คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วิธีรักษาตกขาว ที่ผิดปกติ และการดูแลสุขภาพช่องคลอด

วิธีรักษาตกขาว ที่ผิดปกติ และการดูแลสุขภาพช่องคลอด

ตกขาว เป็นกระบวนการทำความสะอาดของระบบสืบพันธุ์ โดยการขับสิ่งสกปรก เซลล์ที่ตายแล้ว และแบคทีเรียออกทางช่องคลอด ตกขาวโดยปกติจะมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวใส ไม่มีกลิ่นหากสังเกตว่าตกขาวมีสีผิดปกติ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหาวิธีรักษาตกขาวอย่างเหมาะสม

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

ตกขาวผิดปกติ มีสาเหตุมาจากอะไร

ตกขาวผิดปกติ อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในช่องคลอด ส่งผลให้ความสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดเปลี่ยนแปลง นำไปสู่อาการตกขาวมีกลิ่น ตกขาวมีสีเขียว เหลือง น้ำตาล บางคนอาจมีอาการคัน และแสบช่องคลอดขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตกขาวผิดปกติ มีดังนี้

  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด
  • การติดเชื้อจากคู่นอนระหว่างมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน หนองในเทียม โรคพยาธิในช่องคลอด ซิฟิลิส
  • การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการผ่าตัด หรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์
  • วัยหมดประจำเดือน เพราะอาจทำให้ผนังช่องคลอดบาง ส่งผลให้ช่องคลอดแห้ง ระคายเคืองและอักเสบ
  • สุขภัณฑ์สกปรก เนื่องจากเป็นการสัมผัสกับบริเวณรอบ ๆ อวัยวะเพศโดยตรงอาจทำให้ช่องคลอดเกิดการติดเชื้อ นำไปสู่อาการตกขาวผิดปกติ
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่มีส่วนประกอบของน้ำหอม เช่น ครีม สบู่ รวมถึงการสวนล้างช่องคลอด
  • รอยโรคต่าง ๆ เช่น ติ่งเนื้อ แผลเป็น หรือก้อนในช่องคลอดหรือปากมดลูก
  • โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ การอักเสบของมดลูก ข้ออักเสบ มะเร็งปากมดลูก ที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

Verifying...

วิธีรักษาตกขาวผิดปกติ

วิธีรักษาตกขาวผิดปกติ อาจแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุที่เป็น โดยส่วนใหญ่คุณหมออาจรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ทินิดาโซล (Tinidazole)

เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาทินิดาโซลอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อปรสิต โดยควรรับประทานพร้อมอาหารวันละ 1 ครั้ง ไม่ควรเปลี่ยนขนาดยา หรือหยุดยาเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณหมอ เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา

ก่อนใช้ยานี้ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบหากมีประวัติแพ้ยา และภาวะสุขภาพเกี่ยวกับความผิดปกติของเลือด โรคตับ โรคไต อีกทั้งสตรีตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ยาเพื่อความปลอดภัย

ระหว่างที่รับประทานยาควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลให้มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้และอาเจียนอย่างรุนแรง และปัสสาวะมีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ หากมีอาการวิงเวียนศีรษะ มีไข้ เจ็บคอ คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องร่วง ผิวหนังช้ำและมีเลือดออกง่ายกว่าปกติ พร้อมกับรู้สึกแขนขาชา ควรเข้าพบคุณหมอทันที

  • เมโทรไนดาโซล (Metronidazole)

เป็นยาปฏิชีวนะที่อาจช่วยหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและปรสิต ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร น้ำเปล่า หรือนม โดยขนาดยาอาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอ ไม่ควรหยุดยาเองจนกว่าคุณหมอจะอนุญาตให้หยุดยา แม้ว่าจะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะอาจทำให้อาการกำเริบ และเชื้อดื้อยาได้

ก่อนใช้ยานี้ควรแจ้งให้คุณหมอทราบหากมีประวัติแพ้ยาและภาวะสุขภาพเกี่ยวกับโรคตับ โรคไต ความผิดปกติของเลือด

ระหว่างที่รับประทานยาควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจส่งผลให้วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง หากสังเกตว่ามีอาการหายใจไม่ออก เจ็บคอ มีไข้ ท้องร่วง ผิวหนังช้ำและเลือดออกง่ายกว่าปกติ รวมถึงมีปัญหาด้านการพูดหรือการมองเห็นอย่างกะทันหัน จิตใจและอารมณ์แปรปรวน ควรเข้าพบคุณหมอทันที เพราะอาจเป็นผลข้างเคียงจากการแพ้ยา

  • รักษาสุขอนามัย

คุณหมออาจแนะแนะให้รักษาสุขอนามัยให้สะอาดหลังการขับถ่าย ปัสสาวะ และหลังมีเพศสัมพันธ์ ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ และระหว่างการรักษาควรเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์

การดูแลสุขภาพช่องคลอด

การดูแลสุขภาพช่องคลอด อาจทำได้ ดังนี้

  • ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำอุ่น ไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นเป็นประจำทุกวัน ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนประกอบของน้ำหอมและฟองสบู่มาก และควรหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล
  • หลังจากปัสสาวะ ควรซับอวัยวะเพศให้แห้ง โดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอด
  • เลือกกางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี ลดการอับชื้นและลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงที่รัดรูปหรือแน่นเกินไป เพื่อป้องกันเหงื่อออกและอับชื้นจนทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราเจริญเติบโต
  • ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
  • ตรวจคัดกรองโรคเป็นประจำ เพื่อตรวจสุขภาพช่องคลอด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Vaginal Discharge: What’s Abnormal?. https://www.webmd.com/women/guide/vaginal-discharge-whats-abnormal. Accessed March 18, 2022    

Vaginal discharge. https://www.nhs.uk/conditions/vaginal-discharge/. Accessed March 18, 2022    

vaginal discharge. https://www.mayoclinic.org/symptoms/vaginal-discharge/basics/causes/sym-20050825. Accessed March 18, 2022     

Keeping your vagina clean and healthy. https://www.nhs.uk/live-well/sexual-health/keeping-your-vagina-clean-and-healthy/. Accessed March 18, 2022     

Tinidazole – Uses, Side Effects, and More. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-91258/tinidazole-oral/details. Accessed March 18, 2022     

Metronidazole – Uses, Side Effects, and More. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-6426/metronidazole-oral/details. Accessed March 18, 2022     

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 30/04/2022
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์