ไอกรน (Whooping cough)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ไอกรน เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงในจมูกและลำคอ ในกรณีส่วนใหญ่ โรคนี้สังเกตได้จากอาการไอแค็กๆ ตามด้วยการเกิดเสียงแหลมดังขึ้นขณะหายใจเข้า

คำจำกัดความ

ไอกรนคืออะไร

ไอกรน (Whooping cough) หรือ Pertussis จัดเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงในจมูกและลำคอ ในกรณีส่วนใหญ่ โรคนี้สังเกตได้จากอาการไอแค็กๆ ตามด้วยการเกิดเสียงแหลมดังขึ้นขณะหายใจเข้า โรคไอกรนสามารถแพร่กระจายได้ง่าย แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน DTaP และวัคซีน Tdap ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ไอกรนพบบ่อยเพียงใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

โรคไอกรนพบในทารกและเด็กมากกว่าวัยผู้ใหญ่ แต่สามารถส่งผลต่อผู้ป่วยได้ทุกวัย สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของไอกรน

ระยะเวลาแสดงอาการของโรคมักอยู่ที่ประมาณ 10 วันหลังจากได้รับเชื้อ โดยสิ่งบ่งชี้และอาการทั่วไปของไอกรนในระยะเริ่มแรกมักไม่รุนแรงและคล้ายคลึงกับอาการหวัดโดยทั่วไป เช่น

  • น้ำมูกไหล
  • คัดจมูก
  • ตาแดงและน้ำตาไหล
  • มีไข้
  • ไอ

หลังจาก 1-2 สัปดาห์ผ่านไป สิ่งบ่งชี้และอาการจะเริ่มแย่ลง โดยจะมีอาการไอรุนแรงและเป็นเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดอาการร่วมต่างๆ ดังนี้

  • อาเจียน
  • ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเขียวคล้ำ
  • อ่อนเพลียมาก
  • หายใจแล้วมีเสียงแหลมเกิดขึ้น

อาจไม่พบอาการไอในทารกที่เป็นโรคไอกรน แต่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจหรืออาจหยุดหายใจชั่วคราว อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรไปพบหมอหากมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • อาเจียน
  • ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเขียว
  • หายใจลำบากหรือหยุดหายใจอย่างสังเกตได้
  • หายใจเข้าแล้วมีเสียงดัง

สาเหตุ

สาเหตุของไอกรน

แบคทีเรียเป็นสาเหตุของโรคไอกรน โดยเมื่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อหรืออยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อที่ไอหรือจาม แล้วอาจหายใจเอาละอองขนาดเล็กที่มีเชื้อที่แพร่กระจายในอากาศเข้าสู่ปอด

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของไอกรน

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้เกิดโรคไอกรน เช่น

  • วัคซีนไอกรนที่ได้รับในวัยเด็กหมดฤทธิ์ไป
  • เด็กที่เพิ่งได้รับวัคซีน ระหว่างการฉีดวัคซีน เด็กจะยังไม่มีภูมิต้านทานเต็มที่ โดยต้องรอจนกว่าจะได้รับวัคซีนอย่างน้อยสามครั้งจึงจะมีภูมิต้านทานโรค เพราะฉะนั้น ระยะเวลา 6 เดือน ระหว่างการรับฉีดวัคซีนมักมีความเสี่ยงที่เด็กจะได้รับเชื้อไอกรนได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไอกรน

อาการของโรคไอกรนมักไม่แสดงให้เห็นในระยะเริ่มแรก หรืออาจมีอาการเหมือนกับโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจทั่วไป เช่น หวัด ไข้หวัด หรือโรคหลอดลมอักเสบ ซึ่งยากที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคไอกรน ในบางกรณี แพทย์อาจต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับอาการต่างๆ และฟังลักษณะเสียงไอ เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

หากแพทย์ต้องการยืนยันการวินิจฉัย ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการทดสอบบางประการ เช่น การเพาะเชื้อและการทดสอบจมูกและลำคอ การตรวจเลือด หรือการเอ็กซเรย์หน้าอก

การเพาะเชื้อและการทดสอบจมูกและลำคอหมายถึงการป้ายหรือดูดเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อบริเวณที่จมูกและลำคอเชื่อมต่อกันเพื่อตรวจหา
ร่องรอยของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคไอกรน การตรวจเลือดต้องทำในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว นอกจากนี้
อาจมีการเอ็กซเรย์หน้าอกเพื่อตรวจหาการอักเสบหรือของเหลวในปอด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นเมื่อปอดบวมทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจอื่นๆ

การรักษาไอกรน

การรักษาไอกรนในระยะเริ่มแรกสามารถใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าแบคทีเรียที่ทำให้เกิดไอกรน ทั้งยังช่วยลดอาการต่างๆ และเร่งการฟื้นตัวของร่างกาย หรือหากมีการวินิจฉัยไอกรนช้าเกินไป ยาปฏิชีวนะยังคงออกฤทธิ์ได้ดี ในบางกรณี สมาชิกในครอบครัวอาจจำเป็นได้รับยาปฏิชีวนะด้วยเพื่อป้องกันการติดต่อ

หากอาการไอทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดื่มน้ำได้อย่างเพียงพอ อาจมีความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ ซึ่งควรติดต่อแพทย์ทันที

โรคไอกรนจะมีอันตรายมากกว่าหากเกิดในทารก จึงเป็นเหตุผลที่ทารกมักจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หากทารกมีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร อาจจำเป็นต้องให้น้ำเกลือ โดยแพทย์อาจให้แยกทารกออกจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ แต่หากเป็นเด็กโต อาจให้การรักษาที่บ้านก็ได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับไอกรน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการการดูแลรักษาตัวเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้รับมือกับโรคไอกรนได้

  • ควรพักผ่อนให้มากขึ้น
  • แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ และน้ำซุปมากๆ เพื่อเพิ่มของเหลวในร่างกาย
  • การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการอาเจียนหากเกิดอาการไอได้
  • การฟอกอากาศเป็นสิ่งจำเป็นในการกำจัดสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการไอ เช่น ควันบุหรี่และควันไฟจากเตาไฟ
  • ควรป้องกันการแพร่เชื้อโดยการปิดปากขณะไอและล้างมืออย่างสม่ำเสมอ

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เบลลาดอนนา (Belladonna)

การนำไปใช้Belladonna นั้นถูกนำไปใช้เพื่ออะไรได้บ้าง? Belladonna เป็นพืชชนิดหนึ่ง ใบและรากของมันถูกนำมาใช้ในการทำยา แม้จะเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าไม่ปลอดภัย ...

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . เวลาในการอ่าน

มัลเลน (Mullein)

สรรพคุณของมัลเลน:ดอกของมัลเลนใช้ผลิตยา สำหรับรักษาอาการต่างดังต่อไปนี้ ไอ ไอกรม วัณโรค หลอดลมอักเสบ เสียงแหบ ปอดบวม ปวดหู ไข้หวัด หนาวสั่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดหมู ...

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . เวลาในการอ่าน

เฟิร์นก้านดำ (Maidenhair Fern)

เฟิร์นก้านดำ (Maidenhair Fern) มักถูกนำมาใช้เพื่อลดอาการผมร่วงและทำให้ผมดก เฟิร์นก้านดำอาจถูกนำมาใช้งานในทางการแพทย์อื่นๆ ได้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
สมุนไพร ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ ธันวาคม 4, 2017 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ลักษณะการไอ[

ลักษณะการไอ ของคุณเป็นแบบไหน ลองเช็คอาการไอ 5 รูปแบบต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย แวววิกา ศรีบ้าน
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 25, 2019 . เวลาในการอ่าน
โรคไอกรน อาการ สาเหตุ

โรคไอกรน อาการที่พ่อแม่ควรสังเกตก่อนจะสายเกินไป

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 25, 2019 . เวลาในการอ่าน
อาการไอ-รูปแบบของอาการไอ

ไอแบบนี้ต้องกังวลมั้ย? ถอดรหัส อาการไอ 7 แบบ และความหมายทางสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จิดาภา ติยะสิริทานนท์
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 13, 2018 . เวลาในการอ่าน
พัฒนาการเด็ก-สัปดาห์ที่-41

พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 41 ของลูกน้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ออมสิน แสนล้อม
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 27, 2017 . เวลาในการอ่าน