ความดันโลหิตสูงขั้นต้น (Prehypertension)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ภาวะที่ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย เรียกว่า ภาวะ ความดันโลหิตสูงขั้นต้น (Prehypertension) ซึ่งหากไม่ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ก็มักพัฒนาเป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) ในภายหลัง

คำจำกัดความ

ความดันโลหิตสูงขั้นต้น คืออะไร

ภาวะที่ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อย เรียกว่า ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น (Prehypertension) ซึ่งหากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายให้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็มักจะกลายเป็นโรคความดันโลหิตสูง (hypertension) ในภายหลัง ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นและโรคความดันโลหิตสูงนั้น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือที่มักเรียกกันว่า ภาวะหัวใจวาย (heart attack) โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure)

ค่าระดับความดันโลหิตนั้นมีสองตัวเลข คือ ตัวเลขด้านบนและตัวเลขด้านล่าง โดยเลขตัวบนหมายถึง ระดับความดันที่หลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัว (systolic pressure) ส่วนเลขตัวล่างคือ ระดับความดันที่หลอดเลือดแดงในช่วงระหว่างการเต้นของหัวใจ (diastolic pressure) ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นจะมีค่าความดันโลหิตตัวบนอยู่ระหว่าง 120-139 มม.ปรอท หรือมีค่าความดันโลหิตตัวล่างอยู่ที่ 80-89 มม.ปรอท

ความดันโลหิตสูงขั้นต้น พบบ่อยแค่ไหน

จากค่าเฉลี่ยของการวัดความดันโลหิตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป เมื่อเข้ารับการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนพบหมอตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป พบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มักมีภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น หรือเป็นโรคความดันโลหิตสูง คุณอาจคิดว่าโรคความดันโลหิตสูงมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะคนทุกวัยสามารถมีภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น หรือเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของความดันโลหิตสูงขั้นต้น

ทั้งภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น และโรคความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ ฉะนั้น วิธีเดียวที่จะบ่งชี้ว่าคุณมีภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น ก็คือ การติดตามอ่านค่าความดันโลหิตของคุณเอง ด้วยการวัดความดันโลหิตทุกครั้งที่ไปพบหมอ หรือคุณสามารถวัดความดันโลหิตที่บ้าน ได้ด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจความดันโลหิตอย่างน้อยทุกๆ สองปี คุณอาจจำเป็นต้องวัดความดันโลหิตถี่ขึ้น หากคุณมีภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น หรือมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

สาเหตุ

สาเหตุของความดันโลหิตสูงขั้นต้น

ปัจจัยใดๆ ก็ตามที่เพิ่มแรงดันให้กับผนังหลอดเลือดแดงล้วนสามารถนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นได้ทั้งสิ้น ในบางครั้งโรคแฝงต่างๆ ก็สามารถทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้เช่นกัน โรคที่อาจนำไปสู่การเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น หรือโรคความดันโลหิตสูง มีดังนี้

ยารักษาโรคบางชนิด ทั้งที่เป็นยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น ยาคุมกำเนิด ยาแก้หวัด ยาลดน้ำมูก ยาแก้ปวด รวมถึงยาเสพติด เช่น โคเคน แอมเฟตามีน อาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้

แต่ถึงแม้คุณจะไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตก็มักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของความดันโลหิตสูงขั้นต้น

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นนั้นมีอยู่หลายประการ เช่น

  • มีน้ำหนักเกิน ปัจจัยเสี่ยงในขั้นต้นคือการมีภาวะน้ำหนักเกิน ยิ่งมีมวลร่างกายมากเท่าไหร่ เลือดก็ยิ่งต้องสูบฉีดเพื่อส่งออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อในร่างกายมากขึ้นเท่านั้น เมื่อปริมาณเลือดที่หมุนเวียนผ่านเส้นเลือดเพิ่มขึ้น แรงดันที่ผนังหลอดเลือดก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้
  • เป็นคนวัยหนุ่มสาว มีความเสี่ยงเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นได้มากกว่าผู้สูงอายุ
  • เป็นผู้ชาย ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  • เป็นคนผิวสี ความดันโลหิตสูงนั้นพบมากในคนผิวสี ในช่วงวัยกลางคน คนผิวสีมักจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนผิวขาว
  • คนในครอบครัวมีประวัติเกิดภาวะความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูงมักจะถ่ายทอดกันในครอบครัว หากญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เป็นโรคความดันโลหิตสูง คุณก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ด้วยเช่นกัน
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและภาวะน้ำหนักเกิน
  • รับประทานอาหารที่เค็มจัด (โซเดียมสูง) หรือมีโพแทสเซียมต่ำ โซเดียมและโพแทสเซียมคือสารอาหารสำคัญ ที่ร่างกายใช้ในการควบคุมความดันโลหิต หากคุณมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป หรือโพแทสเซียมต่ำเกินไป คุณก็จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ใช้ยาเส้น สูบบุหรี่ เคี้ยวยาเส้น หรือแม้แต่การอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่ (บุหรี่มือสอง) สามารถเพิ่มโอกาสในเกิดโรคความดันโลหิตสูง
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 2 แก้วต่อวัน สำหรับผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 65 ปี หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 1 แก้วต่อวัน สำหรับผู้หญิงทุกช่วงวัยและผู้ชายที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปนั้น อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนึ่งแก้วในที่นี้เท่ากับ เบียร์ 12 ออนซ์ ไวน์ 5 ออนซ์ หรือสุรา 80 พรูฟ (40 ดีกรี) 1.5 ออนซ์
  • เป็นโรคเรื้อรังบางอย่าง เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงขั้นต้นได้

แม้ว่าภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น และโรคความดันโลหิตสูง จะพบมากในผู้ใหญ่ แต่เด็กก็อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน เด็กบางคนอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้เนื่องจากปัญหาที่ไตหรือหัวใจ ในเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดี เช่น รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ น้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยความดันโลหิตสูงขั้นต้น

การวินิจฉัยภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นสามารถทำได้ด้วยการตรวจวัดค่าความดันโลหิต โดยคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญจะใช้ปลอกแขนที่พองได้สวมที่ต้นแขนของคุณ และวัดค่าความดันโลหิต โดยใช้เครื่องวัดความดัน

การอ่านค่าความดันโลหิตที่มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท) นั้น มีสองตัวเลข เลขตัวบนหมายถึง ระดับความดันที่หลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัว (systolic pressure) เลขตัวล่างคือ ระดับความดันที่หลอดเลือดแดงในช่วงระหว่างการเต้นของหัวใจ (diastolic pressure)

ค่าความดันโลหิตตามปกติคือ ต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท โดยสามารถจัดแบ่งเกณฑ์การวัดค่าความดันได้ดังนี้

  • ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น

มีค่าความดันที่หลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัวอยู่ระหว่าง 120-139 มม.ปรอท หรือมีค่าความดันที่หลอดเลือดแดงในช่วงระหว่างการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 80-89 มม.ปรอท

  • โรคความดันโลหิตสูงระดับที่ 1

มีค่าความดันที่หลอดเลือดแดง ขณะที่หัวใจบีบตัวอยู่ระหว่าง 140-159 มม.ปรอท หรือมีค่าความดันที่หลอดเลือดแดง ในช่วงระหว่างการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 90-99 มม.ปรอท

  • โรคความดันโลหิตสูงระดับที่ 2

มีค่าความดันที่หลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจบีบตัวอยู่ที่ 160 มม.ปรอท หรือมากกว่านั้น หรือมีค่าความดันที่หลอดเลือดแดงในช่วงระหว่างการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 100 มม.ปรอท หรือมากกว่านั้น

เนื่องจากระดับความดันโลหิตค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ การวินิจฉัยภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น จึงขึ้นอยู่กับค่าเฉลี่ยของการอ่านค่าความดันโลหิตตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป โดยใช้วิธีวัดแบบเดียวกันในเวลาต่างกัน โดยปกติแล้ว ควรวัดค่าความดันโลหิตที่แขนทั้งสองข้างเพื่อดูว่ามีความแตกต่างหรือไม่ คุณหมออาจขอให้คุณจดบันทึกค่าระดับความดันโลหิตของคุณ ที่ตรวจวัดที่บ้านและที่ทำงาน เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมด้วย

คุณหมออาจแนะนำให้คุณตรวจวัดค่าความดันโลหิตตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า ambulatory blood pressure monitoring ซึ่งจะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของค่าความดันโลหิตทั้งกลางวันและกลางคืนที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์นี้ไม่ได้มีทุกศูนย์การแพทย์ และไม่นิยมนำมาใช้งานเท่าไรนัก

การรักษาความดันโลหิตสูงขั้นต้น

ภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นถือเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขึ้นอยู่กับค่าความดันโลหิตของคุณ และปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจ คุณอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่างตามคำแนะนำในลำดับถัดไป เพื่อให้สามารถควบคุมภาวะนี้ได้ดีขึ้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับความดันโลหิตสูงขั้นต้น

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยจัดการกับภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นได้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลองรับประทานอาหารต้านโรคความดันโลหิตสูง (DASH diet) เลือกรับประทานผลไม้ ผัก ธัญพืช สัตว์ปีก ปลา และนมไขมันต่ำ บริโภคโพแทสเซียมให้มาก เพื่อช่วยเรื่องการลดความดันโลหิตได้ และรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ให้น้อยลง
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี คุณควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีอยู่เสมอ หากมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ก็ควรลดน้ำหนัก โดยการลดน้ำหนักตัวลงประมาณ 2.3 กิโลกรัม (5 ปอนด์) สามารถลดระดับความดันโลหิต และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้นได้ ทั้งยังมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การลดน้ำหนักอย่างพอดี สามารถช่วยป้องกันไม่ให้ 20% ของผู้มีภาวะน้ำหนักเกินและมีภาวะความดันโลหิตสูงขั้นต้น กลายเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดปริมาณการบริโภคเกลือและโซเดียม อาหารที่มีปริมาณโซเดียม (เกลือ) สูง สามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ ในขณะที่อาหารที่มีโซเดียมต่ำ สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ คุณจึงควรบริโภคเกลือและโซเดียมให้น้อยลง ด้วยการไม่เติมเกลือเพิ่มในอาหาร ระวังปริมาณเกลือในอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง เป็นต้น โดยปริมาณที่แนะนำคือไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน (เกลือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ) ส่วนผู้ที่มีอายุมากกว่า 51 ปี เป็นคนผิวสี หรือผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไตเรื้อรังทุกช่วงอายุ ไม่ควรบริโภคเกลือและโซเดียมเกิน 1,500  มิลลิกรัมต่อวัน
  • ออกกำลังกายให้มากขึ้นการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดระดับความดันโลหิต ควบคุมความเครียด ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ และช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วย สำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี โดยทั่วไปแนะนำให้ออกกำลังกายแบบปานกลาง (moderate aerobic activity) อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบหนัก (vigorous aerobic activity) อย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์ หรือทำทั้งสองผสมกัน และต้องออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
  • จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพดี ผู้หญิงทุกช่วงอายุ และผู้ชายที่อายุมากกว่า 65 ปี ควรดื่มไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 65 ปี ควรดื่มไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน โดยปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้วในทีนี้เทียบเท่ากับเบียร์ 12 ออนซ์ ไวน์ 5 ออนซ์ หรือสุรา 80 พรูฟ (40 ดีกรี) 1.5 ออนซ์
  • อย่าสูบบุหรี่ บุหรี่สามารถทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหาย และเพิ่มความเร็วในการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว คุณจึงควรเลิกสูบบุหรี่ให้ได ้หากไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็สามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ได้
  • จัดการกับความเครียด พยายามลดความเครียดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลองทำเทคนิคการจัดการกับสุขภาพ เช่น การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หายใจเข้าลึกๆ หรือใช้ยา การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
  • ตรวจวัดค่าความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณทราบค่าความดันโลหิตของคุณ และแจ้งให้หมอทราบ หากค่าความดันของคุณนั้นเพิ่มสูงขึ้น โดยคุณสามารถคอยจับตาดูค่าความดันโลหิตของคุณได้ในช่วงระหว่างที่ไม่ได้ไปพบหมอ ด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตแบบใช้ด้วยตนเองที่บ้าน
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องความดันโลหิตของคุณโดยคุณสามารถขอคำแนะนำในการควบคุมระดับความดันโลหิตจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คนเป็นความดันต่ำ ดื่มเบียร์ แล้วจะช่วยได้จริง ๆ เหรอ

การ ดื่มเบียร์ นั้น สามารถช่วยรักษาอาการของภาวะ ความดันต่ำ ได้จริงๆ น่ะเหรอ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะส่งผลอย่างไรกับความดันโลหิตของเราหรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ศูนย์ความดันโลหิต, ศูนย์สุขภาพ มิถุนายน 10, 2020 . เวลาในการอ่าน

อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง แบบไหนบ้างที่ควรเลี่ยง

โซเดียมนั้นเพิ่มความเสี่ยงทางสุขภาพ แต่อาหารในชีวิตประจำวันก็มักจะหนีไม่พ้นเกลือและโซเดียม ซึ่งเป็น อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มิถุนายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม เป็นการรักษาโรคอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักการรักษาโรคด้วยฝังเข็มให้ดีขึ้น Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤษภาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery)

แน่นอนว่าวิธีการลดความอ้วนนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ศัลยกรรม หรือแม้แต่วิธีทางการแพทย์อย่างการ ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพ ก-ฮ, ผ่าตัด ก-ฮ พฤษภาคม 26, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ภาวะน้ำเกิน-hypervolemia

ภาวะน้ำเกิน (Hypervolemia)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
ความดันโลหิตสูง-เสี่ยงสมองเสื่อม

ความดันโลหิตสูง เสี่ยงสมองเสื่อม ได้หากปล่อยให้เรื้อรัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
น้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง-ความแตกต่าง

น้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง เลือกแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย-ส่งผลต่อร่างกาย

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 18, 2020 . เวลาในการอ่าน