ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 08/07/2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ไส้ติ่งอักเสบ เป็นภาวะเกิดการอักเสบที่ไส้ติ่ง ซึ่งมักไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจน แต่เมื่อมีการอุดกั้น สามารถก่ออันตรายต่อร่างกายและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

คำจำกัดความ

ไส้ติ่งอักเสบ คืออะไร

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) เป็นภาวะเกิดการอักเสบที่ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีขนาดเล็ก และรูปร่างเหมือนท่อ ติดอยู่กับลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ในบริเวณด้านขวาล่างของช่องท้อง มักไม่มีหน้าที่ชัดเจน แต่เมื่อมีการอุดกั้น สามารถทำให้ก่ออันตรายต่อร่างกาย และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ไส้ติ่งอักเสบ พบได้บ่อยแค่ไหน

ไส้ติ่งอักเสบพบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่มักเกิดขึ้นได้มากที่สุดในผู้ที่มีอายุระหว่าง 10-30 ปี โรคนี้สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

อาการ

อาการของไส้ติ่งอักเสบ

อาการหลักของไส้ติ่งอักเสบคืออาการปวดท้อง ที่เริ่มต้นบริเวณกลางท้องส่วนบนใกล้กับสะดือ จากนั้นอาการปวดมักลุกลามลงไปยังช่องท้องด้านขวาล่าง และการเคลื่อนไหวร่างกาย การไอ หรือการออกแรงอาจทำให้อาการปวดแย่ลง

อาการอื่น ๆ ที่พบ ได้แก่

หากไม่รีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว และปล่อยไว้จนอาการรุนแรง อาจทำให้ไส้ติ่งแตกและทำให้เกิดการติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หรือไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการดัง ต่อไปนี้

  • หากสงสัยว่ามีอาการใด ๆ ของไส้ติ่งอักเสบ
  • อาการปวดที่ช่องท้องด้านขวาล่างที่ไม่หายไป
  • ท้องร่วงหรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • ท้องบวมร่วมกับมีไข้
ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ

สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดกั้น โดยสามารถเกิดจากอุจจาระ สิ่งแปลกปลอม หรือมะเร็ง เมื่อเกิดการอุดกั้น แบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ ทำให้ไส้ติ่งบวมและมีหนอง หากไส้ติ่งแตก แบคทีเรียสามารถแพร่กระจายและทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย ในผู้ป่วยบางราย ไส้ติ่งอักเสบเป็นอาการตอบสนองต่อการติดเชื้อในร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของไส้ติ่งอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับไส้ติ่งอักเสบมีหลายประการ เช่น

การไม่มีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น คุณควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบ

เพื่อให้การวินิจฉัยที่เหมาะสม แพทย์อาจทำการทดสอบดังต่อไปนี้

  • การตรวจร่างกายเพื่อประเมินอาการปวด
  • การตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจว่าอาการปวดเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือนิ่วในไต
  • การตรวจด้วยภาพถ่ายในช่องท้อง เช่น การเอ็กซเรย์ การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง การตรวจซีทีสแกน

การรักษาไส้ติ่งอักเสบ

การรักษาไส้ติ่งอักเสบคือการนำไส้ติ่งออกไป ซึ่งมักเรียกว่าการผ่าตัดไส้ติ่ง โดยมักเป็นการผ่าตัดช่องท้องฉุกเฉินที่พบได้มากที่สุด การผ่าตัดไส้ติ่งมีสองประเภทดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัดไส้ติ่งโดยใช้กล้อง โดยใช้ท่อ (กล้อง) ขนาดเล็กใส่เข้าไปในช่องท้องและนำไส้ติ่งออกมา
  • การผ่าตัดไส้ติ่งแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเปิดช่องท้องส่วนขวาล่างเพื่อนำไส้ติ่งออกมา

แพทย์มักจะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ ยาแก้ปวด และยาที่ทำให้อุจจาระนิ่มเพื่อบรรเทาอาการท้องผูก

ในกรณีที่มีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 วันหรืออาจกลับบ้านในวันเดียวกันกับที่ผ่าตัด ในกรณีที่อาการรุนแรงมากจนถึงขั้นไส้ติ่งแตก จะต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนานขึ้น และต้องให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด และแพทย์จำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ด้วย

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคไส้ติ่งอักเสบ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคไส้ติ่งอักเสบได้

ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการไส้ติ่งอักเสบได้ด้วยการรายงานอาการให้แพทย์ทราบโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับวิธีใช้ยาและการดูแลแผลหลังการผ่าตัด และควรเข้ารับการตรวจซ้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เมื่อ ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร

เมื่อ ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด คุณพ่อคุณแม่คงเป็นกังวลและพยายามหาสาเหตุ การที่ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือดถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ต้องติดตามใน Hello คุณหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

ป่วยเป็นลำไส้อุดตัน ต้องกินอย่างไร อาการถึงจะดีขึ้น

การกินอาหารอย่างไม่เหมาะสม อาจทำให้อาการทรุดหนักลงได้ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำ อาหารสําหรับผู้ป่วยลําไส้อุดตัน ว่าควรกินอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction)

ลำไส้อุดตัน (Intestinal obstruction) คือการที่มีบางอย่างอุดตันอยู่ในบริเวณลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็ก ซึ่งอาจมีได้ทั้งการอุดตันบางส่วน และการอุดตันทั้งหมด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ 22/09/2020 . เวลาในการอ่าน

ป้อนกล้วยทารก เสี่ยงตายได้ หากไม่ถึงวัยอันควร

วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยไขข้อสงสัยว่าการ ป้อนกล้วยทารก ก่อนวัยอันควรนั้นมีอันตรายอย่างไรบ้าง และทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงควรหลีกเลี่ยง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
พ่อแม่เลี้ยงลูก, โภชนาการเด็ก 15/09/2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมงกะพรุนต่อย

แก้พิษแมงกะพรุน ในเบื้องต้นด้วย วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมงกะพรุนต่อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ 29/12/2020 . เวลาในการอ่าน
ผักไนท์เฉด-ส่งผลต่อโรคข้ออักเสบ

ผักไนท์เฉด ส่งผลต่อโรคข้ออักเสบ และทำให้อาการอักเสบกำเริบจริงหรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ 14/12/2020 . เวลาในการอ่าน
รู้ทัน-ปัญหา-แก๊สรั่ว-เหตุฉุกเฉิน

รู้ทัน ปัญหา แก๊สรั่ว อันตรายร้ายแรงภายในบ้าน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ 11/11/2020 . เวลาในการอ่าน
วิธีลดอาการอักเสบ-อย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีลดอาการอักเสบ ในร่างกาย อย่างเป็นธรรมชาติ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ 02/11/2020 . เวลาในการอ่าน