วิธีรักษาสิวหัวช้าง ทำได้อย่างไรบ้าง

    วิธีรักษาสิวหัวช้าง ทำได้อย่างไรบ้าง

    สิวหัวช้าง คือ สิวอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากการมีแบคทีเรียเจริญเติบโตในตุ่มสิวจนทำให้เกิดถุงหรือก้อนนูนอักเสบบวมแดงขนาดใหญ่ในผิวหนังชั้นลึก ภายในมีหนองและของเหลว หายปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาอาจทำให้การติดเชื้อลุกลาม เกิดรอยเป็นและหลุมสิวได้ หากเป็นสิวหัวช้าง ควรไปพบคุณหมอผิวหนังเพื่อรับการดูแลด้วย วิธีรักษาสิวหัวช้าง ที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด การรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การแต้มสิวด้วยเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดอะเซลาอิก เรตินอยด์ ทั้งนี้ ไม่ควรแกะเกาสิวหัวช้าง เพราะอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียลุกลามได้

    สิวหัวช้าง เกิดจากอะไร

    สิวหัวช้าง (Nodulocystic acne) เป็นสิวอักเสบรุนแรงขนาดใหญ่ที่พบในผิวหนังชั้นลึก เนื่องจากมีแบคทีเรีย เช่น โพรพิโอแบคทีเรียม แอคเน (Propionibacterium acnes) หรือเชื้อพีแอคเน (P. acnes) เจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิว มักพบที่ใบหน้า หน้าอก หลัง ต้นแขน ไหล่ สิวหัวช้างส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นตุ่มหรือไตขนาดใหญ่ที่บวมแดง คัน อักเสบ มีหนองหรือของเหลวอยู่ภายใน สัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บ สามารถอยู่ได้นานหลายปี หากไม่รีบเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดแผลเป็น หรือหากสิวหัวช้างแตกออกอาจทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ และทำให้สิวลุกลามมากขึ้นได้ จึงควรรีบรักษาให้หายตั้งแต่เนิ่น ๆ

    ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสิวหัวช้าง

    ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดสิวหัวช้าง อาจมีดังนี้

    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน อาจกระตุ้นให้ต่อมน้ำมันผลิตไขมันปริมาณมากจนเกิดเป็นไขมันส่วนเกินที่อาจส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเสี่ยงเกิดสิวหัวช้าง
    • ยารักษาโรคบางชนิด เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ลิเธียม (Lithium) ยารักษาโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล มีส่วนประกอบของโบรไมด์ (Bromides) ไอโอไดด์ (Iodides) ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ รวมไปถึงสิวหัวช้างได้
    • ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS) อาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ซึ่งจะไปเพิ่มการขับไขมันบนผิวหนัง จนทำให้เสี่ยงเกิดสิวได้
    • อากาศร้อน มักทำให้เหงื่อออกมาก ส่งผลให้ผิวหนังอับชื้น มีเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนจนเกิดสิว หากมีแบคทีเรียเติบโตในสิวก็อาจเสี่ยงเกิดสิวหัวช้างได้
    • การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่ทำให้รูขุมขนอุดตันและผิวระคายเคืองได้ง่าย เช่น ซิลิโคน แอลกอฮอล์ พาราเบน
    • การสัมผัสใบหน้าบ่อยครั้ง อาจทำให้แบคทีเรียจากมือหรือวัตถุที่สัมผัสใบหน้าเข้าสู่ผิวหนังและก่อให้เกิดสิวหัวช้างได้

    วิธีรักษาสิวหัวช้าง

    วิธีรักษาสิวหัวช้าง อาจทำด้วยการใช้ยาดังต่อไปนี้

    • ยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและยับยั้งการแพร่กระจายของแบคทีเรียบนผิวหนัง อาจลดการอุดตันของรูขุมขน ลดรอยแดงและบวมของสิวหัวช้างได้
    • ยาคุมกำเนิด จะช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุล โดยอาจใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะและสไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) เพื่อลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน อาจช่วยลดการเกิดสิวได้
    • กรดอะเซลาอิก (Azelaic acid) อาจช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน บรรเทาอาการอักเสบรุนแรง และลดรอยดำที่เกิดจากสิวหัวช้าง
    • เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ จึงอาจบรรเทาอาการอักเสบ บวมแดง และระคายเคืองได้ เหมาะสำหรับสิวอักเสบอย่างสิวซีสต์ สิวหัวหนอง และสิวหัวช้าง
    • เรตินอยด์ เช่น อะดาพาลีน (Adapalene) เตรติโนอิน (Tretinoin) เป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดการอุดตันของรูขุมขน อาจช่วยลดการอักเสบและปริมาณแบคทีเรียในชั้นผิว และบรรเทาอาการของสิวหัวช้างได้ ทั้งนี้ เรตินอยด์ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ยาเรตินอยด์เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์
    • ไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) เป็นยารักษาสิวในกลุ่มกรดวิตามินเอ ช่วยละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ลดแบคทีเรีย ความมันส่วนเกินและอาการอักเสบของสิวหัวช้าง ทั้งนี้ ไอโซเตรติโนอินอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ คัดตึงเต้านม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เกิดลิ่มเลือด หัวใจวาย ความดันโลหิตสูง จึงควรปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ยาเพื่อความปลอดภัย
    • สเตียรอยด์ (Steroid injection) การฉีดสเตียรอยด์จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบและบวมแดงของสิว อาจช่วยให้สิวยุบและหายได้ เป็นวิธีรักษาสิวหัวช้างที่มีประสิทธิภาพ นิยมใช้เมื่อสิวไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะสิวหัวช้างที่รุนแรง

    วิธีป้องกันการเกิดสิวหัวช้าง

    วิธีป้องกันการเกิดสิวหัวช้าง อาจทำได้ดังนี้

    • ล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรือในวันที่อากาศร้อนจนมีเหงื่อออกมาก และควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางเช็ดเครื่องสำอางและครีมกันแดดออกให้หมดจดก่อนล้างหน้า
    • หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือวัตถุอื่น ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ สัมผัสหน้าบ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียไปอุดตันในรูขุมขนจนเกิดสิว
    • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 15 นาที และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง หากมีเหงื่อออกเยอะควรทาครีมกันแดดให้บ่อยขึ้น
    • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของน้ำมันและซิลิโคนที่อาจทำให้ผิวอุดตัน รวมไปถึงซัลเฟต น้ำหอม แอลกอฮอล์ ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง
    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เช่น เบเกอรี แฮมเบอร์เกอร์ ลูกชิ้นทอด หมูย่าง หมูกรอบ ชาบู หมูกระทะ เพราะอาจกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากเกินไป

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Cystic Acne. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/cystic-acne. Accessed November 11, 2022

    WHAT CAN CLEAR SEVERE ACNE?. https://www.aad.org/public/diseases/acne/derm-treat/severe-acne. Accessed November 11, 2022

    Cystic Acne. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21737-cystic-acne. Accessed November 11, 2022

    Acne treatment. https://dermnetnz.org/topics/acne-treatment. Accessed November 11, 2022

    Acne. https://www.nhs.uk/conditions/acne/. Accessed November 11, 2022

    Acne. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/diagnosis-treatment/drc-20368048. Accessed November 11, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง