การกระทบกระเทือนทางศีรษะ (Concussion)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 19/06/2020 . 3 mins read
Share now

การกระทบกระเทือนทางศีรษะ (Concussion)  คือ การได้รับการกระทบกระเทือนที่ส่งผลต่อศีรษะของคุณโดยตรง  ทำให้บริเวณนั้นเกิดการอักเสบ ฟกช้ำ ส่งผลให้ผู้ป่วย มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้และอาเจียน มองเห็นภาพซ้อน สูญเสียความทรงจำ  โดยการักษานั้นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล

การกระทบกระเทือนทางศีรษะ คืออะไร

การกระทบกระเทือนทางศีรษะ (Concussion) คืออะไร

การกระทบกระเทือนทางศีรษะ (Concussion)  คือ การได้รับการกระทบกระเทือนที่ส่งผลต่อศีรษะของคุณโดยตรง  ทำให้บริเวณนั้นเกิดการอักเสบ ฟกช้ำ ส่งผลให้ผู้ป่วย มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้และอาเจียน มองเห็นภาพซ้อน สูญเสียความทรงจำ  โดยการักษานั้นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล

ถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายบาดเจ็บแล้ว ยังสามารถส่งผลไปยังสมอง จนถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้

พบได้บ่อยเพียงใด

สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย  โดยเฉพาะในวันทารกและวัยเด็ก

อาการ

อาการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

สัญญาณและอาการของการกระทบกระเทือนมีอยู่หลายประเภท ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผล และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางศีรษะจะส่งผลต่อทั้งทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจ โดยมีอาการดังต่อไปนี้

ช่วงระยะเวลาที่กำลังพักฟื้นหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนศีรษะนั้น คุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

สาเหตุส่วนใหญ่ของการถูกกระทบกระเทือนทางศีรษะเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น การได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์  การถูกทำร้ายร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยงของการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพร่างกายของเรา อย่างเช่น

  • การเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะหากมีอุปกรณ์ในการเล่นที่ไม่ปลอดภัย
  • อยู่ในสถานการณ์เกิดอุบัติเหตุทางเท้าหรือจักรยาน
  • เป็นทหารอยู่ในสนามรบ
  • ตกเป็นเหยื่อในการทารุณกรรมทางร่างกาย
  • หกล้ม หรือถูกกระแทก เกิดขึ้นได้ในเด็กและผู้สูงอายุ
  • เคยถูกกระแทกมาแล้วก่อนหน้านี้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่ได้รับไปนั้นไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะดีกว่า

การวินิจฉัยการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติและประเมินอาการ นอกจากนี้ยังทำการทดสอบอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น

  • การซีทีแสกน  (Computerized Tomography Scan : CT Scan) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติบริเวณสมองอย่างละเอียด
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic ResonanceImaging : MRI) เพื่อวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการถูกกระทบกระแทก

การรักษาการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน หากผู้ป่วยมีเลือดออกในสมอง อาการสมองบวม หรือได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แพทย์จะทำการผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานยาบรรเทาอาการปวด เช่น แอสไพริน (Aspirin) หากมีอาการแย่ลงควรมาพบแพทย์ภายใน 24-72 ชั่วโมง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรักษาการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

การป้องกันการลดการกระเทือนทางศีรษะสามารถลดความเสี่ยงได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่า หมวกกันน็อค หรือชุดที่สวมใส่นั้น มีความเหมาะสมกับกิจกรรม
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา เพื่อเทคนิคการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อยากความจำดี ไม่ควรพลาด สารอาหารเสริมความจำ เหล่านี้

ความจำดี ทำได้ง่ายๆ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มี สารอาหารเสริมความจำ และเลือกทำกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง เช่น ออกกำลังกาย เล่นเกมลับสมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

แพทย์เผย! ปิดปาก-ปิดจมูก ขณะจาม อาจเสี่ยง โรคลมเข้าสมอง

นายแพทย์ มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ระบุถึงผู้ป่วยที่เป็น โรคลมเข้าสมอง หลังจากเอามือปิดปาก-ปิดจมูกขณะจาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

วิธี ออกกำลังกายสมอง เจ๋งๆ ที่ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น

การ ออกกำลังกายสมอง เป็นวิธีการกระตุ้นสมองให้ได้ทำงาน เพื่อพัฒนาทักษะความจำ สมาธิและการจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ทำ นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองสุขภาพดีอีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

รู้จักกับ กลุ่มอาการทูเร็ตต์ โรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเยาว์วัย

กลุ่มอาการทูเร็ตต์ (Tourette Syndrome) คือ โรคกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท จนทำให้ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ อย่างขึ้นมากะทันหัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin