจใช้การประคบเย็น ยาหยอดตาต้านการอักเสบ ยาสเตียรอยด์ และยาแก้แพ้ หรือยาต้านฮิสทามีน (Antihistamines) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ ยาแก้แพ้ชนิดทำให้ง่วง เช่น ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) และยาแก้แพ้ชนิดทำให้ไม่ง่วง เช่น ลอราทาดีน (Loratadine)
  • การรักษาตาอักเสบจากไวรัสและแบคทีเรีย หากตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย อาการอาจดีขึ้นภายใน 3-4 วัน โดยไม่ต้องรักษา แต่การใช้ยาหยอดตา หรือขี้ผึ้งป้ายตาอาจช่วยให้บรรเทาอาการได้เร็วขึ้น แต่ตาอักเสบจากเชื้อไวรัสอาจใช้เวลานานถึง 2-3 สัปดาห์ โดยส่วนมากมักเกิดจากเชื้อไวรัส Epidemic Keratoconjuctivitis (EKC) เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสไม่มียารักษาเฉพาะ อาจบรรเทาอาการด้วยการประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม ใช้น้ำตาเทียม หรือยาหยอดตาในกลุ่มยาต้านฮิสทามีน (Antihistamines) ที่อาจช่วยลดอาการคันตา และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันตาอักเสบ

วิธีที่อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงตาอักเสบ หรือลดปัจจัยไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่ผู้อื่น อาจสามารถทำด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของรวมกับผู้อื่น เช่น เครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องกับดวงตา
  • พยายามเปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะหากใช้งานมานาน โดยไม่เปลี่ยน อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค รวมถึงผ้าปูที่นอน และผ้าขนหนู
  • พยายามหลีกเลี่ยงกับบุคคลที่มีอาการตาอักเสบ
  • หากมีอาการตาอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ แล้วสวมใส่แว่นตาแทน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Pink eye (conjunctivitis). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/pink-eye/symptoms-causes/syc-20376355#:~:text=Pink%20eye%20(conjunctivitis)%20is%20the,your%20eyelashes%20during%20the%20night. Accessed September 27, 2021

Conjunctivitis (Pinkeye). https://www.webmd.com/eye-health/eye-health-conjunctivitis. Accessed September 27, 2021

Symptoms of conjunctivitis (pink eye) can include. https://www.cdc.gov/conjunctivitis/about/symptoms.html. Accessed September 27, 2021

Pinkeye (Conjunctivitis). https://kidshealth.org/en/parents/conjunctivitis.html. Accessed September 27, 2021

Conjunctivitis (pink eye). https://www.aoa.org/healthy-eyes/eye-and-vision-conditions/conjunctivitis?sso=y. Accessed September 27, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย นนทกร บัณฑิตสินทรัพย์ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย