คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อาการมดลูกต่ำ สาเหตุ การรักษาและการป้องกัน

อาการมดลูกต่ำ สาเหตุ การรักษาและการป้องกัน

อาการมดลูกต่ำ คือภาวะที่เกิดจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอลง สามารถเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่อาจพบได้บ่อยในผู้หญิงหลังจากคลอดบุตรและอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยอาการมดลูกต่ำอาจส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะและการขับถ่าย ทำให้กระเพาะปัสสาวะและลำไส้หย่อน เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจทำให้ขับถ่ายลำบาก ดังนั้น หากสังเกตว่ามีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไอจามแล้วมีปัสสาวะเล็ด ควรพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดทันที

health-tool-icon

เครื่องมือคำนวณกำหนดคลอด

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณกำหนดคลอดของคุณ แต่พึงระลึกไว้ว่า นี่เป็นเพียงการประมาณการณ์เท่านั้น ไม่ใช่การรับประกัน! อย่างไรก็ตาม คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะคลอดภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนหรือหลังช่วงเวลาที่คำนวณนี้

ระยะเวลารอบเดือน

28 วัน

สาเหตุที่ทำให้มดลูกต่ำ

อาการมดลูกต่ำ อาจเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอและเสื่อมสภาพลง โดยอาจมีสาเหตุ ดังนี้

  • การคลอดบุตรยากเนื่องจากทารกมีลำตัวใหญ่ อาจทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออุ้งเชิงกรานเสียหายขณะคลอด
  • การเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากระดับฮอร์โมนเอนโตรเจนลดลง
  • การมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน
  • การยกของหนักเป็นประจำ
  • อาการท้องผูกเรื้อรัง
  • คนในครอบครัวมีปัญหาเกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งทำหน้าที่พยุงอวัยวะอ่อนแอ
  • มีประวัติการผ่าตัดบริเวณกระดูกเชิงกรานมาก่อน

อาการมดลูกต่ำ สังเกตจากอะไร

อาการมดลูกต่ำอาจสังเกตได้ ดังนี้

  • ตกขาวมีปริมาณมาก และอาจมีเลือดออกทางช่องคลอด
  • ปวดท้องส่วนล่าง
  • เจ็บแสบช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • มีปัญหาในการปัสสาวะและขับถ่าย เช่น ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะไม่ออก ขับถ่ายยาก ท้องผูก
  • เดินลำบาก
  • รู้สึกเหมือนมีเนื้อเยื่อหรือก้อนเนื้อยื่นออกมาทางช่องคลอด

หากสังเกตพบอาการดังกล่าว ควรเข้าพบคุณหมอทันที

อาการมดลูกต่ำ ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ

อาการมดลูกต่ำอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้

  • กระเพาะปัสสาวะหย่อน (Cystocele) อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อด้านในเสียดสีกัน จนเสี่ยงต่อการเกิดแผลในช่องคลอด ปัสสาวะไม่หมด ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ เพิ่มโอกาสการติดเชื้อและปัญหาการปัสสาวะ
  • ลำไส้ส่วนปลายหย่อน (Rectocele) อาจส่งผลต่อระบบการขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายลำบาก ท้องผูก
  • ลำไส้เล็กหย่อนหรือไส้เลื่อน (Enterocele) ลำไส้เล็กบางส่วนอาจหย่อนลงมาที่ช่องคลอด ทำให้รู้สึกตึงและปวดหลังเมื่อยืนขึ้น เมื่อนอนราบอาจรู้สึกว่าอาการบรรเทาลง

การรักษาอาการมดลูกต่ำ

วิธีการรักษาอาการมดลูกต่ำ มีดังนี้

  • ห่วงพยุงทางช่องคลอด (Pessary) คือห่วงที่ทำจากพลาสติกหรือยางที่ใช้เพื่อรองรับมดลูกที่หย่อนคล้อย โดยสอดใส่เข้าทางช่องคลอด อาจจำเป็นต้องถอดมาทำความสะอาดบ่อยครั้ง ผลข้างเคียงคืออาจทำให้รู้สึกระคายเคือง มีสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • การขมิบช่องคลอดเป็นวิธีการบริหารอุ้งเชิงกรานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และอาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ปัสสาวะเล็ด โดยเริ่มจากการฝึกขมิบช่องคลอดค้างไว้ 5 วินาทีและผ่อน 5 วินาที จากนั้นค่อยเพิ่มเวลาตามลำดับจนถึง 10 วินาที ควรทำซ้ำอย่างน้อยวันละ 3 รอบ รอบละ 10 ครั้ง
  • การผ่าตัด เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่อ่อนแอในอุ้งเชิงกราน หรืออาจจำเป็นต้องตัดมดลูก โดยอาจพิจารณาตามระดับความหย่อนคล้อยของมดลูก

การป้องกันอาการมดลูกต่ำ

การป้องกันอาการมดลูกต่ำ อาจทำได้ดังนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพื่อลดความเสี่ยงมดลูกหย่อนคล้อย
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • หยุดสูบบุหรี่

Verifying...

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 30/04/2022
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์