home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สูตรสครับกาแฟ ขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างปลอดภัย ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

สูตรสครับกาแฟ ขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างปลอดภัย ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

คุณรู้ไหม การบำรุงผิวพรรณด้วยการทาโลชั่น หรือครีมกันแดดอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผิวหนังของเรามีกระบวนการสร้างเซลล์ผิว และการผลัดเซลล์ผิวเก่าอยู่ตลอดเวลา หรือที่เราเรียกกันว่า “ขี้ไคล” นั่นเองทำให้ในบางครั้งเราจำเป็นต้องมีตัวช่วยอย่าง สครับกาแฟ มาช่วยในการขจัดสิ่งเหล่านี้ให้หลุดออกไปได้ง่ายขึ้น บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จึงขอนำ สูตรสครับกาแฟ มาฝากทุกคนให้ได้ลองทำไว้ใช้เองง่าย ๆ เพื่อเผยผิวใหม่ให้กระจ่างใสกว่าเดิม

สครับกาแฟ มีประโยชน์ต่อผิวของเราอย่างไร

สครับกาแฟ ที่เรานำมาขัดผิวมักถูกทำมาจากกากกาแฟ ที่ผ่านกระบวนการทำความอาด และปรับปรุงสูตรให้อ่อนโยนเข้ากับผิวพรรณ โดยอาจมีคุณสมบัติต้านความอักเสบ ชะลอริ้วรอย จากสารต้านอนุมูลอิสระ และ อีลาสติน (Elastin) ภายใน เมล็ดกาแฟ อีกทั้งยังเพิ่มความเรียบเนียนกระจ่างใส และพร้อมปกป้องผิวคุณหลังจากเผชิญกับรังสียูวีบี (UV-B) จากแสงแดดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อจำกัดเกี่ยวการใช้งานสำหรับการนำมาดูแลผิวอยู่บ้างเล็กน้อย คุณไม่ควรใช้สครับกาแฟขัดผิวทุกวัน เพราะการขัดผิวบ่อยเกินไป อาจทำให้ผิวอักเสบ และรู้สึกเจ็บแสบผิวหนังได้ เนื่องจากสครับกาแฟดูดซึมน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว จนส่งผลให้ผิวคุณแห้งกร้าน จนทำให้ผิวมีการคันระคายเคือง และยังอาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ หากคุณชำระล้างร่างกายหลังขัดผิวไม่สะอาด

กากกาแฟ

สูตรสครับกาแฟ ขจัดเซลล์ผิวเก่า

หากคุณไม่สะดวกที่จะออกไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ขัดผิวนี้ คุณสามารถนำเมล็ดกาแฟมาบดให้ละเอียด ซึ่งในการทำสครับกาแฟเก็บไว้ใช้เองนั้น คุณจำเป็นต้องเตรีมส่วนผสม และเรียนรู้ขั้นตอนการทำ ดังต่อไปนี้

ส่วนผสมในการ ทำสครับกาแฟ

  • กากกาแฟ ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง (แบบไม่ผ่านการละลาย)
  • น้ำมันมะพร้าว ½ ถ้วยตรง
  • ภาชนะสะอาดพร้อมฝาปิด

วิธี ทำสครับกาแฟ

  1. ใส่กากกาแฟสำเร็จรูป หรือผงจากเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วและบดแล้ว ลงในภาชนะสะอาด
  2. เทน้ำตาลทรายลงไป คลุกให้เข้ากัน
  3. ค่อย ๆ เทน้ำมันมะพร้าวลงไปผสม จนได้เนื้อสครับกาแฟที่ร่วน ไม่จับตัวเป็นก้อน
  4. นำมาขัดผิวคุณได้เลยในทันทีที่ต้องการ หรือหากอยากเก็บไว้ใช้ภายหลัง ก็อย่าลืมปิดฝาภาชนะให้สนิทด้วย

สำหรับ สูตรสครับกาแฟ แบบธรรมชาตินี้ บางครั้งอาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ของกากกาแฟ ที่รบกวนการผ่อนคลายแก่คุณในขณะขัดผิวอย่างเพลิดเพลินได้ ดังนั้นในระหว่างการผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน คุณสามารถหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปตามกลิ่นที่คุณชอบได้เล็กน้อย เพื่อกลบกลิ่นไหม้ขมของกาแฟ

ที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยในการใช้ และลดผลข้างเคียง คุณควรขัดหรือพอกสครับกาแฟทิ้งเอาไว้เพียงแค่ 5-10 นาที โดยรูปแบบการขัดให้ขัดเป็นวงกลมวน ๆ อย่างเบามือ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดตามปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Eight ways to use coffee on the skin, scalp, and hair. https://www.medicalnewstoday.com/articles/322875. Accessed June 14, 2021

HOW TO SAFELY EXFOLIATE AT HOME. https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-secrets/routine/safely-exfoliate-at-home. Accessed June 14, 2021

Antioxidant and Antiradical Activity of Coffee. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4665516/. Accessed June 14, 2021

Skincare Bootcamp: The Evolving Role of Skincare. https://journals.lww.com/prsgo/Fulltext/2016/12001/Skincare_Bootcamp__The_Evolving_Role_of_Skincare.7.aspx. Accessed June 14, 2021

How to make DIY body scrub. https://www.medicalnewstoday.com/articles/diy-body-scrub. Accessed June 14, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย วรภพ ไกยเดช แก้ไขล่าสุด 30/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x