คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ask-doctor-icon

ถามหมอฟรี

เป็นคนแรกที่ให้ Hello Khunmor รู้ความคิดของคุณ!

วิธีรักษาฝี และการป้องกันฝีตามร่างกาย

    วิธีรักษาฝี และการป้องกันฝีตามร่างกาย

    ฝีเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) ทางบาดแผลหรือรูขุมขนทำให้ผิวหนังนูนเป็นตุ่มมีหนองอยู่ภายใน วิธีรักษาฝี อาจดูแลตนเองเบื้องต้นได้ด้วยการประคบร้อนและไม่แกะหรือเกาบริเวณที่เป็นฝี แต่หากอาการรุนแรง ควรไปพบคุณหมอซึ่งอาจรักษาด้วยการให้รับประทานยาต้านแบคทีเรีย หรือผ่าฝีเพื่อระบายหนองออกและทำให้ฝียุบตัว นอกจากนั้น ฝียังป้องกันได้ด้วยการดูแลและรักษาความสะอาดสุขอนามัยของตนเองด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ล้างมือสม่ำเสมอ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หากเป็นแผลควรล้างแผลและใส่ยา

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

    ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

    เพศชาย

    เพศหญิง

    ฝีเกิดจากอะไร

    ฝี กิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัส อย่างสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) หรือสเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีนัส (Streptococcus Pyogenes) ซึ่งปกติแบคทีเรียดังกล่าวมักไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นเมื่อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยขีดข่วน หรือรูขุมขน ซึ่งส่งผลให้เกิดการติดเชื้อหรือเป็นฝีได้

    ลักษณะของฝี คือ ตุ่มบวมแดงอมชมพู มีหนองอยู่ข้างใน และมีหัวสีออกเหลือง มักทำให้รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองเมื่อผิวหนังบริเวณดังกล่าวถูกเสียดสีหรือโดนสัมผัส ฝีอาจเกิดได้ทั้งบริเวณผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และในรูจมูก รวมทั้งฝีภายในร่างกาย โดยเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียจากภาวะสุขภาพต่าง ๆ เช่น เมื่อไส้ติ่งแตก แบคทีเรียจะกระจายไปยังช่องท้อง และทำให้เป็นฝีในช่องท้องได้เมื่อเป็นฝี

    วิธีรักษาฝี และการดูแลตนเอง

    ฝีเม็ดเล็ก หรือฝีที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร อาจหายได้เอง หรือค่อย ๆ แห้งและยุบลงด้วยการดูแลตนเอง ดังนี้

    1. ประคบร้อนครั้งละ 30 นาที วันละประมาณ 4 ครั้ง
    2. ไม่แกะ เกา บีบ หรือเค้นเพื่อเอาหนองออก เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนังได้
    3. ไม่ใช้มีดหรืออุปกรณ์มีคมใด ๆ เจาะบริเวณตรงกลางตุ่มฝี เพราะอาจไปบาดโดนเส้นเลือดที่อยู่ข้างใต้และก่อให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

    วิธีรักษาฝี มีอะไรบ้าง

    เมื่อเป็นฝี และดูแลตนเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง ควรไปพบคุณหมอ เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    • รับประทานยาปฏิชีวนะ คุณหมออาจจ่ายยาต้านแบคทีเรียให้ผู้ป่วยที่เป็นฝี เช่น คลินดาไมซิน (Clindamycin) เซฟาเลกซิน (Cephalexin) ไดคลอกซาซิลลิน (Dicloxacillin) หรือด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการรักษาฝี และคุณหมออาจเลือกรักษาฝีด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
    • ผ่าฝี เป็นการผ่าตัดเล็ก โดยคุณหมอจะฉีดหรือป้ายยาชาบริเวณรอบ ๆ ฝี แล้วใช้มีดผ่าฝีเพื่อให้หนองไหลออกมา จากนั้นค่อย ๆ ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ แล้วปิดแผลด้วยผ้าพันแผล เพื่อซับหนองที่อาจไหลออกมาเพิ่ม ทั้งนี้ หากหนองไม่ถูกระบายออก ฝีอาจโตขึ้นและแตกเองซึ่งนอกจากทำให้เจ็บปวดแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายหรือเพิ่มโอกาสให้เป็นฝีซ้ำได้
    • ระบายหนองภายในร่างกาย (Percutaneous Drainage) สำหรับผู้ที่เป็นฝีภายในร่างกาย คุณหมอจะเริ่มต้นกระบวนการด้วยการวางยาสลบคนไข้ จากนั้นตรวจหาตำแหน่งของฝีด้วยเครื่องอัลตร้าซาวนด์หรือเครื่องซีที สแกน (CT Scan) เมื่อเจอแล้ว คุณหมอจะค่อย ๆ ใช้เข็มฉีดยาฉีดผ่านผิวหนังเข้าไปเพื่อดูดหนองออกมา หรือผ่าผิวหนังแล้วสอดสายยางเล็ก ๆ เข้าไปเพื่อให้หนองไหลออกมา

    เป็น ฝี เมื่อไรควรไปพบคุณหมอ

    ผู้ป่วยควรไปพบคุณหมอ หากมีอาการดังต่อไปนี้

    • เม็ดฝีมีขนาดเกิน 1 เซนติเมตร
    • เม็ดฝีมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น
    • เม็ดฝีเกิดใกล้กับขาหนีบหรือทวารหนัก
    • เป็นฝีพร้อมมีไข้สูง
    • ผิวหนังใกล้ ๆ เม็ดฝีเป็นเส้นสีแดง ซึ่งหมายถึงเชื้อแบคทีเรียกำลังแพร่กระจาย

    วิธีป้องกันการเกิดฝี ทำอย่างไรได้บ้าง

    เนื่องจากฝีเกิดจากการที่แบคทีเรียกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือรูขุมขน การป้องกันฝีจึงเป็นการรักษาความสะอาดของร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียดังกล่าว ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเปล่าเป็นประจำ
    • หากเป็นแผลหรือเกิดรอยขีดข่วนตามผิวหนัง ควรดูแลรักษาความสะอาด ด้วยการล้างแผล ใส่ยาฆ่าเชื้อ หรือปิดแผลด้วยผ้าพันแผล
    • ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน เครื่องสำอาง เสื้อผ้า มีดโกนหนวด
    • โกนขนรักแร้หรือขนหัวหน่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันมีดโกนบาดจนอาจเกิดแผลและติดเชื้อได้
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Abscess. Overview. https://www.nhs.uk/conditions/abscess/#:~:text=Treating%20an%20abscess,may%20need%20to%20be%20drained. Accessed September 5, 2022

    Abscess. Treatment. https://www.nhs.uk/conditions/abscess/treatment/. Accessed September 5, 2022

    Abscess. https://www.webmd.com/a-to-z-guides/abscess. Accessed September 5, 2022

    Abscess. https://kidshealth.org/en/parents/abscess.html. Accessed September 5, 2022

    Boils and carbuncles. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/boils-and-carbuncles/symptoms-causes/syc-20353770. Accessed September 5, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet
    Next article: