กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 16/12/2020 . 3 mins read
Share now

คำจำกัดความ

กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ คืออะไร

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis) เป็นการอักเสบบริเวณลำไส้ที่มักเกิดจากสาเหตุการติดเชื้อ หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า ไวรัสลงกระเพาะ การติดเชื้อส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส แต่อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตได้เช่นกัน

โดยเชื้อจะแพร่กระจายผ่านอาหารหรือน้ำ และทำให้เกิดการติดเชื้อในผู้ที่รับประทาน ภาวะที่พบบ่อยเมื่อเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบคือ ภาวะขาดน้ำ เนื่องจากอาเจียนและท้องร่วง

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบพบได้บ่อย มักเกิดในทารก เด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การล้างมือ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

อาการทั่วไปของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ มีดังนี้

อาการอาจปรากฏให้เห็นหลังจากติดเชื้อ 1-3 วันแล้วแต่กรณี โดยส่วนใหญ่อาการจะคงอยู่ 1-2 วัน หรืออาจนานถึง 10 วัน

อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของโรค ควรปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบคุณหมอ หากเกิดอาการดังต่อไปนี้

  • ถ่ายอุจจาระภายใน 24 ชั่วโมงหรือมีเลือดปน
  • อาเจียนนานกว่า 2 วันหรืออาเจียนเป็นเลือด
  • หากมีภาวะขาดน้ำ คือ กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะเหลือง ไม่ปวดหรือปวดปัสสาวะน้อย
  • มีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส (104 องศาฟาเรนไฮต์) หรือสูงกว่า

สำหรับทารกและเด็ก ควรรีบพาไปพบคุณหมอ หากเกิดอาการดังนี้

  • มีไข้สูงถึง 38.9 องศาเซลเซียส (102 องศาฟาเรนไฮต์)
  • หงุดหงิดหรือไม่สบายตัว
  • เหนื่อยอ่อนหรืออ่อนแรง
  • ถ่ายเป็นเลือด
  • เกิดภาวะขาดน้ำ
  • อาเจียนติดต่อกันหลายชั่วโมง
  • ไม่ปัสสาวะในเวลา 6 ชั่วโมง
  • การนอนหลับผิดปกติ

สาเหตุ

สาเหตุของกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียหรือปรสิต เชื้อเหล่านี้มักเจือปนมากับอาหารหรือน้ำดื่ม และผู้ที่ดื่มน้ำหรือทานอาหารเหล่านั้นได้รับเชื้อเข้าไป

สำหรับการเกิดโรคจากเชื้อไวรัส ไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรคที่พบได้บ่อย คือ โนโรไวรัส (norovirus) และโรต้าไวรัส (rotavirus)

ในบางกรณีอาจเกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบคือ อีคอไล (E. Coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเจือปนอยู่ในอาหารหรือไข่ ที่ไม่ผ่านการปรุงสุก

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบมีดังนี้

  • ผู้สูงอายุ ทารกและเด็ก ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อ
  • ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ภาวะที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวี และเอดส์ รวมถึงการเข้ารับเคมีบำบัด
  • พื้นที่ที่น้ำไม่สะอาด หากบริเวณที่คุณอาศัยมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด ก็ทำให้เสี่ยงเป็นโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบมากขึ้น
  • สุขอนามัยไม่ดี ไม่ล้างมือเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

เพื่อผลการวินิจฉัยที่ถูกต้อง แพทย์อาจทำการตรวจ ดังนี้

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • ตรวจอุจจาระ เพื่อหาเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิต

การรักษากระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

วิธีการรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบประกอบด้วยการพักผ่อนที่เพียงพอ และการรักษาภาวะขาดน้ำ แพทย์อาจสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการของโรค ในกรณีที่โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะให้ใช้

หากสงสัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ คุณควร

  • หยุดทานอาหารสองถึงสามชั่วโมงเพื่อให้กระเพาะได้พัก
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • เริ่มทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กล้วย
  • หลีกเลี่ยงนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ อาหารหนักหรือย่อยยาก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยรับมือกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากการเข้าห้องน้ำ
  • ทานอาหารอ่อนเพื่อให้ย่อยง่าย
  • หยิบหรือส่งอาหารอย่างถูกสุขอนามัย

หากมีคำถามเกี่ยวกับโรค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เทคนิคการดูแลตัวเองที่บ้าน สำหรับ ผู้ป่วยเข้าเฝือก

วิธีการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมเมื่อต้องเข้าเฝือก วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับ เทคนิคการดูแลตัวเอง สำหรับ ผู้ป่วยเข้าเฝือก ให้ทุกคนได้ทราบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

โรคเหงาหลับ (Sleeping sickness) โรคเขตร้อนอันตราย ที่แฝงมาพร้อมกับแมลงวัน

โรคเหงาหลับ หนึ่งในโรคเขตร้อนที่มีพาหะเป็นแมลงวัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอเกี่ยวกับ โรคเหงาหลับ ว่าเป็นอย่างไร และจะป้องกันจากโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ทำความรู้จักกับ ผื่นผิวหนังในช่วงฤดูร้อน พร้อมวิธีการดูแลที่ถูกต้อง

สิ่งที่มาคู่กับฤดูร้อนก็คือ ผื่นผิวหนังในช่วงฤดูร้อน ซึ่งมีหลายชนิดด้วยกัน เมื่อเกิดผื่นเหล่านี้ขึ้นจะมีวิธีการดูแลออย่างไร ติดตามได้ใน Hello คุณหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เคล็ดไม่ลับ วิธีรับมือกับ ความเจ็บปวด ขณะมี เพศสัมพันธ์

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำเคล็ดไม่ลับวิธีรับมือกับ ความเจ็บปวด ขณะมี เพศสัมพันธ์ มาฝากกันค่ะ จะช่วยให้ชีวิตรักของคุณไหลลื่น ไม่มีสะดุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์