ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis) เป็นความผิดปกติของผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน และมีตุ่มพอง หรือตุ่มใส โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา และการรักษาสุขอนามัยผิวหนังให้สะอาดอยู่เสมอ

คำจำกัดความ

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส คืออะไร

โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis หรือ Dyshidrotic Eczema หรือ Pompholyx) บางครั้งเรียกว่า โรคตุ่มน้ำอักเสบ เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดตุ่มพอง หรือตุ่มน้ำเล็ก ๆ ที่ชั้นผิวหนังในระดับลึกที่บริเวณมือ นิ้วมือ ง่ามนิ้วมือนิ้วเท้า เท้า และฝ่าเท้า

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสมักเป็น ๆ หาย ๆ โดยตุ่มอาจขึ้นนานถึง 3 สัปดาห์ เมื่อตุ่มใสนี้แห้งจะทิ้งรอยไว้บนผิวหนัง และบางครั้ง ตุ่มใสอาจขึ้นซ้ำก่อนที่รอยเดิมจะหาย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว หากอาการไม่ได้ร้ายแรง ก็มักจะหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาหรือเข้ารับการรักษาเฉพาะใด ๆ

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส พบได้บ่อยแค่ไหน

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่พบมากในวัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุ และผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชายสองเท่า แต่คุณก็สามารถลดโอกาสในการเกิดผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงของคุณ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

อาการที่พบได้ทั่วไปของโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส ได้แก่

  • มีอาการคันที่ผิวหนัง ทั้งก่อนจะเกิดตุ่มใส และคันรอบ ๆ ตุ่มใส
  • มีตุ่มใสขึ้นที่ปลายนิ้ว ง่ามนิ้ว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
  • ตุ่มใสมักขึ้นเป็นกระจุก
  • ผิวหนังบริเวณนั้นแดงขึ้น แห้งขึ้น หรือแตก
  • ผิวหนังบริเวณนั้นหนาขึ้น
  • ผิวหนังรอบตุ่มใสชุ่มเหงื่อ
  • เล็บหนาขึ้นและเปลี่ยนสี

ยิ่งคุณเกาบ่อย ๆ ผิวหนังบริเวณที่มีอาการก็จะยิ่งหนาขึ้น และอาจทำให้ตุ่มใสเม็ดใหญ่ หรือตุ่มใสที่ขึ้นอยู่เป็นกระจุกแตก จนนำไปสู่การติดเชื้อได้ โดยคุณสามารถสังเกตได้จากอาการเหล่านี้

  • อาการเจ็บ
  • อาการบวม
  • ผิวหนังบริเวณนั้นแตกออก จนเห็นเป็นผิวหนังแดง ๆ แฉะ ๆ ตกสะเก็ด
  • ตุ่มที่เกิดขึ้นกลายเป็นตุ่มหนอง

โดยปกติแล้ว ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ผิวหนังชั้นลึกอาจมีอาการแดงและกดเจ็บต่อไปอีกสักพัก หากอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสของคุณรุนแรง จนเกิดตุ่มใสที่ฝ่าเท้า ก็อาจทำให้เดินลำบากขึ้น หรือหากมีตุ่มใสขึ้นที่มือรุนแรง ก็อาจทำให้คุณทำกิจวัตรประจำวัน เช่น พิมพ์งาน ล้างจาน จับพวงมาลัยรถยนต์ ทำอาหาร ได้ลำบากขึ้นด้วย

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสแย่ลง หรือไม่หายไปเองภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ หรือคุณพบว่าเกิดการติดเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาทันที

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

ในปัจจุบัน แพทย์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสเกิดจากสาเหตุใด แต่เชื่อว่าโรคนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังอักเสบอีกหนึ่งชนิดที่เรียกว่า โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Eczema) เพราะเมื่อประสบกับตัวกระตุ้นอาการแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ขนสัตว์ ก็มักจะทำให้เกิดอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสด้วย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส ได้แก่

ความเครียด ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ทั้งสิ้น

การสัมผัสโลหะบางชนิด เช่น นิกเกิล โคบอลต์ โครเมียม ซึ่งอาจพบได้จากการทำงาน หรือจากเครื่องประดับ เป็นต้น

  • เป็นคนเหงื่อออกมือและเท้ามาก
  • อากาศร้อนชื้น
  • ติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • เป็นภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้ตามฤดูกาล ภูมิแพ้ฝุ่น ภูมิแพ้ละอองเกสรดอกไม้
  • กำลังรักษาโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ด้วยวิธีรักษาโรคบางชนิด
  • ผิวหนังไวต่อการระคายเคือง หรือไวต่อสิ่งรบกวนเป็นพิเศษ (Sensitive skin)
  • เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดอื่น ๆ เช่น โรคผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)

การไม่มีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น คุณควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

ส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะวินิจฉัยโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสด้วยการตรวจร่างกาย และคุณไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่บางครั้ง แพทย์อาจต้องให้คุณเข้ารับการตรวจบางอย่างเพื่อหาว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากปัญหาผิวหนังอื่น ๆ หรือไม่ เช่น การขูดเอาเนื้อเยื่อผิวหนังตรงบริเวณผื่นไปตรวจหาเชื้อราที่อาจเป็นสาเหตุของโรค เช่น โรคน้ำกัดเท้า หรือที่เรียกว่า “การขูดตรวจเชื้อรา” หรือคุณอาจต้องเข้ารับการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เพื่อหาว่าผิวหนังของคุณแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใดหรือไม่ หรือไวต่อสิ่งรบกวนใดเป็นพิเศษหรือเปล่า

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

การรักษาโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้น และระดับความรุนแรงของอาการนั้น ๆ โดยวิธีรักษาที่นิยมใช้ ได้แก่

การรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกในกลุ่มที่มีฤทธิ์แรง (High potency) อาจช่วยเร่งให้ตุ่มใสหายเร็วขึ้นได้ แนะนำให้คุณทายาแล้วใช้พลาสติกแรป หรือฟิล์มยืดถนอมอาหารพันไว้ หรืออาจประคบบริเวณนั้นด้วยผ้าอุ่น เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น

ในกรณีที่อาการรุนแรง แพทย์อาจสั่งให้คุณรับประทานยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ด้วย เช่น เพรดนิโซโลน (Prednisolone) แต่การใช้งานควรอยู่ใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะการใช้ยานานเกินไป หรือใช้ในขนาดยาที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้

การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก

ยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก เช่น ยาทาโครลิมัส (Tacrolimus) ยาพิเมโครลิมัส (Pimecrolimus) อาจเป็นตัวเลือกในการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มากเกินไป แต่ยาชนิดนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นสารพิษที่สกัดมาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) นิยมใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสที่มีอาการรุนแรงด้วย

การรักษาด้วยแสง (Phototherapy)

หากรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการรักษาด้วยแสง โดยแพทย์จะใช้แสงอัลตราไวโอเลต (แสงยูวี) หรือแสงอาทิตย์เทียม ร่วมกับการให้คุณรับประทานยา หรือใช้ยาทาที่มำให้การรักษาด้วยแสงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ดีขึ้น

  • ประคบเย็น ครั้งละ 15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการคัน
  • ลดอาการคันด้วยยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้แพ้ เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ยาลอราทาดีน (Loratadine)
  • ทาครีมบำรุงผิว เพื่อบรรเทาอาการผิวแห้ง และลดอาการคัน
  • หลีกเลี่ยงกับสิ่งกระตุ้นอาการ เช่น เครื่องประดับที่มีนิกเกิล ปูซีเมนต์

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หน้าแดง อาจไม่ใช่เพราะอาย แต่เป็นเพราะปัญหาสุขภาพเหล่านี้ต่างหากล่ะ

หน้าแดง อาจไม่ใช่เพราะอายเสมอไป เพราะยังมีโรคหรือสภาวะสุขภาพอีกมากที่ทำให้คุณหน้าแดงได้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง แล้วเราจะป้องกันอาการหน้าแดงได้ยังไง ไปดูกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน

ภาวะปลายเล็บร่น เล็บแยกออกจากเนื้อ บรรเทาด้วยตัวเองได้อย่างไรบ้าง

ภาวะปลายเล็บร่น ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ควรจะต้องได้รับการรักษาอยากถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นมันอาจจะทำเกิดการติดเชื้อ หรือทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

ตำแยแมว (Acalypha indica)

ตำแยแมว เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก นิยมถอนรากตำแยแมวมาให้แมวกิน แต่หลายคนก็มีการนำตำแยแมวมาใช้เป็นสมุนไพร เพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ สิงหาคม 27, 2020 . เวลาในการอ่าน

สังคัง โรคชื่อน่ากลัว ที่คุณป้องกัน และรักษาเองเบื้องต้นได้

ใครที่กำลังคันแสนคัน บริเวณขาหนีบและอวัยวะเพศ เพราะเป็น สังคัง วันนี้ เรามีวิธีป้องกันและรักษาสังคังเบื้องต้นด้วยตัวเองมาฝาก รับรอง สังคังหายได้แน่!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
โรคผิวหนัง, ศูนย์สุขภาพ สิงหาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

เสพติดการแกะผิวหนัง-พฤติกรรมป่วยทางจิต

เสพติดการแกะผิวหนัง พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าคุณป่วยทางจิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
หลังคอดำ-โรคผิวหนังช้าง-วิธีรักษา

หลังคอดำ ไม่ใช่แค่ขี้ไคลเสมอไป แต่อาจเป็นอาการของ โรคผิวหนังช้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันเท้า-สาเหตุ-วิธีป้องกัน

คันเท้า ยิบๆ แสนจะกวนใจ อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ก็ได้นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
คันหัวนม-สาเหตุ-การรักษา

คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน