home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ความแตกต่างของ โรคตับชนิดต่างๆ มีอะไรบ้างที่ควรรู้

ความแตกต่างของ โรคตับชนิดต่างๆ มีอะไรบ้างที่ควรรู้

โรคตับ (Hepatic disease) เป็นโรคที่เกิดจากการที่ตับได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดแผลเป็นแบบถาวร จนทำให้เป็นพังผืดขึ้นในเนื้อตับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของลดลง และส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม โรคตับมีหลายชนิดและเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ โรคตับชนิดต่างๆ กันค่ะ

โรคตับชนิดต่างๆ แบ่งตามสาเหตุการเกิดโรค

  • โรคไวรัสตับอักเสบ
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากพิษ หรืออาหารเป็นพิษ
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากโรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตับ
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากมะเร็งตับ

โรคตับชนิดต่างๆ

โรคไวรัสตับอักเสบเอ

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) จัดเป็นหนึ่งในประเภทของโรคตับ มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (HAV) ตัวโรคสามารถแพร่กระจายได้ผ่านอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลที่ติดเชื้อ โดยทั่วไปแล้ว สามารถได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • รับอาหารมาจากคนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งอาจมีการสัมผัสกับปัสสาวะหลังจากเข้าห้องน้ำ และไม่ได้ล้างมือ
  • มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางปาก กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ
  • ไม่ล้างมือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบ

โรคไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) จัดเป็นหนึ่งในประเภทของโรคตับ มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสตับ
อักเสบบี (HBV) ไวรัสตับอักเสบบี สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสเลือด หรืออสุจิของผู้ติดเชื้อ หรือของเหลวจากร่างกายผู้อื่น นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในหญิงตั้งครรภ์จะทำให้ทารกที่เกิดมาติดเชื้อไปด้วย

ถ้าป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ก็อาจเกิดอาการมีไข้ แต่ในบางรายก็ไม่เกิดอาการใด ๆ การตรวจเลือด คือวิธีที่แน่นอนในการพิสูจน์ว่าป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว
ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวจากโรคไวรัสตับอักเสบบีได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็อาจเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรัง ซึ่งตัวโรคจะคงอยู่ไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ โรคไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรังยังสามารถนำมาสู่การเกิดแผลในตับ เกิดความเสียหายในตับ รวมถึงเกิดมะเร็งตับได้อีกด้วย

ภาวะดีซ่าน

ดีซ่าน คือ ภาวะที่ผิวหนังและตาขาวของผู้ป่วยกลายเป็นสีเหลือง บิลิรูบิน (Bilirubin) คือ สารเคมีสีเหลืองที่อยู่ในฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่คอยขนส่งออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดงของร่างกาย เมื่อมีบิลิรูบินมากเกินไป ก็จะก่อให้เกิดภาวะดีซ่าน และขณะที่เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกสร้างโดยตับ

ทารกเกิดใหม่ที่แข็งแรงบางคน ก็อาจมีภาวะดีซ่านในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต อย่างไรก็ตาม ภาวะดีซ่านก็อาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย และอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ถึงปัญหาของตับ ดีซ่านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ประกอบด้วย

  • ป่วยเป็นโรคเลือด
  • ป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • ป่วยเป็นโรคตับ อย่างเช่น โรคไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับแข็ง เป็นต้น
  • ท่อน้ำดีอุดตัน
  • มีอาการติดเชื้อ

โรคตับแข็ง

โรคตับแข็งก่อให้เกิดแผลเป็นในตับ โดยแผลเป็นในตับนั้น เกิดขึ้นได้จากทั้งอาการบาดเจ็บและจากโรคตับแข็ง เนื้อตับที่เกิดแผลเป็นจะไม่สามารถทำงานอย่างเป็นปกติได้อีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การสร้างโปรตีน การช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ การทำความสะอาดเลือด การช่วยย่อยอาหาร และเก็บพลังงาน โรคตับแข็งยังสามารถนำมาสู่อาการดังต่อไปนี้

  • เลือดกำเดาไหล
  • ท้องหรือขาเกิดอาการบวมโต
  • ร่างกายอ่อนไหวต่อการทานยามากขึ้น
  • มีภาวะความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดตับ
  • หลอดเลือดในหลอดอาหารและกระเพาะขยายตัว
  • ไตวาย

ภาวะธาตุเหล็กเกิน

ธาตุเหล็ก คือแร่ธาตุที่พบได้ในอาหารหลายชนิด ร่างกายของคนเราจะดูดซับธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานราวร้อยละ 10 ผู้ที่ต้องทรมานจากภาวะเหล็กเกิน โดยทั่วไปมักมีสาเหตุมาจากการได้รับธาตุเหล็กเกินกว่าจำเป็น ร่างกายไม่มีวิธีการขับธาตุเหล็กออกตามธรรมชาติ จึงต้องเก็บธาตุเหล็กไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะในตับ หัวใจ และตับอ่อน

ภาวะธาตุเหล็กเกินนับเป็นโรคทางพันธุกรรม ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายผลิตธาตุเหล็กมากเกินไป การมีธาตุเหล็กมากเกินไปจะทำลายอวัยวะภายใน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ตัวโรคก็จะทำให้อวัยวะร่างกายเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Canadian Liver Foundation, Liver Disease, http://www.liver.ca/liver-disease/. Accessed on April 8, 2017.

Vishakha V. Hambire, Dr. S. R. Ganorkar, Classification of Liver Disease Based on US Images, https://www.irjet.net/archives/V2/i4/Irjet-v2i478.pdf. Accessed on April 8, 2017.

Liver problem https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/liver-problems/symptoms-causes/syc-20374502

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย เธียรธัช มีโภคา เมื่อ 10/05/2019
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x