ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida)

This is a sponsored article, for more information on our Advertising and Sponsorship policy please read more here.

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤศจิกายน 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida) เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังและไขสันหลัง เป็นความผิดปกติประเภทหนึ่งของท่อประสาท ที่เป็นโครงสร้างตัวอ่อนเกิดขึ้นระหว่างการจัดตัวของกระดูกสันหลังและไขสันหลังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (ท่อประสาทไม่ปิด) โดยปกติท่อประสาทจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์และจะปิดมันลงในวันที่ 28 หลังการตั้งครรภ์

คำจำกัดความ

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida) คืออะไร

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida) เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังและไขสันหลัง เป็นความผิดปกติประเภทหนึ่งของท่อประสาท ที่เป็นโครงสร้างตัวอ่อนเกิดขึ้นระหว่างการจัดตัวของกระดูกสันหลังและไขสันหลังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (ท่อประสาทไม่ปิด) โดยปกติท่อประสาทจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์และจะปิดมันลงในวันที่ 28 หลังการตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก และมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง-spina-bifida

พบได้บ่อยเพียงใด

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทารกผิวขาว นอกจากนี้เพศหญิงที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคอ้วน มีโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความบกพร่องที่กระดูกไขสันหลัง

อาการ

อาการความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

สัญญาณและอาการความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังแตกต่างกันออกไปตามประเภทและความรุนแรงของแต่ละบุคคล โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • สไปนา ไบฟิดาชนิดมองไม่เห็นภายนอก (Spina Bifida Occulta : SBO) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดแต่มีความรุนแรงน้อยสุด ไขสันและเส้นประสาทไม่มีช่องเปิด แต่อาจจะมีช่องโหว่ขนาดเล็กในกระดูกสันหลัง ซึ่งความบกพร่องชนิดนี้นั้นจะไม่สร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดความพิการ
  • สไปนา ไบฟิดาชนิดเมนนิ้งโกซีล (Meningocele) เป็นชนิดหายากที่เกิดขึ้นเมื่อถุงน้ำไขสันหลัง (แต่ถุงน้ำนี้ไม่มีส่วนประกอบของไขสันหลัง เป็นถุงน้ำนอกร่างกาย) ดันผ่านช่องเปิดที่ด้านหลังของทารก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะและลำไส้
  • สไปนา ไบฟิดาชนิดไมอีโลเมนนิ้งโกซีล (Myelomeningocele) เป็นชนิดที่รุนแรงที่สุด ผู้ป่วยจะมีถุงน้ำที่เป็นส่วนประกอบของไขสันหลังและเส้นประสาท เปิดอยู่ที่ใดที่หนึ่งหรืออยู่หลายที่นอกร่างกาย  ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้และกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง-spina-bifida

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังได้ แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นผลมาจากทางด้านพันธุกรรม โภชนาการ และสิ่งแวดล้อม เช่น สมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเกี่ยวกับความผิดปกติทางท่อประสาท และการขาดวิตามินบี 9 (Vitamin B9) หรือ กรดโฟลิก (Folic acid)

ปัจจัยเสี่ยงความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง พบได้บ่อยในคนผิวขาว เพศหญิง โดยมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ดังนี้

  • การขาดวิตามินบี 9 (Vitamin B9) หรือ กรดโฟลิก (Folic acid)
  • สมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเกี่ยวกับความบกพร่องของท่อประสาท
  • ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการชัก
  • โรคอื่น ๆ เช่น โรเบาหวาน โรคอ้วน

 

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

ในเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามประวัติและอาการเบื้องต้น รวมถึงการทดสอบอื่น ๆ เพื่อหาความผิดปกติขณะที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ ดังนี้

  • การตรวจเลือด แพทย์จะเจาะเลือกมารดาเพื่อตรวจหาโปรตีนที่ผลิตจากทารก (Alpha-Fetoprotein) หากระดับโปรตีนสูงกว่าปกติ นั่งอาจแสดงถึงความเสี่ยงของทารก
  • การอัลตราซาวด์และการเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์

การรักษาความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

แพทย์สามารถผ่าตัดทารกได้เมื่ออายุเพียงไม่กี่วันหรือในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์ หากทารกมีเยื่อหุ้มสมองอักเสบประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอดศัลยแพทย์จะใส่พังผืดรอบไขสันหลังกลับเข้าที่และปิดช่องเปิด

การผ่าตัดแพทย์สามารถผ่าตัดขณะทารกอยู่ในครรภ์ ก่อน 26 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเย็บปิดช่องไขสันหลังของทารก

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง ดังนี้

  • รับประทานอาหารเสริมหรืออาหารที่อุดมด้วย กรดโฟลิก (Folic) หรือ วิตามินบี 9 (Vitamin B9)

จากการศึกษาที่น่าเชื่อถือหลายชิ้น พบว่า การรับประทานอาหารเสริมที่มีกรดโฟลิก (Folic acid) จะสามารถช่วยในการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะบกพร่องของกระดูกไขสันหลังและภาวะทางสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทารกได้ คุณแม่ตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตร ควรได้รับ กรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม ต่อวัน

ในกรณีที่คุณมีภาวะบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง หรือบุตรของคุณประสบกับโรคดังกล่าว คุณแม่ควรได้รับกรดโฟลิกในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน อย่างน้อยติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรก

แหล่งอาหารที่มีการเสริมแร่ธาตุที่คุณจะได้รับ กรดโฟลิก ในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อ 1 หน่วยการรับประทาน มีดังนี้

  • แป้งพาสต้า
  • ข้าว
  • ธัญญาหารหรือซีเรียลสำหรับมื้อเช้า
  • ขนมปังที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุหรือสารอาหารต่าง ๆ (Fortified bread หรือ Enriched bread)

ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง-กรดโฟลิก

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุต่าง ๆ แล้ว ยังมีอาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่คุณสามารถหาทานได้ง่าย ดังนี้

มากกว่าไปนั้นแล้ว คุณยังสามารถรับประทานอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ระบุว่ามีส่วนประกอบของ โฟเลต (Folate) ที่ถือเป็นรูปแบบของกรดโฟลิกที่พบในอาหารได้เช่นกัน 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หนังตาตก (Ptosis)

หนังตาตก (Ptosis) หมายถึงภาวะที่เปลือกตาบนนั้นมีลักษณะหย่อนคล้อย หรือตกลงมา โดยไม่สามารถควบคุมได้ อจาเกิดขึ้นได้กับดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือกับตาทั้งสองข้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

วิธีปฐมพยาบาลผู้ป่วยลมชัก ที่คุณควรเรียนรู้ไว้ เพื่อการรับมือเบื้องต้นที่ถูกต้อง

อาการชักในผู้ป่วยลมชักอาจก่ออันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้ เราเลยมี วิธีปฐมพยาบาลผู้ป่วยลมชัก ในเบื้องต้นมาฝาก คุณจะได้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่าง ๆ ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
การปฐมพยาบาล, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ การดูแลและทำความสะอาดเซ็กส์ทอย

เรื่องความสะอาดเซ็กส์ทอยเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่อง การดูแลและทำความสะอาดเซ็กส์ทอย มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เซ็กส์และความสัมพันธ์, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

แม่ท้องอยากอาหาร หิวบ่อย เป็นเพราะอะไร มาดูกัน!

ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่เห็นได้ชัดก็คือ แม่ท้องอยากอาหาร หิวบ่อยขึ้น ว่าแต่ภาวะนี้เกิดจากสาเหตุใด เราไปดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ สิงหาคม 24, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

กำจัดอาการคลื่นไส้-วิธีธรรมชาติ

กำจัดอาการคลื่นไส้ ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 24, 2020 . เวลาในการอ่าน
อั้นฉี่บ่อย-มีอาการฉี่ไม่ออก-กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

อั้นฉี่บ่อย จน มีอาการฉี่ไม่ออก สัญญาณเตือนโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
ประจำเดือนไม่มา-ผลตรวจครรภ์เป็นลบ-สาเหตุ

ประจำเดือนไม่มา แต่ผลตรวจครรภ์เป็นลบ มันยังไงกันแน่นะ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 27, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันหัวนม-สาเหตุ-การรักษา

คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน