คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

10 วิธี รักษารอยสิว

10 วิธี รักษารอยสิว

สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหากับรอยสิวหลังจากสิวหายควร รักษารอยสิว อย่างทันท่วงที เพราะถึงแม้ว่ารอยสิวจะปรากฏขึ้นเพียงชั่วคราวก่อนจางลงตามระยะเวลา แต่สำหรับบางคนก็อาจคงมีรอยแผลเป็นสีเข้มเช่นเดิม หรือมีผิวหน้าไม่เรียบเนียน และสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจเมื่อออกไปพบเจอผู้คน

รอยสิวเกิดจากอะไร

รอยสิว คือ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากสิวประเภทต่าง ๆ เช่น สิวอักเสบ ก้อนซีสต์ เนื่องจากเป็นกลุ่มสิวที่จัดอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีหนองและอุดตันใต้ผิวหนังยากจะนำออก

ประเภทของรอยสิวส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • รอยสิวทั่วไป รอยสิวนี้จะปรากฏต่อเมื่อหลังจากสิวหายโดยสามารถสังเกตได้จากสีผิวหนังบริเวณที่เกิดสิวเปลี่ยนเป็นสีดำ แดง น้ำตาล และอาจจางหายได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษา
  • รอยสิวหลุมลึก เป็นรอยสิวที่ก่อให้เกิดหลุมสิวขึ้นบนใบหน้า แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
    • รอยสิวชนิดหลุมจิก (Ice Pick Scars) เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวที่ฝังลึกทำร้ายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งในขณะที่เซลล์ผิวได้รับความเสียหายร่างกายจะผลิตคอลลาเจนเพื่อมาซ่อมแซมแต่ก็อาจไม่สามารถผลิตได้มากเพียงพอ จึงก่อให้เกิดรอยแผลเป็นชนิดหลุมสิวที่มีลักษณะเป็นหลุมลึกแต่กว้างไม่เกิน 2 มิลลิเมตร นอกจากนี้รอยสิวชนิดหลุมจิกอาจเป็นผลมาจากพฤติกรรมการบีบสิว กดสิวร่วมด้วย
    • รอยสิวชนิดโค้งกว้าง (Rolling Scars) รอยสิวชนิดโค้งกว้าง คือรอยสิวประเภทหลุมสิวที่เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเช่นเดียวกับรอยสิวชนิดหลุมจิก แต่อาจมีลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งรอยสิวประเภทนี้จะมีความตื้น ขนาดปากหลุมสิวกว้าง 4-5 มิลลิเมตร และมีผิวหนังเป็นโค้งเป็นคลื่น
    • รอยสิวแบบหลุมกว้าง (Boxcar Scars) เป็นรอยสิวหรือหลุมสิวที่อาจใช้ระยะเวลารักษานานกว่าชนิดอื่น ๆ เพราะเกิดจากสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือซีสต์แข็งที่ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและมีขนาดใหญ่ ร่างกายจึงผลิตคอลลาเจนมาเติมเต็มเนื้อเยื่อผิวที่หายไปได้ยากขึ้น ซึ่งบางคนอาจไม่สามารถกลับมามีผิวหนังที่เรียบเนียนในสภาพเดิม หรืออาจส่งผลให้เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้

วิธีรักษารอยสิว

วิธี รักษารอยสิว ให้จางลงสีผิวสม่ำเสมอ และมีผิวที่เรียบเนียน สามารถทำได้ดังนี้

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ครีม หรือยารักษารอยสิว ที่ประกอบด้วยกรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid) และกรดไฮดรอกซี (Hydroxyl acids) ช่วยให้รอยดำ รอยแดงจากสิวจางลง
  • การขัดผิว สำหรับวิธีนี้อาจเหมาะสำหรับรอยแผลเป็นในระดับรุนแรง และควรได้รับการขัดผิวจากคุณหมอผิวหนังเท่านั้น เพราะอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง เพื่อนำชั้นผิวหนังด้านบนออก แต่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น สีผิวเปลี่ยนแปลง
  • การฉีดสเตียรอยด์ เป็นวิธีรักษาหลุมสิว หรือรอยสิวนูนที่พบบ่อยมากที่สุด เพื่อให้รอยสิวนั้นยุบตัวลง แต่อาจจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างสม่ำเสมอจนกว่ารอยสิวจะเรียบเนียนขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการใช้คอลลาเจน หรือไขมันในร่างกายของตัวเองฉีดเข้าไปบริเวณหลุมสิว เพื่อทำให้หลุมสิวตื้น ผิวหนังเต่งตึง รอยแผลเป็นจางลงเพียงชั่วคราว 6-8 ดือน ซึ่งควรทำการรักษาหลายครั้ง
  • ผลัดเซลล์ผิวด้วยเลเซอร์ วิธีรักษารอยสิวนี้อาจเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นหลุมสิว หรือมีรอยสิวที่ตื้น แผลคีลอยด์ ซึ่งคุณหมอจะเลเซอร์บริเวณผิวหนังชั้นบนสุด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน
  • ใช้ลูกกลิ้งนวดหน้า หรือ Skin Needling เป็นอุปกรณ์ที่ที่มีหนามแหลมเล็กติดอยู่บนลูกกลิ้ง ซึ่งประโยชน์ของหนาวแหลมนี้อาจช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในเนื้อเยื่อใต้ผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีหลุมสิว แต่ผู้ที่มีรอยสิวหรือหลุมสิวจากสิวอักเสบที่รุนแรงอาจใช้วิธีนี้รักษาควบคู่กับการเลเซอร์หรือฉีดสเตียรอยด์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ไวขึ้นได้
  • การลอกผิวด้วยสารเคมี เป็นวิธีรักษารอยสิวคล้ายกับการผลัดเซลล์ผิวแบบอื่น ๆ ด้วยการใช้สารเคมี เช่น กรดเอเอชเอ (AHA) กรดพีเอชเอ (PHA) เป็นต้น เพื่อให้ผิวบริเวณที่ได้รับผลกระทบพองและลอกออก เพื่อให้ผิวฟื้นฟูคืนความเรียบเนียน
  • การกระชับผิวด้วยคลื่นความถี่ คือวิธีที่ช่วยให้รอยแผลเป็นจากสิวเรียบเนียน แต่อาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
  • รักษารอยสิวด้วยความเย็น การรักษานี้คือการใช้ความเย็นทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นจากสิวตายและหลุดออก ซึ่งอาจเสริมด้วยการฉีดสเตียรอยด์เพิ่มเติม
  • การผ่าตัด เป็นวิธียกกระชับรอยแผลเป็นจากสิวให้ดูตื้นขึ้น โดยคุณหมอจะนำเข็มขนาดเล็ดเข้าไปใตผิวหนังเพื่อคลายเส้นใยหรือพังผืดออก ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวหน้ามีรอยฟกช้ำ 1-2 สัปดาห์

การป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิว

การป้องกันไม่ให้เกิดรอยสิวคือการรักษาสิวอย่างถูกต้อง ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • รักษาสิวและลดการอักเสบของสิวด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารระคายเคืองและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ยารักษาสิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว โดยอาจขอคำปรึกษาได้จากคุณหมอผิวหนัง
  • ไม่นำมือไปสัมผัสที่สิว หรือแกะสิว บีบสิว เพราะอาจทำให้แบคทีเรียเข้าไปในชั่นผิวที่ลึก ทำให้สิวอักเสบขึ้น
  • หากแผลเป็นที่สิวตกสะเก็ดควรหลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดแผล ปล่อยให้แผลหลายดีจนชั้นสะเก็ดแผลหลุดลอกออกเอง
  • หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ในสิวพัฒนาเป็นเมลาโนไซต์ (Melanocytes) เนื่องจากเซลล์นี้อาจส่งผลให้รอยสิวมีเข้ม และผิวหมองคล้ำขึ้นได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Complications. https://www.nhs.uk/conditions/acne/complications/ . Accessed October 28, 2021

What to Know About Ice Pick Scars. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-ice-pick-scars  . Accessed October 28, 2021

What to Know About Rolling Scars. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-rolling-scars . Accessed October 28, 2021

What to Know About Boxcar Scars. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-boxcar-scars . Accessed October 28, 2021

How to Remove Pimple Scars. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/how-to-remove-pimple-scars . Accessed October 28, 2021

What’s the best treatment for acne scars?. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/expert-answers/acne-scars/faq-20058101 . Accessed October 28, 2021

Can Acne Scars Be Removed?. https://kidshealth.org/en/teens/acne-scars.html . Accessed October 28, 2021

3 Tips To Prevent And Reduce Acne Scars. https://www.northstardermatology.com/blog/3-tips-to-prevent-and-reduce-acne-scars . Accessed October 28, 2021

How to Prevent and Get Rid of Acne Scars. https://share.upmc.com/2017/03/treat-prevent-acne-scars/ . Accessed October 28, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 29/10/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล