home

ปัญหาตาแบบอื่น

นอกจากการเป็นต้อหิน ต้อกระจกแล้ว ยังมี ปัญหาตาแบบอื่น ที่คุณจะได้ศึกษาถึงสาเหตุ รวมถึงวิธีการป้องกันดวงตาให้กับตัวเอง รวมถึงคนในครอบครัว ซึ่งคุณสามารถอ่านข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ ปัญหาตาแบบอื่น

ปัญหาตาแบบอื่น

โรควาร์เดนเบิร์ก ถือได้ว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมอีกหนึ่งโรค ที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงช่วงเยาว์วัย ซึ่งบุคคลรอบข้างสามารถสังเกตได้ง่าย แต่โรคนี้จะมีสัญญาณเตือนอย่างไรเผยออกมาให้คุณพบเห็นบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกคนกันค่ะ โรควาร์เดนเบิร์ก คืออะไร วาร์เดนเบิร์ก หรือ กลุ่มอาการวาร์เดนเบิร์ก (Waardenburg syndrome) ได้ถูกระบุสภาพของโรคเป็นครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2494 โดยเป็นการตั้งชื่อตามจักษุแพทย์ชาวดัตช์ท่านหนึ่งนามว่า DJ Waardenburg ที่ได้ทำการค้นพบลักษณะภาวะทางพันธุกรรมที่หายากนี้ อีกทั้งโรควาร์เดนเบิร์กยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 4 ประเภท ด้วยกัน คือ ประเภทที่ 1 ผู้ที่ประสบกับโรควาร์เดนเบิร์กประเภทแรก มักมีดวงตาที่เบิกกว้าง หรือดวงตาเกิดการเปลี่ยนสีเป็นสีฟ้าซีด และอาจมีภาวะการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย ประเภทที่ 2 ผู้ป่วยที่ประสบกับโรควาร์เดนเบิร์กประเภทที่ 2 ค่อนข้างมีอาการคล้ายคลึงกับประเภทที่ 1 อย่างมาก แต่อาจมีข้อแตกต่างเล็กน้อยตรงที่ดวงตาของผู้ป่วยโรควาร์เบิร์กประเภทนี้จะไม่มีดวงตาที่เบิกกว้างจนเกินไป ประเภทที่ 3 อาจทำให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวของข้อต่อ แขน และไหล่ที่อ่อนแรง พร้อมทั้งอาจมีความผิดปกติของทางด้านระบบประสาท หรือสติปัญญา แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงมีอาการบางอย่างที่คล้ายกับประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ร่วมด้วย เช่น สูญเสียการได้ยิน […]

ปัญหาตาแบบอื่น

คุณผู้อ่านเคยสังเกตตัวเอง หรือมีคนใกล้ตัวบอกบ้างหรือเปล่าว่า เวลาที่นอนหลับคุณผู้อ่านมี อาการนอนตาปิดไม่สนิท ซึ่งปัญหานี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับหลาย ๆ คน แม้แต่คนใกล้ตัวของเราก็อาจจะประสบกับปัญหานี้อยู่ก็เป็นได้ แต่อาการนอนหลับตาปิดไม่สนิทเกิดจากอะไร และมีวิธีรับมือหรือไม่ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจของอาการ นอนหลับตาปิดไม่สนิท มาฝากค่ะ นอนหลับตาปิดไม่สนิท คืออะไร เมื่อพูดถึงอาการนอนหลับแต่ตาปิดไม่สนิท หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นการนอนแบบตาไม่หลับ นอนแล้วแต่ตายังลืมอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงก็คือ เวลานอนจะมีการหลับตาตามปกติ เพียงแต่เปลือกตาไม่สามารถปิดได้สนิทเท่านั้นเอง โดยอาการนอนลืมตาเช่นนี้ไม่ควรวางใจ เพราะถึงแม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรง แต่ อาการนอนตาปิดไม่สนิท สามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพดวงตา เช่น อาการตาแห้ง เสี่ยงที่ฝุ่นละอองจะเข้าตา เกิดอาการระคายเคืองที่ดวงตา เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตา อาจเกิดการขีดข่วนที่กระจกตา หรือเป็นแผลที่กระจกตาได้ อาการของนอนหลับตาปิดไม่สนิทมีอะไรบ้าง โดยมากแล้วผู้ที่มี อาการนอนตาปิดไม่สนิท มักจะไม่รู้ตัวเอง จนกระทั่งมีคนใกล้ตัวทักหรือบอก อย่างไรก็ตาม อาการต่าง ๆ หลังการตื่นนอนดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณมีอาการนอนหลับตาปิดไม่สนิท ตาแห้ง ตาแดง ตาเบลอ แสบตา ระคายเคืองตา รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา คันที่ดวงตา นอนหลับไม่เพียงพอ สาเหตุของอาการ นอนหลับตาปิดไม่สนิท อาการนอนตาปิดไม่สนิท เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนี้ มีปัญหาเปลือกตาปิดไม่สนิทตั้งแต่กำเนิด […]

ปัญหาตาแบบอื่น

เวลารู้สึกเคืองตา หรือคันตา คนเราก็มักหาสารพัดวิธีมาบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น เช่น เอากระดาษทิชชู่หรือผ้าสะอาดซับที่ตาเบา ๆ ล้างตาด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างตา แต่วิธีบรรเทาอาการ คันตา หรือเคืองตาที่มักจะทำกันบ่อยที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นการขยี้ตา ยิ่งคันก็ยิ่งขยี้ จนบางทีตาแดงหนักกว่าเดิม หรือร้ายแรงจนถึงขั้นตาติดเชื้อ หรือเป็นแผลที่กระจกตา วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะพาทุกคนมาหาสาเหตุของอาการคันตา เคืองตา จนต้องขยี้ตาไม่หยุด พร้อมทั้งวิธีรับมือเมื่อเกิดอาการดังกล่าวที่บอกได้เลยว่า ดีกว่าการขยี้ตา จนกระจกตาเป็นแผล หรือริ้วรอยรอบดวงตามาเยือนก่อนวัยแน่นอน สาเหตุของอาการ คันตา สาเหตุของอาการคันตาที่พบได้บ่อย มีดังต่อไปนี้ โรคภูมิแพ้ชนิดที่เป็นตลอดทั้งปี สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดที่เป็นตลอดทั้งปี (Perennial allergies) เช่น แพ้ไรฝุ่น แพ้เชื้อรา แพ้ขนสัตว์ ก็อาจเกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นตา จนทำให้คันตา แสบตา น้ำตาไหล ตาบวมแดง หรือเคืองตาได้ โรคภูมิแพ้ชนิดที่เป็นเฉพาะฤดู โรคภูมิแพ้ชนิดที่เป็นเฉพาะฤดู (Seasonal allergies) บางครั้งเรียกว่า ไข้ละอองฟาง (Hay Fever) หมายถึง โรคภูมิแพ้ที่เป็นเพียงระยะเวลาหนึ่ง หรือฤดูกาลหนึ่งเท่านั้น โดยสารก่อภูมิแพ้ชนิดนี้มักเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่นอกบ้าน เช่น เชื้อรา ละอองเกสรจากดอกไม้ หญ้า วัชพืช การติดเชื้อ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส […]

ปัญหาตาแบบอื่น

หนังตา (Eyelid) นั้นมีความสำคัญกับดวงตาเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกราะป้องกันดวงตาจากสิ่งสกปรก ตาล้า และป้องกันไม่ให้ดวงตาแห้ง แต่สภาวะหนังตาตกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจจะกลายเป็นตัวการสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของเราได้ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำวิธีการ บริหารเปลือกตา เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เปลือกตาของเราแข็งแรง ป้องกันหนังตาตกกันค่ะ ทำไมหนังตาถึงตก ปัญหาหนังตาตก เปลือกตาหย่อนคล้อย และถุงใต้ตาบวมนั้นเป็นเป็นสภาวะที่สามารถพบได้บ่อย โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ทางการแพทย์จะเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะหนังตาตก (Ptosis) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาหนังตาตกค่อนข้างมาก เนื่องจากประสิทธิภาพการควบคุมกล้ามเนื้อเปลือกตา และความยืดหยุ่นของผิวหนัง จะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้หนังตาบนหย่อนคล้อยลง และเปลือกตาล่างเกิดการเหี่ยวย่น กลายเป็นถุงใต้ตา ยา การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาหยอดตาที่ใช้เพื่อรักษาโรคต้อหิน อาจทำให้เกิดการสูญเสียไขมันบริเวณดวงตา และส่งผลให้หนังตาตกได้ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง สภาวะนี้จะส่งผลกระทบต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อในบริเวณหนังตาได้ สภาวะเกี่ยวกับระบบประสาทต่าง ๆ การบาดเจ็บที่ดวงตา การฉีดโบท็อกซ์อย่างไม่ถูกต้อง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง เทคนิคการ บริหารเปลือกตา แบบง่าย ๆ หากคุณสังเกตพบว่า เปลือกตาของคุณมีเริ่มมีลักษณะหย่อนคล้อย […]

ปัญหาตาแบบอื่น

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง และชวนอึ้งอย่างมากในมนุษย์เรา เพราะเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ค่อนข้างค้นพบได้ยากเกี่ยวกับ ภาวะตาสองสี แต่นอกจากจะเป็นดวงตาที่สวยงามชวนมองแล้ว บางกรณีนั้นก็อาจมีอันตรายแอบแฝงร่วมอยู่ด้วยได้อีกด้วยที่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะขอพาทุกคนไปรู้จักกับภาวะของดวงตาดังกล่าวให้มากขึ้นกันค่ะ ภาวะตาสองสี คืออะไร ภาวะตาสองสี (Heterochromia) เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในมนุษย์ และพบได้ทั่วไปในสัตว์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีจุดสังเกตอย่างง่ายดายจากสีของดวงตาข้างใดข้างหนึ่งที่มีสีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยอาจได้รับมาจากพันธุกรรมส่งต่อมาทางครอบครัว และเป็นพันธุกรรมซับซ้อนที่เชื่อมโยงกับยีนในร่างกายของเรา ก่อให้เกิดการกำหนดความเข้มข้นของเม็ดสีเมลานินในม่านตา ที่นำพาไปสู่การเกิดสีต่างๆ บนม่านตาได้ เช่น สีฟ้า สีน้ำตาล สีดำ สีเขียว สีเทา เป็นต้น แต่ในบางกรณีนอกเหนือจากการได้รับมาจากพันธุกรรมแล้ว การที่ดวงตาของคุณมีสีที่เปลี่ยนไปอาจมาจากสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคต้อหิน โรคเบาหวาน กลุ่มอาการกระจายตัวของเม็ดสี เนื้องอกในม่านตา อุบัติเหตุบริเวณม่านตา หรือแม้แต่ใช้ยารักษาดวงตาบางชนิด เป็นต้น ซึ่งถ้าหากคุณมีปัญหาทางสุขภาพเหล่านี้ร่วมอยู่ และพบว่าดวงตาของคุณนั้นมีสีที่เปลี่ยนแปลงไปกระทันหันไม่ได้เป็นมาตั้งแต่กำเนิด คุณควรรีบเร่งเข้าขอรับการรักษา หรือการตรวจอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์อีกครั้ง ก่อนนำพามาสู่ความสูญเสียด้านการมองเห็น ประเภท ของภาวะตาสองสี มีอะไรบ้าง สีของม่านตาที่เปลี่ยนไปนั้น อาจมีลักษณะเบื้องต้นที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่ละการพัฒนาทางพันธุกรรม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วภาวะตาสองสีที่พบเจอ อาจสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ สีของม่านตาแบบสมบูรณ์ (Complete […]

ปัญหาตาแบบอื่น

หากจะมีบุคคลในโลกใบนี้ที่มี ตาสีม่วงอยู่จริง โดยไม่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือพึ่งพานวัตกรรมทางแฟชั่นใด ๆ อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเชื่อได้ยาก แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าลักษณะสีของดวงตาดังกล่าวนั้น มีอยู่จริง แต่อาจมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะทำให้คุณพบเจอกันอย่างง่ายดายทั่วไป วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำข้อมูลของสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะ ตาสีม่วง ที่กำลังพูดถึงมาฝากทุกคน เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เพิ่มเติมกันค่ะ ตำนานเรื่องของ ตาสีม่วง ที่เคยปรากฎ เมื่อปีพ.ศ. 2548 ได้มีตำนานดังของบุคคลหนึ่งที่ชื่อว่า อเล็กซานเดรีย (Alexandria) ซึ่งเป็นมนุษย์ที่ถูกค้นพบว่าดวงตานั้นเกิดการเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงตั้งแต่ในช่วงวัยทารก อีกทั้งยังมีสีผิวซีด และร่างกายที่ไม่ได้สัดส่วนเสียเท่าไหร่ แต่กลับมีช่วงอายุในการใช้ชีวิตอย่างยาวนานกว่า 100 ปี หลายบุคคลที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นเชื่อกันว่าอาจเป็นการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่พบได้น้อยมาก เพราะบุคคลส่วนใหญ่มักเกิดมาพร้อมกับดวงตาสีดำ สีน้ำตาล สีเทา สีฟ้าได้มากกว่า อีกทั้งดวงตาสีทั่วไปเหล่านี้อาจขึ้นอยู่กับเซลล์สร้างเม็ดเลือด และเม็ดสีเมลานินจากทางพันธุกรรมของครอบครัวคุณแต่เดิมมาอีกด้วย ตาสีม่วง เกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง นอกจากสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมดั่งตำนานข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยที่สามารถทำให้สีตาของคุณเปลี่ยนได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนี้ · โรคเฮเทอโรโครเมีย (Heterochromia) สำหรับผู้ที่ประสบกับโรคเฮเทอโรโครเมียจะสังเกตได้ว่าสีตาของคุณข้างใดข้างหนึ่งนั้นแตกต่างออกไปจากสีตาเดิม เช่น ตาข้างซ้ายสีฟ้า และตาข้างขวาสีน้ำตาล ซึ่งโรคนี้สามารถเป็นได้ตั้งแต่กำเนิด และอาจพบไม่บ่อยนักเช่นเดียวกับบุคคลตาสีม่วง · โรคต้อหินชนิดเม็ดสี เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตา ซึ่งเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทตาจนทำให้เม็ดสีในม่านตาหลุดออกมาเป็นบางส่วน จึงส่งผลให้สีตามีการเปลี่ยนสีไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด อีกทั้งหากคุณยังปล่อยให้โรคดังกล่าวนี้อยู่คู่กับคุณเป็นเวลานานโดยไม่รับการรักษาก็อาจทำให้เกิดภาวะสูญเสียทางด้านการมองเห็นได้เลยทีเดียว · เนื้องอกในม่านตา อาการเนื้องอกในม่านตาส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาในระยะแรกเท่าไหร่นัก แต่สำหรับบางคนอาจสังเกตได้จากสีของดวงตาที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง […]

ปัญหาตาแบบอื่น

ใครก็ตามที่จำเป็นต้องทำงาน หรือต้องใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นประจำทุกวันหรือตลอดทั้งวัน แน่นอนว่าต้องเริ่มสังเกตความผิดปกติของสุขภาพดวงตากันบ้าง ทั้งตาเบลอ ตาพร่า ปวดตา หรือตาแห้ง ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพดวงตาเท่าไหร่นัก ในขั้นต้นเราสามารถที่จะป้องกันดวงตาง่ายๆ จากการสวม แว่นตาสำหรับคอมพิวเตอร์ ในเวลาที่ต้องใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ แต่ แว่นตาคอมพิวเตอร์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตาอย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ แว่นตาคอมพิวเตอร์ (Computer Glasses) คืออะไร แว่นตาคอมพิวเตอร์ หรือ แว่นตาสำหรับสวมใส่เมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดิจิทัล บางครั้งก็อาจจะเรียกในชื่อ แว่นกรองแสง สำหรับแว่นตาคอมพิวเตอร์นั้นจะมีความแตกต่างจากแว่นสายตาทั่วไป กล่าวคือแว่นสายตามีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาในการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง  สำหรับแว่นตาคอมพิวเตอร์นั้นจะเป็นแว่นที่ช่วยป้องกันสายตาจากอาการตาเบลอ ปวดตา อาการตาล้า จากการใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ โดยจะมีเลนส์พิเศษที่แตกต่างจากแว่นสายตา นั่นก็คือเป็นเลนส์ที่มีคุณสมบัติลดการสะท้อนของแสงบนหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล ช่วยให้เห็นภาพที่คมชัดขึ้น และไม่ให้ทำให้ปวดตาหรือเมื่อยล้าที่ดวงตา แว่นตาคอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อดวงตาอย่างไรบ้าง การใช้งานคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลอื่นๆ เช่น สมาร์ทโฟน เป็นระยะเวลานานๆ หรือตลอดทั้งวันโดยที่ไม่ได้หยุดพักสายตา เสี่ยงที่จะเกิดอาการตาล้า และอาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล โดยหนึ่งในวิธีที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงของปัญหาดังกล่าวก็คือ การสวมแว่นตาสำหรับคอมพิวเตอร์ เพราะมีประโยชน์ ดังนี้ ป้องกันอาการตาพร่ามัว ตาเบลอ จากการใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัล แว่นตาสำหรับคอมพิวเตอร์มีส่วนช่วยให้มองหน้าจอดิจิทัลได้คมชัดขึ้น ลดอาการปวดคอ […]

ปัญหาตาแบบอื่น

ปัญหาหนึ่งของผู้ที่ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานหรือตลอดทั้งวัน นั่นก็คืออาจส่งผลให้เกิด  อาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล แต่อาการตาล้าประเภทนี้เป็นอย่างไร และจะมี วิธีป้องกันอาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล ได้อย่างไรบ้าง มาติดตามเคล็ดลับสุขภาพดีๆ กันได้ กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ อาการตาล้าโดยทั่วไปกับอาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล แตกต่างกันอย่างไร อาการตาล้า และ อาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล นั้น มีความเหมือนกันในเรื่องของลักษณะอาการ ทั้งความรู้สึกเมื่อยล้าที่ดวงตา มองเห็นภาพเบลอหรือภาพซ้อน มีอาการตาแห้ง ไปจนถึงอาการปวดศีรษะ เป็นต้น แต่จะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยตรงที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาล้านั้นเกิดจากปัจจัยที่แตกต่างกัน อาการตาล้าโดยทั่วไป สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์และสื่อดิจิทัลเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการตาล้า และ อาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล การอ่านหนังสือโดยที่ไม่มีการหยุดพักสายตา การเพ่งใช้สายตากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป การขับรถในระยะทางที่ไกลและมีระยะเวลาที่ยาวนาน เนื่องจากต้องเพ่งสายตาไปที่ข้างหน้าตลอดการขับรถ ดวงตาสัมผัสกับแสงสว่างที่มากจนเกินไป การอ่านหนังสือ หรือมองจอคอมพิวเตอร์และสื่อดิจิทัลในที่มืดหรือที่มีแสงสว่างน้อย มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพดวงตาอยู่แต่เดิมแล้ว เช่น ปัญหาตาแห้ง การที่ดวงตาสัมผัสกับลักษณะอากาศแห้ง ทั้งที่มาจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ เกิดความเครียด เกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย เมื่อยล้า แต่สำหรับ อาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล (Digital Eye Strain) นั้น มีสาเหตุหลักเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ การใช้สายตาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และสื่อดิจิทัลเช่น สมาร์ทโฟน มากจนเกินไป หรือใช้สายตาอยู่ที่หน้าจอของอุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านั้นเป็นระยะเวลานานๆ หรือทั้งวันโดยที่ไม่ได้หยุดพักการใช้สายตา วิธีป้องกันอาการตาล้าจากสื่อดิจิทัล […]

ปัญหาตาแบบอื่น

ดวงตา ถือเป็นอวัยะที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น การ ดูแลดวงตาให้แข็งแรง จึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำ โดยพื้นฐานในการดูแลดวงตาก็คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ ใช้สายตาในบริเวณที่มีแสงที่เพียงพอ แต่ความจริงแล้วยังมีการดูแลดวงตาอื่นๆ ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้หยิบยกเรื่องนี้มาฝากกัน วิธี ดูแลดวงตาให้แข็งแรง ด้วยวิธีแสนง่าย สำหรับวิธี ดูแลดวงตาให้แข็งแรง นั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ รับวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญให้เพียงพอ วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี รวมถึงแร่สังกะสี มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของแมคูลา (Macula) ซึ่งเป็นจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตา โดยแหล่งอาหารที่สำคัญที่มีสารอาหารเหล่านี้ประกอบอยู่ ก็ได้แก่ผักและผลไม้หลากหลายชนิด เช่น แครอท พริกแดง บร็อคโคลี่ ผักโขม สตรอว์เบอร์รี่ มันเทศ มะนาว นอกจากนั้น อาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน และเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ก็ยังทำให้สุขภาพตาดีขึ้นด้วย อย่าลืมกินแคโรทีนอยด์ นอกจากสารอาหารต่างๆ ที่จะช่วยบำรุงสุขภาพของดวงตาแล้ว กุญแจสำคัญที่ช่วยในการปรับปรุงการมองเห็น ก็คือ ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ที่พบในเรตินา และสารดังกล่าวสามารถพบได้ในผักใบเขียว บร็อคโคลี่ บวบ และไข่ […]

x