คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

รักแร้หนังไก่ ป้องกันและรักษาได้อย่างไร

    รักแร้หนังไก่ ป้องกันและรักษาได้อย่างไร

    รักแร้หนังไก่ เป็นคำที่นิยมใช้เรียกสภาพผิวใต้วงแขนที่แห้ง หยาบกร้าน และมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นเป็นหย่อม แต่ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน อาจเกิดจากการถอนขนรักแร้ด้วยแหนบ การโกนขนรักแร้ด้วยใบมีดโกน หรือการใช้แว็กซ์กำจัดขน จนทำให้ผิวหนังระคายเคืองและอักเสบ ทั้งนี้ รักแร้หนังไก่ยังอาจเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายได้ด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุที่มักพบในวัยรุ่น แต่ก็สามารถเกิดขึ้นกับคนวัยอื่นได้เช่นกัน

    รักแร้หนังไก่ไม่เป็นอันตรายจึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา และอาการอาจหายไปเองเมื่ออายุมากขึ้น หากต้องการป้องกันการเกิดรักแร้หนังไก่ ควรหลีกเลี่ยงการกำจัดขนด้วยวิธีที่ทำให้ผิวระคายเคือง หรือหากต้องการรักษาให้หายควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม

    รักแร้หนังไก่ เกิดจากอะไร

    รักแร้หนังไก่ คือ ตุ่มขนาดเล็กลักษณะคล้ายสิวหรือผื่นที่ขึ้นเป็นหย่อม ๆ บริเวณใต้วงแขน มักมีสีเนื้อหรือสีน้ำตาล ทั้งนี้ อาจพบผิวหนังที่มีลักษณะคล้ายหนังไก่ที่บริเวณส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น แก้ม ต้นแขน ต้นขา แก้มก้น ได้ด้วย

    รักแร้หนังไก่อาจเกิดจากการกำจัดขนรักแร้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ถอน โกน แว็กซ์ จนผิวหนังอักเสบ ทำให้เคราตินซึ่งเป็นโปรตีนของเส้นขนที่งอกใหม่สะสมอยู่ในรูขุมขน ส่งผลให้ขนไม่สามารถงอกออกจากรูขุมขนและทะลุผิวหนังขึ้นมาได้ จนเกิดเป็นขนคุด ผิวหนังภายนอกมีลักษณะเป็นตุ่ม ๆ นอกจากนี้ รักแร้หนังไก่ยังอาจเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายได้ด้วย เมื่อเป็นรักแร้หนังไก่แล้วอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก โดยทั่วไป รักแร้หนังไก่สามารถหายไปเองได้เมื่ออายุมากขึ้น หรืออายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป

    ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นรักแร้หนังไก่ มีดังนี้

    • เด็กหรือวัยรุ่น
    • ผู้ที่เหงื่อออกมาก
    • ผู้ที่มีผิวแห้ง
    • ผู้ที่เป็นโรคอ้วน
    • ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นรักแร้หนังไก่
    • ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema)

    วิธีรักษารักแร้หนังไก่

    รักแร้หนังไก่ไม่สามารถรักษาให้หายถาวรได้ และอาจกลับเป็นซ้ำได้อีกหากกำจัดขนด้วยวิธีเดิมหรือมีปัจจัยที่มากระตุ้นให้ผิวหนังไม่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการรักแร้หนังไก่ได้

    การรักษาด้วยตัวเอง

    • หลีกเลี่ยงการเกาหรือขัดถูผิวหนังที่เป็นหนังไก่แรง ๆ
    • งดการกำจัดขนด้วยวิธีที่ทำให้ผิวหนังบริเวณรักแร้ระคายเคืองหรืออักเสบ
    • อาบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นแทนการอาบน้ำร้อน และไม่ควรอาบน้ำนานเกินไป เพื่อป้องกันผิวแห้ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดรักแร้หนังไก่ได้
    • เลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือไขมัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง
    • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น
    • เพิ่มความชื้นภายในบ้านด้วยเครื่องทำความชื้น
    • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจเพิ่มการเสียดสีที่ผิวหนัง และทำให้ผิวบริเวณรักแร้ระคายเคืองได้

    การรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์

    • ใช้ครีมขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

    ครีมที่มีส่วนผสมของสารต่อไปนี้ อาจช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และทำให้ผิวที่แห้งนุ่มขึ้น ทั้งนี้ ควรระมัดระวังเมื่อใช้กับเด็กเล็ก เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง เกิดรอยแดงหรือแสบได้ง่าย

      • กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha hydroxy acids) หรือเอเอชเอ (AHAs)
      • กรดแลคติก (Lactic acid)
      • กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid)
      • ยูเรีย (Urea)
    • ใช้ครีมป้องกันรูขุมขนอุดตัน

    ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ หรือเรตินอยด์ (Topical retinoids) เช่น เตรทติโนอิน (Tretinoin) ทาซาโรทีน (Tazarotene) อาจช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและป้องกันรูขุมขนอุดตันได้ ทั้งนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเรตินอยด์อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองผิวแห้งได้ และหากเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงให้นมบุตร คุณหมออาจแนะนำให้ชะลอการใช้ยาหรือเลือกรักษาด้วยวิธีอื่น

    • การรักษาด้วยเลเซอร์หรือการรักษาด้วยแสง (Laser or light treatment)

    หากทายาหรือบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้วสภาพผิวบริเวณใต้วงแขนไม่ดีขึ้น คุณหมออาจแนะนำให้ลดอาการระคายเคือง การอักเสบและรอยแดงบริเวณผิวหนังด้วยเลเซอร์ อีกทั้งเลเซอร์ยังอาจช่วยปรับปรุงสภาพผิวและเนื้อสัมผัสของผิว ช่วยลดการเปลี่ยนสี และลดเลือนจุดน้ำตาลที่อาจเกิดขึ้นหลังตุ่มใสหายไปได้ด้วย

    รักแร้หนังไก่ ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

    วิธีป้องกันการเกิดรักแร้หนังไก่ อาจทำได้ดังนี้

    • อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่น ไม่ควรอาบน้ำร้อนเกินไปหรืออาบน้ำนานเกินไป
    • ใช้สบู่และผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่อ่อนโยนและปราศจากน้ำหอม
    • หลังอาบน้ำให้ซับผิวให้แห้ง หลีกเลี่ยงการถูผิวหนังรุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้
    • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกครั้งหลังอาบน้ำ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา
    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง