รอยแดงจากสิว วิธีรักษา และดูแลให้รอยดำจางอย่างเห็นผล

    รอยแดงจากสิว วิธีรักษา และดูแลให้รอยดำจางอย่างเห็นผล

    บางครั้งการเป็นสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ อาจทิ้งร่องรอยอย่างรอยแดงเอาไว้บนผิวหนัง โดยปกติแล้ว รอยแดงจากสิว อาจหายไปได้เองหลังจากดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง จึงควรศึกษาวิธีรักษารอยแดงจากสิวอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและช่วยให้รอยแดงจากสิวดูจางลง และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ ล้างหน้าให้สะอาด หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะเกาสิวที่อาจทำให้รอยดำหรือรอยแดงจากสิวหายช้าลง

    รอยแดงจากสิว เกิดจากอะไร

    รอยแดงจากสิว (Post-Inflammatory Erythema หรือ Post-acne erythema) เกิดจากหลอดเลือดฝอยบนผิวหนังขยายตัวเมื่อเกิดสิว โดยเฉพาะเมื่อเป็นสิวอักเสบ มักเกิดร่วมกับอาการผิวหนังอักเสบ ระคายเคือง และรอยแดงจากสิวอาจจะยังคงอยู่แม้สิวจะหายแล้วก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ความเสียหายหรือการขยายตัวของหลอดเลือดเมื่อผิวหนังอักเสบ เป็นแผล ระคายเคือง หรือเป็นสิว อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดในบริเวณนั้นติดขัด และส่งผลให้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นรอยแดงหรือชมพู

    วิธีรักษา รอยแดงจากสิว

    รอยแดงจากสิว อาจรักษาหรือบรรเทาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

    • การใช้ไฮโดรคอร์ติโซนชนิดทาเฉพาะที่ (Topical hydrocortisone) ความเข้มข้นตั้งแต่1-2.5% เป็นยาสเตียรอยด์ที่ช่วยลดอาการอักเสบและรอยแดงบนผิวหนัง ทั้งนี้ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอผิวหนัง และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคันและระคายเคืองผิวหนัง ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
    • การใช้ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ความเข้มตั้งแต่ 2-10% เป็นวิตามินบี 3 รูปแบบหนึ่งที่ใช้รักษาอาการอักเสบของผิวหนังและช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว อาจช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิว รวมถึงอาจช่วยลดการเกิดสิวเรื้อรังได้
    • การใช้วิตามินซีชนิดทาเฉพาะที่ (Topical vitamin C) ความเข้มข้นตั้งแต่ 10-20% เพื่อช่วยต้านการอักเสบ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังซึ่งอาจส่งผลให้ผิวหนังซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ป้องกันการเกิดรอยแดงและรอยดำ ทั้งยังช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใสและสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น
    • การใช้กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ความเข้มข้นตั้งแต่ 5-5% เป็นสารลอกผิวที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น แบคทีเรีย ช่วยลดอาการแดงและระคายเคือง ทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดรอยแดงจากสิวได้
    • การประคบน้ำแข็ง นำผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งแล้วมาประคบตรงรอยแดงจากสิวไม่เกิน 10 นาที อาจช่วยลดอาการปวด บวม และแดงได้
    • การใช้กรดไฮยาลูรอนิค หรือไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบของกรดไฮยาลูรอนิคไม่ทำให้รูขุนขนอุดตัน ช่วยคงความผิวชุ่มชื้นให้ผิว อาจช่วยลดอาการระคายเคืองและรอยแดงจากสิวได้
    • การกรอผิว (Dermabrasion) เช่น การยิงเลเซอร์ การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี อาจช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขน ซึ่งอาจส่งผลให้รอยดำและรอยแดงจากสิวลดลงได้
    • การรักษาด้วยเลเซอร์ เช่น เลเซอร์ไอพีแอล (IPL หรือ Intense Pulsed Light) เลเซอร์เพาซ์ดายด์ (Pulsed dye laser) เพื่อกำจัดหลอดเลือดที่เสียหายใต้ผิวหนัง ลดการอักเสบและเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ทั้งนี้อาจต้องทำซ้ำหลายครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน
    • การใช้ไมโครนีดเดิล (Microneedling) เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ อาจช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิวและรอยแผลเป็นจากสิวได้ และอาจให้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับเซรั่มวิตามินซีหรือเทรติโนอินชนิดทาเฉพาะที่ (Topical Tretinoin)

    วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิว

    วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิว อาจทำได้ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงการสครับหน้า มาส์กหน้า หรือล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและรอยแดงจากสิวแย่ลงได้
    • ใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำของคุณหมอผิวหนังหรือเภสัชกร หรือไปพบคุณหมอผิวหนังตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยให้สิวลุกลามหรือเป็นสิวรุนแรง เพราะอาจทำให้มีรอยดำ รอยแดง หรือรอยแผลเป็นจากสิวที่หายได้ยาก หรือทำให้การติดเชื้อลุกลามได้
    • การรักษารอยแดงจากสิวด้วยการใช้ครีมและการเลเซอร์อาจทำให้ผิวบางและคล้ำเสียได้ง่ายขึ้น จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อออกแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปและมีค่า PA ก่อนออกแดด 15-30 นาที และทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมงเนื่องจากแสงแดดอาจทำให้สิวและรอยแดงจากสิวแย่ลงและหายช้ากว่าปกติ
    • ไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เนื่องจากแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกจากมืออาจติดไปบนใบหน้า รวมทั้งควรงดแกะเกาเพราะอาจทำให้รอยแดงจากสิวยิ่งแย่ลง
    • ใช้เครื่องสำอางแต่น้อยหรืองดใช้เครื่องสำอางในช่วงที่เป็นสิว เนื่องจากอาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่ายกว่าเดิมและทำให้รอยแดงจากสิวหายได้ช้าลง
    • ล้างครีมกันแดดและเครื่องสำอางให้หมดแล้วล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง ไม่ควรนอนหลับโดยไม่ล้างครีมกันแดดหรือเครื่องสำอาง เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน หรือสิวและรอยแดงจากสิวแย่ลง
    • ล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง และเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับคนเป็นสิว ไม่มีส่วนประกอบที่มักทำให้ผิวระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน
    • สระผมให้สะอาดเป็นประจำ และดูแลไม่ให้เส้นผมปรกใบหน้าเพื่อไม่ให้น้ำมันและสิ่งสกปรกจากเส้นผมสัมผัสใบหน้า จนทำให้หน้ามันขึ้น รูขุมขนเสี่ยงอุดตัน และเกิดสิว หรือรอยแดงจากสิวหายช้าลง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    เนตรนภา ปะวะคัง


    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย · แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา