ถ่ายเป็นเลือด (Rectal bleeding)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

อาการที่มีเลือดออกทางทวารหนัก หรือ ถ่ายเป็นเลือด ส่วนใหญ่มักสันนิษฐานว่า เป็นเลือดที่ไหลมาจากลำไส้ส่วนล่างหรือไส้ตรง

คำจำกัดความ

ถ่ายเป็นเลือดคืออะไร

ถ่ายเป็นเลือด (Rectal bleeding) หรือเลือดออกทางทวารหนัก หมายถึงเลือดใดๆ ก็ตามที่ไหลผ่านทวารหนัก แต่โดยปกติแล้วภาวะถ่ายเป็นเลือดมักสันนิษฐานว่า เป็นเลือดที่ไหลจากลำไส้ส่วนล่างหรือไส้ตรง (rectum) ไส้ตรงเป็นช่วงปลายที่มีความยาวสองถึงสามนิ้วของลำไส้ใหญ่ของคุณ

ภาวะถ่ายเป็นเลือดอาจอยู่ในรูปของเลือด ที่ปนอยู่ในอุจจาระ ในกระดาษชำระ หรือในโถส้วม เลือดที่เกิดจากภาวะถ่ายเป็นเลือดมักเป็นสีแดงสด แต่บางครั้งก็เป็นสีแดงอมน้ำตาล

ถ่ายเป็นเลือดพบได้บ่อยเพียงใด

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการถ่ายเป็นเลือดมีอะไรบ้าง

อาการที่ชัดเจนที่สุดของภาวะถ่ายเป็นเลือด คือ มีเลือดสีแดงติดมากับกระดาษชำระ หรือเลือดที่มองเห็นได้หรืออุจจาระมีเลือดปนในโถส้วม อย่างไรก็ดี จำเป็นที่ต้องสังเกตสีของเลือด (และสีอุจจาระ) เนื่องจากสามารถบ่งชี้สิ่งต่างๆ ได้

  • เลือดสีแดงสด บ่งชี้อาการเลือดออกในบริเวณทางเดินอาหารส่วนล่าง เช่น ลำไส้หรือไส้ตรง
  • เลือดสีแดงคล้ำ หรือสีเหมือนไวน์ บ่งชี้อาการเลือดออกในบริเวณลำไส้เล็ก หรือลำไส้ส่วนต้น
  • อุจจาระสีดำและคล้ำ บ่งชี้อาการเลือดออกจากกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนบน

อาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับภาวะถ่ายเป็นเลือด ได้แก่

อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ลูกของคุณมีเลือดปนในอุจจาระ
  • คุณมีเลือดปนในอุจจาระเป็นเวลา 3 สัปดาห์
  • อุจจาระของคุณมีลักษณะนิ่ม เบาบาง หรือยาวกว่าปกติ เป็นเวลา 3 สัปดาห์
  • มีอาการปวดมากบริเวณบั้นท้าย
  • มีอาการปวดหรือมีก้อนในช่องท้อง
  • รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ให้นัดหมายแพทย์โดยเร่งด่วนหากว่า

  • อุจจาระมีสีดำหรือแดงคล้ำ
  • มีอาการท้องเสียเป็นเลือด โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

สาเหตุ

ถ่ายเป็นเลือดเกิดจากอะไร

ภาวะถ่ายเป็นเลือดอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • แผลที่ทวารหนัก (Anal fissure)
  • ท้องผูกเรื้อรัง (Chronic constipation)
  • อุจจาระแข็ง (Hard stools)
  • ริดสีดวง (Hemorrhoids)

สาเหตุที่พบได้น้อยลง ได้แก่

  • มะเร็งทวารหนัก (Anal cancer)
  • หลอดเลือดผนังลำไส้ใหญ่ขยายตัว (Angiodysplasia)
  • มะเร็งลำไส้ (Colon cancer)
  • ติ่งเนื้อในลำไส้ (Colon polyps)
  • โรคโครห์น (Crohn’s disease)
  • ท้องเสีย (Diarrhea) ทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ทวารหนัก
  • โรคกระเปาะของลำไส้ใหญ่ (Diverticulosis) ถุงนูนที่ก่อตัวขึ้นที่ผนังลำไส้
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบ (Ischemic colitis) ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด
  • ไส้ตรงอักเสบ (Proctitis)
  • ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ (Pseudomembranous colitis)
  • การฉายแสง (Radiation therapy)
  • มะเร็งไส้ตรง (Rectal cancer)
  • แผลที่ผนังไส้ตรง (Solitary rectal ulcer syndrome)
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล (Ulcerative colitis)

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรเพิ่มความเสี่ยงสำหรับถ่ายเป็นเลือด

ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

วินิจฉัยถ่ายเป็นเลือดได้อย่างไร

แพทย์จะตรวจหาสาเหตุของอาการของคุณ โดยอาจดำเนินการต่อไปนี้

  • ตรวจบั้นท้าย (ไส้ตรง) ด้วยนิ้วมือที่สวมถุงมือ
  • ขอตัวอย่างอุจจาระสำหรับตรวจ
  • ส่งต่อคุณให้ไปหาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจร่างกายต่อไป

รักษาถ่ายเป็นเลือดได้อย่างไร

การรักษาถ่ายเป็นเลือดขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง

คุณอาจบรรเทาอาการเจ็บปวดและความรู้สึกไม่สบายจากริดสีดวงได้ โดยการอาบน้ำอุ่น การใช้ยาที่ซื้อมาใช้เองหรือตามแพทย์สั่ง สามารถลดอาการระคายเคืองได้เช่นกัน แพทย์อาจทำการรักษาด้วยวิธีที่รุนแรงมากขึ้น หากอาการปวดริดสีดวงรุนแรง หรือริดสีดวงมีขนาดใหญ่ การรักษาดังกล่าว ได้แก่ การใช้หนังยางรัดริดสีดวง (rubber band ligation) การรักษาด้วยเลเซอร์ (laser treatments) หรือการผ่าตัดริดสีดวง (surgical removal of the hemorrhoid)

เช่นเดียวกับริดสีดวง แผลที่ไส้ตรงอาจหายได้เอง การใช้ยาทำให้อุจจาระเหลว สามารถรักษาอาการท้องผูกและช่วยให้แผลหาย ภาวะติดเชื้อรักษาได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

มะเร็งลำไส้ (Colon cancers) ต้องใช้วิธีการรักษาที่มีการรุกล้ำร่างกายมากกว่า และในระยะยาว เช่น การผ่าตัด การทำคีโมบำบัด หรือการฉายแสง เพื่อกำจัดมะเร็งและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซ้ำ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐาน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือการถ่ายเป็นเลือดมีอะไรบ้าง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับภาวะถ่ายเป็นเลือดได้

  • รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง (หากแพทย์ไม่ได้สั่งเป็นอย่างอื่น)
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  • รักษาความสะอาดบริเวณไส้ตรง
  • ดื่มน้ำมากๆ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เกล็ดเลือดต่ำ ภาวะอันตราย แต่รับมือได้ด้วย วิธีเพิ่มเกล็ดเลือด อย่างเป็นธรรมชาติ

เกล็ดเลือด ช่วยให้เลือดหยุดไหลเมื่อเราเป็นแผล โดนมีดบาด หากใครมีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย เรามี วิธีเพิ่มเกล็ดเลือด อย่างเป็นธรรมชาติมาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

กลัวเลือดจนขึ้นสมอง เห็นทีไรเป็นลมทุกที อย่างนี้อาจเป็นอาการของ โรคกลัวเลือด

โรคกลัวเลือด (Hemophobia) เป็นหนึ่งในอาการที่อยู่ในกลุ่มของโฟเบีย (Phobia) อาจมีสาเหตุมาจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ นำไปสู่ความหวาดกลัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

บรรเทาอาการท้องผูก ด้วยวิธีการ นวดหน้าท้อง เห็นผลจริงหรือ

นวดหน้าท้อง เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในไม่ให้เกิดอาการท้องผูก โดยการนวดนี้จะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อของลำไส้ที่หดตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับถ่ายได้คล่องขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

เคล็ดลับปรับ ไลฟ์สไตล์ ห่างไกล โรคริดสีดวง

เราต้องทรมานกับอาการปวดและอาการคันระหว่างการขับถ่ายจากโรคริดสีดวง แต่โรคนี้สามารถจัดการได้โดยการปรับ ไลฟ์สไตล์ ป้องกัน โรคริดสีดวง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

ริดสีดวงจมูก-สาเหตุ-อาการ-การรักษา

เช็กด่วน! 6 อาการเสี่ยงสัญญาณเตือน ริดสีดวงจมูก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2020
เสมหะมีเลือดปน-ร่างกายอาจกำลังบอกโรค

เสมหะมีเลือดปน โปรดจงตั้งสติ ร่างกายอาจกำลังบอกอะไรคุณอยู่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 27, 2020
วิธี-เพิ่มการไหลเวียนเลือด

วิธี เพิ่มการไหลเวียนเลือด ง่ายๆ ทำแล้วเลือดไหลเวียนดี ร่างกายแข็งแรง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 24, 2020
ไข้เหลือง-ยุงกัด-สาเหตุ-อาการ-วิธีรักษา

ไข้เหลือง ภัยเงียบจากยุงตัวร้าย เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 28, 2020