home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบ เป็นภาวะเกิดการอักเสบที่ไส้ติ่ง ซึ่งมักไม่มีหน้าที่ที่ชัดเจน แต่เมื่อมีการอุดกั้น สามารถก่ออันตรายต่อร่างกายและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

คำจำกัดความ

ไส้ติ่งอักเสบ คืออะไร

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) เป็นภาวะเกิดการอักเสบที่ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีขนาดเล็ก และรูปร่างเหมือนท่อ ติดอยู่กับลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ในบริเวณด้านขวาล่างของช่องท้อง มักไม่มีหน้าที่ชัดเจน แต่เมื่อมีการอุดกั้น สามารถทำให้ก่ออันตรายต่อร่างกาย และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ไส้ติ่งอักเสบ พบได้บ่อยแค่ไหน

ไส้ติ่งอักเสบพบได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แต่มักเกิดขึ้นได้มากที่สุดในผู้ที่มีอายุระหว่าง 10-30 ปี โรคนี้สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของไส้ติ่งอักเสบ

อาการหลักของไส้ติ่งอักเสบคืออาการปวดท้อง ที่เริ่มต้นบริเวณกลางท้องส่วนบนใกล้กับสะดือ จากนั้นอาการปวดมักลุกลามลงไปยังช่องท้องด้านขวาล่าง และการเคลื่อนไหวร่างกาย การไอ หรือการออกแรงอาจทำให้อาการปวดแย่ลง

อาการอื่น ๆ ที่พบ ได้แก่

หากไม่รีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว และปล่อยไว้จนอาการรุนแรง อาจทำให้ไส้ติ่งแตกและทำให้เกิดการติดเชื้อที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หรือไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการดัง ต่อไปนี้

  • หากสงสัยว่ามีอาการใด ๆ ของไส้ติ่งอักเสบ
  • อาการปวดที่ช่องท้องด้านขวาล่างที่ไม่หายไป
  • ท้องร่วงหรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • ท้องบวมร่วมกับมีไข้
ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ

สาเหตุของไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดกั้น โดยสามารถเกิดจากอุจจาระ สิ่งแปลกปลอม หรือมะเร็ง เมื่อเกิดการอุดกั้น แบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ ทำให้ไส้ติ่งบวมและมีหนอง หากไส้ติ่งแตก แบคทีเรียสามารถแพร่กระจายและทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย ในผู้ป่วยบางราย ไส้ติ่งอักเสบเป็นอาการตอบสนองต่อการติดเชื้อในร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของไส้ติ่งอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับไส้ติ่งอักเสบมีหลายประการ เช่น

การไม่มีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น คุณควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไส้ติ่งอักเสบ

เพื่อให้การวินิจฉัยที่เหมาะสม แพทย์อาจทำการทดสอบดังต่อไปนี้

  • การตรวจร่างกายเพื่อประเมินอาการปวด
  • การตรวจเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจว่าอาการปวดเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือนิ่วในไต
  • การตรวจด้วยภาพถ่ายในช่องท้อง เช่น การเอ็กซเรย์ การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง การตรวจซีทีสแกน

การรักษาไส้ติ่งอักเสบ

การรักษาไส้ติ่งอักเสบคือการนำไส้ติ่งออกไป ซึ่งมักเรียกว่าการผ่าตัดไส้ติ่ง โดยมักเป็นการผ่าตัดช่องท้องฉุกเฉินที่พบได้มากที่สุด การผ่าตัดไส้ติ่งมีสองประเภทดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัดไส้ติ่งโดยใช้กล้อง โดยใช้ท่อ (กล้อง) ขนาดเล็กใส่เข้าไปในช่องท้องและนำไส้ติ่งออกมา
  • การผ่าตัดไส้ติ่งแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเปิดช่องท้องส่วนขวาล่างเพื่อนำไส้ติ่งออกมา

แพทย์มักจะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ ยาแก้ปวด และยาที่ทำให้อุจจาระนิ่มเพื่อบรรเทาอาการท้องผูก

ในกรณีที่มีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 วันหรืออาจกลับบ้านในวันเดียวกันกับที่ผ่าตัด ในกรณีที่อาการรุนแรงมากจนถึงขั้นไส้ติ่งแตก จะต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนานขึ้น และต้องให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด และแพทย์จำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ด้วย

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคไส้ติ่งอักเสบ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคไส้ติ่งอักเสบได้

ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการไส้ติ่งอักเสบได้ด้วยการรายงานอาการให้แพทย์ทราบโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับวิธีใช้ยาและการดูแลแผลหลังการผ่าตัด และควรเข้ารับการตรวจซ้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Ferri, Fred. Ferri’s Netter Patient Advisor. Philadelphia, PA: Saunders / Elsevier, 2012. Print edition. Page 959.

Porter, Robert. Kaplan Justin. Homeier Barbara. The Merck manual home health handbook. New Jersey: John Wiley & Sons, Inc, 2009. Print edition. Page 203.

Appendicitis. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. http://digestive.niddk.nih.gov/ddiseases/pubs/appendicitis/. Assessed July 13, 2016.

Appendicitis https://www.webmd.com/digestive-disorders/digestive-diseases-appendicitis#1. Accessed 20 January 2020
Appendicitis https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/appendicitis/symptoms-causes/syc-20369543. Accessed 20 January 2020

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี เมื่อ 01/01/2019
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x