คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ลบรอยแผลเป็น และการดูแลผิวให้เนียนสวย ทำได้อย่างไรบ้าง

ลบรอยแผลเป็น และการดูแลผิวให้เนียนสวย ทำได้อย่างไรบ้าง

รอยแผลเป็น คือ เนื้อเยื่อใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหายจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุ การผ่าตัด บาดแผล แมลงกัด บางคนอาจมีเพียงแค่รอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่อาจบรรเทาได้โดยการใช้ยาทาลดรอยแผลเป็น แต่สำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่และมีรอยแผลเป็นนูน อาจจำเป็นต้อง ลบรอยแผลเป็น ด้วยการทำเลเซอร์ หรือการใช้สารเคมีลอกผิว เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น

รอยแผลเป็นเกิดจากการที่เนื้อเยื่อผิวได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ และร่องรอยของโรค เช่น แผลเป็นจากสิว อีสุกอีใส แผลไฟไหม้ รอยถลอก หรืออาจเกิดหลังการผ่าตัด ร่างกายจึงสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมและสมานแผลทดแทนเซลล์ผิวเก่า จึงอาจส่งผลให้เกิดแผลเป็น

ประเภทของรอยแผลเป็น

ประเภทของรอยแผลเป็น มีดังนี้

  • แผลเป็นหดรั้ง (Contracture Scar) คือแผลเป็นที่เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังได้รับความเสียหายในวงกว้าง ส่วนใหญ่เป็นแผลจากไฟไหม้ ทำให้ผิวหนังมีการหดตัว ผิวหนังตึง ผิดรูป และเสียหายลึกลงถึงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวได้
  • แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid scars) คือแผลเป็นที่มีลักษณะนูน หนา และมีขนาดใหญ่กว่าบาดแผล ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการสมานแผลที่ทำให้เนื้อเยื่อเจริญเติบโตผิดปกติ แผลเป็นคีลอยด์อาจรักษาได้ด้วยการผ่าตัด การฉีดสเตียรอยด์ หรือการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว
  • แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar) เป็นแผลเป็นนูนที่คล้ายกับคีลอยด์ แต่จะไม่ใหญ่เกินขอบเขตของบาดแผลที่เป็น อาจรักษาได้ด้วยการผ่าตัด การฉีดสเตียรอยด์ หรือการแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวเช่นกัน
  • แผลเป็นจากสิว หรือหลุมสิว (Acne scars) สิวอักเสบ สิวหัวช้าง หรือสิวหัวหนองขนาดใหญ่อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง และส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวได้หลังจากสิวหาย ซึ่งแผลเป็นจากสิวอาจมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น หลุมลึก หลุมกว้าง หรืออาจทิ้งรอยดำไว้บนผิว

วิธีลบรอยแผลเป็น

วิธีลบรอยแผลเป็น มีดังต่อไปนี้

  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ที่มีในรูปแบบครีม เจล ขี้ผึ้ง และแบบฉีด ที่อาจช่วยลดขนาดของแผลเป็น ลดรอยแผลเป็น และทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นนิ่มลง อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการคัน โดยควรทาเป็นประจำตามคำแนะนำของคุณหมอ แต่สำหรับยาในรูปแบบฉีด โดยปกติแล้วจะฉีด 3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ เพื่อประเมินผลลัพธ์หลังการฉีด และอาจจำเป็นต้องฉีดต่อไปอีกหลายเดือนจนกว่าแผลเป็นจะมีอาการดีขึ้น
  • การกรอผิว เป็นการกรอผิวด้วยลูกกลิ้งที่มีหนามแหลมเล็ก ๆ เพื่อเจาะรูบนชั้นผิวหนัง และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง ซึ่งอาจจำเป็นต้องรักษาประมาณ 4-6 ครั้ง หลังการกรอผิวอาจส่งผลให้มีอาการผิวแดงเล็กน้อย 2-3 วัน
  • การเลเซอร์ เป็นการใช้รังสีที่มีความเข้มข้นสูงฉายลงในบริเวณแผลเป็น เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นบนที่มีความคล้ำออก ทำให้แผลเป็นดูจางลง อีกทั้งยังอาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวฟื้นฟูและมีความยืดหยุ่นขึ้น แต่การเลเซอร์อาจส่งผลให้ผิวมีอาการบวมแดงประมาณ 5 วัน และจำเป็นต้องเข้ารับการเลเซอร์หลายครั้ง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
  • การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการลอกหน้า เป็นกระบวนการใช้สารเคมีเฉพาะทาลงบนผิว เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าชั้นบนสุดออก ทำให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่แทนที่ และช่วยทำให้แผลเป็นดูจางลง
  • การฉีดฟิลเลอร์หรือคอลลาเจน คุณหมออาจฉีดฟิลเลอร์หรือคอลลาเจนเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อทำให้รอยแผลเป็นจางลง แผลเป็นดูเรียบเนียนขึ้น แต่วิธีการนี้มีผลเพียงแค่ชั่วคราว ไม่สามารถรักษารอยแผลเป็นได้อย่างถาวร
  • การแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เพื่อทำให้แผลเป็นแข็งตัว ทำลายเนื้อเยื่อของแผลเป็น และลดการเจริญเติบโต ซึ่งเหมาะกับแผลเป็นแบบคีลอยด์และแบบนูน อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้อาจส่งผลให้มีอาการผิวหนังพุพองจากความเย็นได้ และอาจต้องใช้เวลารักษาหลายปีกว่าที่แผลเป็นจะมีอาการดีขึ้น
  • การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ คือกระบวนการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อแผลเป็นออก แล้วปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจากบริเวณอื่นมาแทนที่ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ไม่มีรอยแผลเป็น โดยปกติมักจะใช้ผิวหนังในบริเวณหลังใบหู
  • การผ่าตัด เป็นวิธีลบรอยแผลเป็นที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ โดยเฉพาะแผลเป็นนูนและแผลเป็นดึงรั้ง ซึ่งอาจใช้วิธีการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อร่วมด้วย เพื่อช่วยลบรอยแผลเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว

การดูแลตัวเองหลังลบรอยแผลเป็น

การดูแลตัวเองหลังลบรอยแผลเป็น อาจทำได้ ดังนี้

  • ระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันการเกิดแผลที่อาจนำไปสู่แผลเป็นอีก หากเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง เช่น เข่าถลอก หกล้ม ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บาดแผล และทายาที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของเภสัชกร แต่สำหรับผู้ที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ เช่น แผลไฟไหม้ รถล้ม ควรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
  • ทายาลดรอยแผลเป็น หรือปิโตเลียมเจล เพื่อให้ผิวบริเวณแผลเป็นมีความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาว หมวกปีกกว้าง และควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป เพื่อช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลง และป้องกันรอยแผลเป็นเปลี่ยนสีเป็นสีที่เข้มขึ้น ทำให้ผิวคล้ำ เป็นรอยด่างดำ และไม่เรียบเนียน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Scars. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/scars Accessed June 14, 2022

SCARS: WHO GETS AND CAUSES https://www.aad.org/public/diseases/a-z/scars-causes Accessed June 14, 2022

PROPER WOUND CARE: HOW TO MINIMIZE A SCAR. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/EVERYDAY-CARE/INJURED-SKIN/BURNS/WOUND-CARE-MINIMIZE-SCARS Accessed June 14, 2022

Treatment-Scars. https://www.nhs.uk/conditions/scars/treatment/ Accessed June 14, 2022

Cosmetic Procedures: Scars. https://www.webmd.com/beauty/cosmetic-procedures-scars Accessed June 14, 2022

How to Make Scars Less Visible. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/ss/slideshow-tips-to-make-scars-less-visible Accessed June 14, 2022

10 THINGS TO KNOW BEFORE HAVING LASER TREATMENT FOR YOUR SCAR. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/COSMETIC/SCARS-STRETCH-MARKS/LASER-TREATMENT-SCAR Accessed June 14, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล