ปวดศีรษะเรื้อรัง (Chronic Headache)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

คำจำกัดความ

ปวดศีรษะเรื้อรังคืออะไร

หลายคนอาจมีอาการปวดหัว หรือปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ แต่ถ้ามีอาการปวดติดต่อกันหลายวัน ก็เป็นไปได้ที่ผู้เกิดอาการอาจมีภาวะปวดศีรษะเรื้อรัง

เนื่องจากอาการปวดศีรษะเรื้อรังมักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถูกจัดอยู่ในประเภทอาการปวดศีรษะที่รุนแรงที่สุดชนิดหนึ่ง การเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการจัดการในระยะยาวอาจช่วยลดความเจ็บปวดจากอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้

ปวดศีรษะเรื้อรังพบได้บ่อยเพียงใด

อาการปวดศีรษะเรื้อรังพบได้ทั่วไป มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และเกิดขึ้นได้ในทุกวัย สามารถควบคุมได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการ

อาการปวดศีรษะเรื้อรัง

อาการปวดศีรษะเรื้อรังตามคำจำกัดความ ก็คือ เกิดอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่องนาน 15 วันหรือมากกว่าต่อเดือน และเกิดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน และภาวะปวดศีรษะปฐมภูมินั้นไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ภาวะปวดศีรษะเรื้อรังมีทั้งแบบที่เป็นในระยะสั้นและระยะยาว ภาวะระยะยาวนั้นอาจเกิดอาการปวดศีรษะต่อเนื่องมากกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยอาการปวดศีรษะประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ไมเกรนเรื้อรัง
  • ปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง
  • ปวดศีรษะแบบสม่ำเสมอ
  • ปวดศีรษะข้างเดียวแบบเป็นๆ หายๆ แต่ไม่เคยหายสนิท

1.ไมเกรนเรื้อรัง

ปกติแล้วอาการปวดศีรษะชนิดนี้ จะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่เคยมีประวัติปวดศีรษะไมเกรนมาก่อน ผู้เกิดอาการจะปวดศีรษะไมเกรนมากกว่า 8 วันต่อเดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน โดยอาการของไมเกรนมีดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • รู้สึกปวดศีรษะแบบตุบๆ
  • ปวดศีรษะระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง
  • อาการกำเริบแรงขึ้นเมื่อใช้ร่างกายทำกิจวัตรประจำวัน

ไมเกรน อาจก่อให้อาจอาการต่อไปนี้ร่วมด้วยได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือทั้งสองอย่าง
  • มีปฏิกิริยาอ่อนไหวต่อการรับแสงและได้ยินเสียง

2. ปวดศีรษะจากความเครียดเรื้อรัง

ปวดศีรษะจากความเครียดมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะทั้งสองข้าง
  • ปวดศีรษะระดับอ่อนๆ ถึงปานกลาง
  • รู้สึกปวดศีรษะแบบถูกกด ถูกบีบรัด ไม่ใช่ปวดแบบตุบๆ
  • อาการไม่กำเริบเมื่อใช้ร่างกายทำกิจวัตรประจำวัน
  • ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการปวดตึงทั้งศีรษะ

3. ปวดศีรษะแบบสม่ำเสมอ

อาการปวดศีรษะชนิดนี้มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ปกติแล้วจะเกิดในกลุ่มคนที่ไม่เคยมีประวัติปวดศีรษะมาก่อน และจะเกิดอาการซ้ำขึ้นอีกครั้งภายใน 3 วันหลังจากปวดศีรษะครั้งแรก อาการของการปวดศีรษะแบบสม่ำเสมอจะมีอาการเฉพาะที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนอย่างน้อย 2 ประการจากอาการด้านล่างนี้

  • ปวดศีรษะทั้งสองข้าง
  • รู้สึกปวดศีรษะแบบถูกกด ถูกบีบรัด ไม่ใช่ปวดแบบตุบๆ
  • ปวดศีรษะระดับอ่อนๆ ถึงปานกลาง
  • อาการไม่กำเริบขณะทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ

4. ปวดศีรษะข้างเดียวแบบเป็นๆ หายๆ

อาการมีดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะข้างเดียว
  • ปวดศีรษะทุกวันอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยหายปวดสนิท
  • ปวดศีรษะระดับปานกลางถึงระดับรุนแรง
  • ตอบสนองต่อยาแก้ปวดชนิดอินโดเมทาซิน (Indocin)
  • บางครั้งอาจปวดศีรษะระดับรุนแรง พร้อมกับมีอาการคล้ายไมเกรนร่วมด้วย

นอกจากนี้ ภาวะปวดศีรษะแบบเป็นๆ หายๆ มักเกี่ยวข้องกับหนึ่งในอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดตา หรือตาแดงในข้างที่ปวดศีรษะ
  • คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล
  • หนังตาตก หรือ รูม่านตาหดตัว
  • รู้สึกกระสับกระส่าย

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ปวดศีรษะเรื้อรัง ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • ปวดศรีษะมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ต้องใช้ยาแก้ปวดเป็นเวลาหลายวัน
  • ต้องใช้ยาแก้ปวดเกินกว่าขนาดที่เภสัชกรตามร้านขายยาแนะนำ
  • รูปแบบของอาการปวดศีรษะเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น หรือมีอาการปวดแย่ลง
  • อาการปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ คุณควรรีบพบหมอทันทีหากมีอาการปวดศีรษะดังต่อไปนี้

  • รู้สึกปวดศีรษะรุนแรงอย่างกะทันหัน
  • ปวดศีรษะ มีไข้ เมื่อยคอ สับสน ชัก เห็นภาพซ้อน อ่อนแรง มึนงง หรือ มีปัญหาในการพูด เป็นต้น
  • เกิดอาการปวดศีรษะหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • อาการแย่ลงแม้จะได้พัก หรือรับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะปวดศีรษะเรื้อรัง

สาเหตุของภาวะปวดศีรษะเรื้อรังยังไม่ทราบแน่ชัด อาการปวดศีรษะเรื้อรังแบบปฐมภูมิก็ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่นอนได้ และความเป็นไปได้ที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะปวดศีรษะเรื้อรังแบบทั่วไป ประกอบด้วย

  • หลอดเลือดเกิดการอักเสบหรือมีปัญหาอื่นๆ บริเวณในหรือรอบสมอง รวมถึงอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน
  • มีอาการติดเชื้อ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • มีระดับความดันผิดปกติ ซึ่งเป็นได้ทั้งความดันสูงเกินไปและต่ำเกินไป
  • ป่วยเป็นมะเร็งสมอง
  • ได้รับบาดเจ็บที่สมอง
  • โรคปวดศีรษะเพราะใช้ยาเกิน อาการปวดศีรษะชนิดนี้ปกติมักเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะแบบครั้งคราว ซึ่งหมายถึงไมเกรนและปวดศีรษะจากความเครียด ผู้ป่วยอาจเกิดอาการเพราะรับประทานยาแก้ปวดมากเกินไป หากคุณใช้ยาแก้ปวด แม้จะเป็นยาที่เภสัชกรจากร้านขายยาแนะนำก็ตาม มากกว่า 2 วันต่อสัปดาห์ (หรือ 9 วันต่อเดือน) คุณก็อาจเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคปวดศีรษะเพราะใช้ยาเกินได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ประกอบไปด้วย

  • เพศ เพศหญิงอาจจะพบอาการนี้ได้ค่อนข้างง่าย
  • ความวิตกกังวล
  • ความซึมเศร้า 
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • โรคอ้วน
  • นอนกรน
  • บริโภคคาเฟอีนมากเกินไป 
  • รับประทานยาแก้ปวดหัวมากเกินไป
  • มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังชนิดอื่นๆ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะปวดศีรษะเรื้อรัง

คุณหมออาจจะตรวจหาสัญญาณของอาการ เพื่อดูว่าเกิดปัญหาจากอาการป่วยหรือเป็นปัญหาทางระบบประสาท รวมถึงอาจมีการซักถามประวัติเรื่องอาการปวดศีรษะ

หากยังไม่ทราบสาเหตุของอาการปวดหัวอย่างแน่ชัด คุณหมออาจจะให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจซีที สแกน หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อตรวจดูว่าคุณมีโรคประจำตัวอะไรบ้างหรือไม่

การรักษาอาการ ปวดศีรษะเรื้อรัง

การรักษาโรคหรือภาวะสุขภาพที่มีอยู่ก่อนแล้วมักสามารถหยุดอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้ เมื่อไม่มีอาการอื่นแทรกซ้อน การรักษาก็จะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันความเจ็บปวด

วิธีการป้องกันอาการปวดศีรษะนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการปวดศีรษะของแต่ละคน รวมถึงต้องพิจารณาด้วยว่าอาการปวดศีษะที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากการใช้ยาเกินหรือไม่

หากคุณใช้ยาแก้ปวดมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์อยู่แล้ว ขั้นแรกที่คุณต้องทำก็คือหยุดยาโดยทันที และรับคำปรึกษาจากแพทย์

เมื่อคุณพร้อมเข้าสู่กระบวนการรักษาเชิงป้องกัน คุณหมออาจมีข้อแนะนำให้ดังต่อไปนี้

  • ป้องกันด้วยยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic antidepressants) เช่น ยานอร์ทริปไทลีน (Pamelor) ซึ่งสามารถนำมาใช้รักษาภาวะปวดศีรษะเรื้อรังได้เช่นกัน นอกจากยาชนิดนี้จะสามารถรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวลได้แล้ว ยังรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ ซึ่งบ่อยครั้งมักก่อให้เกิดปวดศีรษะเรื้อรังตามมาด้วย
  • ป้องกันด้วยยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มอื่น อย่างเช่น กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเฉพาะการดูดกลับ serotonin (SSRI) ยาฟลูออกซิทีน (Prozac, Sarafem, และอื่นๆ) แต่ไม่มีรายงานที่ระบุว่ายากลุ่มนี้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ยาหลอกสำหรับคนไข้ปวดศีรษะแต่อย่างใด
  • ป้องกันด้วยยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta blockers) ปกติแล้วยาในกลุ่มนี้จะใช้รักษาคนไข้ความดันโลหิตสูง แต่ก็ยังช่วยป้องกันการเกิดไมเกรนได้อีกด้วย ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์บางตัวประกอบด้วย ยาอะทีโนลอล (Tenormin) ยาเมโทโพรลอล (Lopressor, Toprol-XL) และยาโพรพราโนลอล (Inderal, Innopran XL) เป็นต้น
  • ป้องกันด้วยยากันชัก ยากันชักบางชนิดดูเหมือนจะสามารถป้องกันไมเกรนและอาจใช้ป้องกันภาวะปวดศีรษะเรื้อรังได้เช่นกัน ยาที่เป็นทางเลือกสำหรับคนไข้นั้นประกอบไปด้วย ยาโทพิราเมท (Topamax, Qudexy XR, และอื่นๆ) ยาไดวาลโปรเอ็กซ์ (Depakote) และยากาบาเพนติน (Neurontin, Gralise) เป็นต้น
  • ป้องกันด้วยกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ เช่น ยานาพรอกเซน (Anaprox, Naprelan) ก็อาจเป็นสิ่งที่ช่วยได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณหยุดยาแก้ปวดชนิดอื่น และอาจต้องรับประทานเป็นระยะๆ หากอาการปวดศีรษะนั้นรุนแรงมากขึ้น
  • ป้องกันด้วยการทำชีวพิษโบทูลินัม ชีวพิษโบทูลินัม รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า โบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งเป็นการฉีดสารสกัดที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ป่วยบางคน และอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ทนอาการปวดศีรษะเรื้อรังไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังบางรายยังคงมีอาการอยู่ แม้จะทำทุกวิธีตามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้วก็ตาม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยรับมือกับภาวะปวดศีรษะเรื้อรัง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับภาวะปวดศีรษะเรื้อรังได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น

  • การฝังเข็ม เป็นศาสตร์การรักษาที่มีมาตั้งแต่โบราณ ว่าด้วยการนำเข็มมาปักบนส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นในการวิจัยบางส่วนเปิดเผยว่า วิธีฝังเข็มอาจช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะเรื้อรังลงได้จริง
  • คุณอาจสามารถควบคุมอาการปวดศีรษะได้ โดยการสังเกตความเปลี่ยนแปลงการตอบสนองของร่างกาย เช่น ความปวดตึงของกล้ามเนื้อ อัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิของผิว เป็นต้น
  • การนวดสามารถลดความเครียด คลายความเจ็บปวด และทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นการรักษาอาการปวดศีรษะโดยตรงก็ตาม แต่การนวดอาจจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการคลายความรู้สึกตึงแน่นบริเวณกล้ามเนื้อด้านหลังศีรษะ ต้นคอและหัวไหล่ ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะลงได้ในระดับหนึ่ง
  • การใช้สมุนไพร วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ โดยมีหลักฐานที่พิสูจน์แล้วว่าสมุนไพรอย่าง เฟเวอร์ฟิว (feverfew) และบัตเตอร์เบอร์ (butterbur) อาจช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของไมเกรนลงได้จริง การทานไรโบเฟลวิน (วิตามินบี 2) มากๆ ก็อาจช่วยลดการเกิดไมเกรนได้เช่นกัน
  • โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10) การรับประทานอาหารเสริมอาจช่วยได้กับผู้ป่วยบางท่าน นอกจากนี้ อาหารเสริมที่ประกอบด้วยแมกนีเซียมซัลเฟต ก็อาจช่วยลดความถี่ของการเกิดภาวะปวดศีรษะได้ในบางคนเช่นกัน แม้จะยังไม่มีผลวิจัยรองรับเลยก็ตาม โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนว่าการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะสมกับคุณหรือไม่ ข้อควรระวังคือ ห้ามทานไรโบเฟลวิน (วิตามินบี 2) เฟเวอร์ฟิวและบัตเตอร์เบอร์เด็ดขาดหากคุณตั้งครรภ์อยู่
  • การกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าที่เส้นประสาทบริเวณท้ายทอย โดยใช้วิธีผ่าตัดฝังอิเล็กโทรด (Electrodes) ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ลงไปใกล้กับเส้นประสาทท้ายทอย ซึ่งอยู่บริเวณต้นคอ อิเล็กโทรดนี้จะส่งกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องไปที่เส้นประสาทเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด แต่วิธีการนี้เพิ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลองเท่านั้น

ก่อนที่จะลองรักษาด้วยวิถีทางเลือก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นให้ดีเสียก่อน หากมีคำถามโปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อได้รับข้อมูลการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headaches)

ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headaches) คืออาการปวด ตึง หรือปวดเหมือนมีแรงกดบริเวณหน้าผาก ท้ายทอย และคอ โดยมักมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อยถึงปานกลาง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มีนาคม 15, 2019 . เวลาในการอ่าน

ลักษณะอาการปวดศีรษะ แบบไหนที่กำลังเล่นงานคุณอยู่ตอนนี้ เช็กเลย!

ลักษณะอาการปวดศีรษะ ประเภทต่างๆ ที่สามารถบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพที่คุณอาจเผชิญอยู่ เคยสังเกตไหมว่าอาการปวดศีรษะในแต่ละครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างกันบ้างหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 15, 2019 . เวลาในการอ่าน

ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache)

อากการ ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster headache) คือการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง บ่อยครั้งเกิดขึ้นบริเวณรอบดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มีนาคม 15, 2019 . เวลาในการอ่าน

สะระแหน่ (Peppermint)

สรรพคุณของสะระแหน่สะระแหน่ใช้รักษาโรคหวัด การไอ การอักเสบที่ปากและลำคอ การติดเชื้อไซนัส ...

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 2, 2017 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

มะเร็งแรบโดมัยโอซาร์โคมา-rhabdomyosarcoma

มะเร็งแรบโดมัยโอซาร์โคมา (Rhabdomyosarcoma)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กันยายน 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
มัดผมแล้วปวดหัว-อาการ-วิธีแก้

สาวผมยาวแสนเศร้าใจ ไม่รู้ทำไม มัดผมทีไร ปวดหัวทุกที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปวดจี๊ดขึ้นสมอง

ปวดจี๊ดขึ้นสมอง หลังดื่มน้ำเย็น กินไอศกรีม เป็นเพราะอะไร อันตรายไหม?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 22, 2019 . เวลาในการอ่าน
ปวดศีรษะ-headache

ปวดศีรษะ (Headache)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย อนันตา นานา
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 15, 2019 . เวลาในการอ่าน