ผื่นคัน จากการแพ้เหงื่อ รักษาได้อย่างไร

    ผื่นคัน จากการแพ้เหงื่อ รักษาได้อย่างไร

    ผื่นคัน จากการแพ้เหงื่อ อาจเป็นหนึ่งในอาการของโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตเหงื่อออกมาในปริมาณมากเกินไป ทำให้มีผื่นแดง รู้สึกคัน ส่วนใหญ่พบในบริเวณใบหน้า แขน และหลัง หากสังเกตว่ามีอาการผื่นคันหลังจากมีเหงื่อออก ควรพบคุณหมอทันที เพื่อป้องกันอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

    ผื่นคันจากการแพ้เหงื่อ คืออะไร

    ผื่นคัน จากการแพ้เหงื่อ อาจเป็นอาการหนึ่งของโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบที่แสดงออกมาในรูปแบบของผื่นคัน โดยเกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงจนขับเหงื่อออกมาเพื่อช่วยระบายความร้อน ซึ่งมีปัจจัยบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นทำให้ร่างกายขับเหงื่อ ดังนี้

    • อยู่ในสภาพอากาศร้อนและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ห้องซาวน่า อ่างน้ำร้อน
    • ตากแดดเป็นเวลานาน
    • ออกกำลังกายและเล่นกีฬา
    • รับประทานอาหารร้อน หรืออาหารที่มีรสเผ็ด
    • อาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
    • สวมเสื้อผ้ารัดแน่น ไม่ระบายอากาศ อับชื้น
    • รู้สึกวิตกกังวล เครียด ประหม่า หรือโกรธ

    นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวกับโรคผิวหนังอักเสบ กลาก หอบหืด และไข้ละอองฟาง อาจเพิ่มความเสี่ยงนำไปสู่การเกิดผื่นคันจากการแพ้เหงื่อได้มากขึ้น

    อาการแพ้เหงื่อตัวเอง สังเกตจากอะไร

    อาการแพ้เหงื่อตัวเอง อาจสังเกตได้จาก

    • อาการคัน แสบร้อนผิวหนัง
    • ผื่นแดงหรือตุ่มนูนขนาดเล็กขึ้นตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หน้าอก แขน ขา และหลังส่วนบน
    • ผิวแห้ง
    • ผิวบวมนูนขึ้น หรือมีอาการแย่ลงหลังจากเหงื่อออกประมาณ 25 นาที

    ควรพบคุณหมอทันทีหากมีอาการ ดังนี้

    • ผิวหนังหรือตุ่มนูน เป็นแผล และมีหนอง
    • หายใจถี่และหายใจเสียงดังมีเสียงหวีด
    • หัวใจเต้นเร็ว หรือชีพจรอ่อนลง
    • ปวดศีรษะ มึนหัว
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปวดท้อง ท้องเสีย
    • ความดันโลหิตต่ำ
    • เป็นลมหมดสติ

    วิธีรักษาผื่นคันจากการแพ้เหงื่อ

    วิธีรักษาผื่นคันจากการแพ้เหงื่อ มีดังต่อไปนี้

    • ยาปฏิชีวนะ คุณหมออาจแนะนำยาปฏิชีวนะในรูปแบบครีมทาบนผิวหนัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ที่อาจส่งผลให้ผิวหนังมีอาการอักเสบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผื่นคันรุนแรง เป็นแผลเปิด และมีเลือดออก
    • ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เป็นยาที่ใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง ต้านการอักเสบ ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น และลดความเสี่ยงต่ออาการผิวหนังบาง
    • ยาแก้แพ้ เช่น ไฮดรอไซซีน (Hydroxyzine) ลอราทาดีน (Loratadine) เฟโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) และเซทิริซีน (Cetirizine) อาจช่วยบรรเทาอาการแพ้เหงื่อที่ก่อให้เกิดผื่นคัน โดยการยับยั้งสารฮีสตามีน (Histamine) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้
    • เพรดนิโซโลน (Prednisolone) คุณหมออาจให้รับประทานยาเพรดนิโซนเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ แต่อาจให้รับประทานในระยะสั้น เพื่อป้องกันผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ เลือดออกง่าย การมองเห็นเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ควรแจ้งคุณหมอให้ทราบหากผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคหัวใจ โรคตา โรคเบาหวาน ปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โรคกระดูกพรุน และปัญหาเกี่ยวกับเลือด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
    • การทำแผลเปียก (Wet dressings) เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลสด เป็นหนอง และตุ่มใส โดยคุณหมอจะทำความสะอาดแผลด้วยแอลกอฮอล์และน้ำเกลือ จากนั้นจึงเช็ดแผลและโดยรอบด้วยยาฆ่าเชื้อ หากเป็นแผลเปิดขนาดใหญ่อาจใช้ผ้าก๊อซอุดไว้ และพันผ้าพันแผลปิดทับ
    • การบำบัดด้วยแสง คุณหมออาจฉายรังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อรักษาบริเวณผิวหนังที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม การบำบัดด้วยแสงอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้หากรักษาในระยะยาว นอกจากนี้ ไม่ควรใช้วิธีการรักษานี้ในเด็กเล็ก เพราะเด็กมีผิวหนังที่บอบบาง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวได้

    การป้องกันผื่นคันจากการแพ้เหงื่อ

    การป้องกันผื่นคันจากการแพ้เหงื่อ อาจทำได้ดังนี้

    • ไม่รับประทานอาหารที่ร้อนและมีรสเผ็ดมากจนเกินไป
    • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน
    • จำกัดเวลาอาบน้ำ ไม่ควรอาบน้ำนานและบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และไม่ควรอาบน้ำร้อนจนเกินไป
    • เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น
    • หากบ้านมีอุณหภูมิร้อน อาจเปิดพัดลมจ่อร่างกาย หรือนำผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย
    • จัดการกับอารมณ์เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเครียด โมโห วิตกกังวล ตื่นเต้นและประหม่า
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อน และควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหลังออกกำลังกาย

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Atopic Dermatitis. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/eczema/eczema-basics. Accessed April 07, 2022

    Overview-Atopic eczema. https://www.nhs.uk/conditions/atopic-eczema/. Accessed April 07, 2022

    Atopic dermatitis. https://medlineplus.gov/ency/article/000853.htm. Accessed April 07, 2022

    Atopic dermatitis (eczema). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/atopic-dermatitis-eczema/symptoms-causes/syc-20353273. Accessed April 07, 2022

    Cholinergic Urticaria. https://www.webmd.com/allergies/cholinergic-urticaria-facts. Accessed April 07, 2022

    Prednisolone – Uses, Side Effects, and More. https://www.webmd.com/drugs/2/drug-6307-2333/prednisolone-oral/prednisolone-liquid-oral/details. Accessed April 07, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 31/05/2022
    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงอัญชิสา กาญจโนมัย