คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

จูบแลกลิ้น มีข้อดีอย่างไรบ้าง และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

    จูบแลกลิ้น มีข้อดีอย่างไรบ้าง และส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

    จูบแลกลิ้น เป็นการจูบที่ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ลิ้นสัมผัสกันเพื่อเพิ่มความเร่าร้อนให้กับการจูบ ซึ่งการจูบแลกลิ้นอาจช่วยเพิ่มความสุขทางอารมณ์ ลดความเครียด กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และเพิ่มความผูกพันระหว่างคู่รักได้ อย่างไรก็ตาม การจูบแลกลิ้นมีการสัมผัสกับผิวหนัง น้ำลายและสารคัดหลั่งภายในช่องปาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่อาจทำให้เกิดโรคติดต่อตามมาได้

    จูบแลกลิ้น มีข้อดีอย่างไร

    การจูบแลกลิ้นอาจมีข้อดีต่อสุขภาพทางเพศและสุขภาพจิต ดังนี้

    • อาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุข การจูบแลกลิ้นอาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) โดปามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยให้รู้สึกร่าเริง มีความสุข กระตุ้นความรู้สึกผูกพันและรักใคร่
    • อาจช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล การจูบแลกลิ้นอาจช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด จึงอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดและความวิตกกังวล
    • อาจช่วยเพิ่มความผูกพัน ระหว่างการจูบแลกลิ้นอาจทำให้ร่างกายหลั่งของฮอร์โมนออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข จึงอาจช่วยทำให้คู่รักมีความใกล้ชิดและความเข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้คู่รักมีความรักและความผูกพันกันมากขึ้น
    • อาจช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ การจูบแลกลิ้นเป็นการเร้าอารมณ์ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการจูบอาจช่วยเพิ่มความสุขและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ ดังนั้น หากเพิ่มระดับการจูบให้เร่าร้อนขึ้นก็อาจช่วยเพิ่มแรงขับทางเพศให้มากขึ้นตามไปด้วย
    • อาจช่วยลดความดันโลหิต การจูบแลกลิ้นช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจที่อาจช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง
    • อาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน การจูบแลกลิ้นเป็นการแลกเปลี่ยนน้ำลายที่คน 2 คนอาจได้รับเชื้อโรคจากอีกฝ่าย ซึ่งอาจช่วยให้ร่างกายเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการต้านเชื้อโรคได้มากขึ้น
    • อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญ การจูบแลกลิ้นเป็นการขยับกล้ามเนื้อใบหน้าซึ่งอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้มากขึ้น ทั้งนี้ อาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความเร่าร้อนในการจูบด้วย

    จูบแลกลิ้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

    การจูบแลกลิ้นนอกจากจะมีผลดีแล้วยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยผลเสียที่เกิดจากการจูบแลกลิ้น อาจมีดังนี้

    อาจเพิ่มการแพร่กระจายโรค

    โรคติดต่อบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง น้ำลาย สารคัดหลั่ง หรือแพร่กระจายในอากาศ ซึ่งการจูบแลกลิ้นอาจเพิ่มการแพร่กระจายโรคได้ผ่านการสัมผัสกับผิวหนัง น้ำลายและสารคัดหลั่งโดยตรง

    อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย

    เชื้อแบคทีเรียที่อาจติดต่อได้ผ่านการจูบแลกลิ้น อาจมีดังนี้

    • ฟันผุ แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดฟันผุจากผู้ที่มีฟันผุ อาจแพร่กระจายผ่านการจูบแลกลิ้นได้
    • โรคไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคที่ก่อให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง โดยแบคทีเรียเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนัง น้ำลายหรือละอองของสารคัดหลั่ง

    อาจทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัส

    เชื้อไวรัสที่อาจติดต่อได้ผ่านการจูบแลกลิ้น อาจมีดังนี้

    • โรคหวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งการจูบแลกลิ้นเป็นการสัมผัสกับสารคัดหลั่งและผิวหนังของผู้ติดเชื้อโดยตรง จึงอาจส่งผ่านเชื้อไวรัสได้
    • ไข้และต่อมน้ำเหลืองโต เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านทางน้ำลายและการสัมผัสผิวหนังของผู้ติดเชื้อได้
    • การติดเชื้อเริม สามารถแพร่กระจายได้ง่ายเมื่อผู้ติดเชื้อมีแผลพุพองในปาก และการสัมผัสกับผิวหนังหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
    • ไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายหากน้ำลายของผู้ติดเชื้อปนเปื้อนกับเลือดของตนเอง เนื่องจากในกระแสเลือดของผู้ติดเชื้อจะมีเชื้อไวรัสในระดับสูงกว่าน้ำลาย ดังนั้น การจูบแลกลิ้นกับผู้ที่มีแผลในปากจึงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้
    • หูด เชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านการจูบแลกลิ้น โดยเฉพาะหากผู้ติดเชื้อมีบาดแผลเกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง

    วิธีการจูบแลกลิ้น

    ก่อนจะเริ่มการจูบ ทั้ง 2 ฝ่ายควรดูแลรักษาความสะอาดภายในช่องปาก และควรเลือกสถานที่ที่มิดชิดเพื่อให้การจูบเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ควรให้เกียรติอีกฝ่ายโดยต้องได้รับความยินยอมก่อนการจูบเสมอ โดยการจูบแลกลิ้นอาจทำได้ ดังนี้

    • เริ่มด้วยการสัมผัสปลายลิ้น ในช่วงแรกของการเริ่มจูบแลกลิ้นคนส่วนใหญ่อาจไม่ชื่นชอบในการสัมผัสกับน้ำลายของผู้อื่น จึงควรเริ่มด้วยการสัมผัสกับปลายลิ้นเบา ๆ เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อสร้างความเคยชิน
    • ไม่ควรพยายามสอดลิ้นเข้าไปในปากของอีกฝ่ายทันที เพราะการสอดลิ้นเข้าไปในปากของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดความตกใจ จึงควรค่อย ๆ เพิ่มระดับความเร่าร้อนและค่อย ๆ สอดลิ้นเข้าไปอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล
    • หายใจอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ที่เคยจูบแลกลิ้นเป็นครั้งแรกอาจควบคุมจังหวะหายใจไม่ได้ จึงควรค่อย ๆ จูบแลกลิ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจพักการจูบเป็นระยะเพื่อพักหายใจ จากนั้นค่อย ๆ จับจังหวะการหายใจของตัวเองเพื่อให้การจูบแลกลิ้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
    • เพิ่มความเร่าร้อนในการจูบ เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่ทั้งอารมณ์และจังหวะการจูบแลกลิ้น ทั้ง 2 ฝ่ายอาจเพิ่มความเร่าร้อนของการจูบให้มากขึ้น และอาจเพิ่มภาษากายด้วยการสัมผัสไปตามเรือนร่างของอีกฝ่ายเพื่อเร้าอารมณ์
    • สบตาระหว่างการจูบ ส่วนใหญ่การจูบแลกลิ้นจะเกิดขึ้นพร้อมกับการหลับตา แต่การสบตาในขณะจูบอาจช่วยเพิ่มความสุขทางอารมณ์ได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Kissing and your health. https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/conditionsandtreatments/kissing-and-your-health. Accessed July 15, 2022

    What’s So Great About Kissing?. https://www.webmd.com/sex-relationships/features/kissing-benefits. Accessed July 15, 2022

    Shaping the oral microbiota through intimate kissing. https://microbiomejournal.biomedcentral.com/articles/10.1186/2049-2618-2-41. Accessed July 15, 2022

    Affection Exchange Theory. https://sk.sagepub.com/reference/encyclopedia-of-health-communication/n17.xml. Accessed July 15, 2022

    Philematology: The Science of Kissing. A Message for the Marital Month of June. https://www.amjmed.com/article/S0002-9343(13)00186-1/fulltext. Accessed July 15, 2022

    Interpersonal Mechanisms Linking Close Relationships to Health. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5598782/. Accessed July 15, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย