คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

หลั่งเร็ว สาเหตุ อาการ และการรักษา

หลั่งเร็ว สาเหตุ อาการ และการรักษา

หลั่งเร็ว เป็นปัญหาทางเพศที่พบได้บ่อยในผู้ชาย ซึ่งอาจเกิดจากภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและความเครียด ทำให้มีอาการถึงจุดสุดยอดเร็วจนเกินไป จนอาจส่งผลให้ฝ่ายหญิงยังไปไม่ถึงจุดสุดยอด และอาจเกิดความไม่พอใจจนเกิดปัญหาในความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการหลั่งเร็วสามารถรักษาได้ ดังนั้น หากพบว่ามีปัญหาหลั่งเร็ว ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาทันที

คำจำกัดความ

หลั่งเร็ว คืออะไร

หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation หรือ PE)คือ ปัญหาการถึงจุดสุดยอดและหลั่งอสุจิเร็วจนเกินไป โดยอาจหลั่งทันทีที่ถูกกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หรือหลังจากสอดใส่เพียงไม่กี่นาที โดยไม่สามารถควบคุมการหลั่งได้ ปัญหาการหลั่งเร็วอาจทำให้อีกฝ่ายไม่ได้รับความพึงพอใจจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักได้

อาการ

อาการหลั่งเร็ว

อาการหลั่งเร็ว มีดังนี้

  • อาการหลั่งอสุจิทันทีที่รู้สึกมีอารมณ์ทางเพศโดยยังไม่มีการสอดใส่
  • อาการหลั่งอสุจิหลังจากสอดใส่ภายในเวลาไม่กี่นาที

บางคนอาจมีอาการหลั่งเร็วมาโดยตลอดตั้งแต่การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ในขณะที่บางคนก็อาจเริ่มมีปัญหาการหลั่งเร็วในภายหลัง หากมีอาการดังกล่าวควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจสุขภาพและหาทางรักษาอย่างเหมาะสม

สาเหตุ

สาเหตุหลั่งเร็ว

สาเหตุที่ทำให้หลั่งเร็ว มีดังนี้

  • ทางจิตใจ อาจเกิดขึ้นจากบาดแผลทางใจ เช่น การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ประสบการณ์การมีเซ็กส์ในอดีต ความไม่มั่นใจในรูปลักษณ์และขนาดของตัวเอง หรืออาจเกิดจากปัญหาทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด วิตกกังวล ปัญหาในความสัมพันธ์
  • ทางร่างกาย เช่น ระดับฮอร์โมนผิดปกติ ที่มีการศึกษากันมากคือสารเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้การรับรู้ความรู้สึกของอวัยวะเพศมีความไวต่อการสัมผัสผิดปกติ อาจเป็นที่เส้นประสาทที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ หรือภายในสมอง การติดเชื้อในต่อมลูกหมากและท่อปัสสาวะ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลั่งเร็ว

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลั่งเร็ว มีดังนี้

  • ความเครียด ปัญหาด้านจิตใจต่าง ๆ อาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความกังวล ทำให้ร่างกายไม่อาจผ่อนคลาย และเสี่ยงต่อภาวะหลั่งเร็ว
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ผู้ที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลั่งเร็วเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และอาจทำให้รีบมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากกลัวว่าอวัยวะเพศจะอ่อนตัวลง

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะหลั่งเร็ว

การวินิจฉัยภาวะหลั่งเร็ว คุณหมออาจเริ่มจากการสอบถามประวัติสุขภาพและปัญหาความสัมพันธ์ จากนั้นจึงตรวจร่างกายด้วยการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และตรวจระบบทางเดินปัสสาวะว่ามีการติดเชื้อหรือไม่

การรักษาภาวะหลั่งเร็ว

การรักษาภาวะหลั่งเร็ว มีดังนี้

ยาชาเฉพาะที่ เช่น ลิโดเคน (Lidocaine) เบนโซเคน (Benzocaine) พรีโลเคน (Prilocaine) ในรูปแบบครีมหรือสเปรย์ ใช้สำหรับทาองคชาตก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10-15 นาที เพื่อลดความรู้สึกทางเพศลง และช่วยชะลอการหลั่ง อย่างไรก็ตาม ยาชาเฉพาะที่อาจส่งผลกระทบต่อคู่รักขณะสอดใส่ได้เช่นเดียวกัน

ยารับประทาน คุณหมออาจสั่งยาบางชนิดเพื่อทำให้สำเร็จความใคร่ช้าลง ได้แก่

  • ยากล่อมประสาท เช่น เอสซิตาโลแพรม (Escitalopram) เซอร์ทราลีน (Sertraline) พาร็อกซีทีน (Paroxetine) ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) เนื่องจากผลข้างเคียงของยาเหล่านี้อาจทำให้การสำเร็จความใคร่ช้า ชะลอการหลั่งอสุจิ แต่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ง่วงนอน และเหงื่อออกมาก
  • ยาดาพ็อกซิทีน (Dapoxetine) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับสารซีโรโทนินเช่นเดียวกับกลุ่มยาต้านเศร้า ช่วยส่งผลในการรักษาอาการหลั่งเร็วและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า โดยต้องใช้ยาไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1-3 ชั่วโมง และไม่สามารถใช้ในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจ ตับและไต
  • สารยับยั้งฟอสโฟไดเอสเตอเรส-5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) เช่น ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ทาดาลาฟิล (Tadalafil) วาร์เดนาฟิล (Vardenafil) อาจช่วยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่นำไปสู่การหลั่งเร็ว แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น ปัญหาการย่อยอาหาร ปวดศีรษะ หน้าแดง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การปรับไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันภาวะหลั่งเร็ว

การป้องกันภาวะหลั่งเร็ว มีดังนี้

  • ช่วยตัวเอง คุณหมออาจแนะนำให้ช่วยตัวเองประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพื่อชะลอการหลั่งอสุจิระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • เพิ่มเวลาล้าโลม หรือฟอร์เพลย์ (Foreplay) ควรใช้เวลาเล้าโลมก่อนมีเพศสัมพันธ์ให้นานขึ้น
  • ฝึกควบคุมการหลั่ง (Stop Pause Method) คือ พักการมีเพศสัมพันธ์ก่อนเมื่อรู้สึกว่าจะมีการหลั่ง
  • สวมถุงยางอนามัย อาจช่วยชะลอการหลั่งอสุจิได้ เนื่องจากถุงยางบางยี่ห้ออาจมีความหนาที่ช่วยลดความรู้สึกทางเพศ
  • บริหารอุ้งเชิงกราน เพราะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแออาจทำให้เกิดปัญหาการหลั่งเร็ว ดังนั้น จึงควรบริหารอุ้งเชิงกรานด้วยการขมิบค้างไว้ประมาณ 3 วินาที และผ่อนแรงลง 3 วินาที ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง อย่างน้อย 2-3 ชุด/วัน
  • ลดความเครียด ทำจิตใจและร่างกายให้ผ่อนคลาย เพื่อลดความเครียด ความกังวล และความรู้สึกผิด
  • ใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อชะลอการหลั่งเร็ว เช่น ห่วงรัดที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของเลือด (Cock Ring) ทำให้แข็งตัวได้นานขึ้น และช่วยยืดเวลาให้เสร็จกิจช้าและเสร็จในปริมาณที่มากขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 26/04/2022
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงวรัญญา สิริธนาสาร