home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

อาการเหงื่อเย็น เกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายอาจต้องการบอกอะไรกับคุณ

อาการเหงื่อเย็น เกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายอาจต้องการบอกอะไรกับคุณ

ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะเหงื่ออออกก็ในช่วงเวลาที่อากาศร้อน หรือออกกำลังกาย แต่บางครั้งเมื่อเกิดอาการตื่นเต้น หรือเกิดภาวะเครียด ก็อาจทำให้ร่างกายมีอาการเหงื่อออก ได้เช่นกัน ซึ่งอาการเช่นนี้มักจะถูกเรียกว่า อาการเหงื่อเย็น ซึ่งบางครั้งเหงื่อเย็นที่เกิดขึ้น ก็สามารถบอกความผิดปกติของร่ายกายได้ แต่เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

อาการเหงื่อเย็น (Cold Sweats) เกิดขึ้นจากสาเหตุใด

เหงื่อเย็น มักมาจากการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด แต่บางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยได้เช่นกัน นอกจากนั้นแล้ว อาการเหงื่อเย็น ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆ ที่เกี่ยวกับร่างกาย ดังนี้

  • อาการช็อก

อาการช็อก เกิดจาการที่การไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและอวัยวะสำคัญอื่นๆ ต่ำลง การขาดการไหลเวียนของเลือดทำให้ออกซิเจนและสารอาหาร ถูกส่งไปยังสมองน้อยลง ทำให้เกิดความเครียด ถ้าเกิดอาการช็อกขึ้นอาจส่งผลร้ายต่อชีวิตได้ นอกจากนั้นยังทำให้มีอาการหนาวสั่น และทำให้เกิดอาการเหงื่อเย็นขึ้นได้

ถ้าเกิดอาการช็อก สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการติดต่อหน่วยกู้ชีพ เพื่อให้พวกเขาเข้ามาช่วยเหลือ บางครั้งอาการช็อกอาจส่งผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว (มากกว่า 20 ครั้งต่อนาที) แต่ชีพจรกลับเต้นช้าลงจนผิวซีด ร่างกายอ่อนแอ จนถึงขั้นเป็นลมได้เลย ในระหว่างที่รอหน่วยกู้ชีพ ควรให้ผู้ป่วยนอนราบ แล้วยกเท้าขึ้นประมาณ 8-12 นิ้ว

  • การติดเชื้อ

การติดเชื้อที่ทำให้มีอาการไข้เกิดขึ้น อาจทำให้มีอาการเหงื่อเย็นเกิดขึ้นได้เช่นกัน การติดเชื้ออาจทำให้เกิดอาการช็อก แต่ถ้ามีอาการเหงื่อเย็นเกิดขึ้น โดยที่ไม่มีไข้ หรือไม่ได้เกิดจากอาการตกใจ แนะนำว่าควรจะเรียกรถพยาบาลเป็นการดีที่สุด

  • โรควูบ (Syncope)

โรควูบเกิดจากการลดลงของความดันโลหิต มักจะเรียกกันว่า เป็นลมหมดสติ และนำไปสู่อาการเหงื่อเย็นได้ โดยหลายคนจะเริ่มต้นจากการเหงื่อออก มีอาการคลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะอย่างกะทันหัน หรือรุนแรงเกิดขึ้น

  • ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บ

ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บที่รุนแรง ได้แก่ แขนหัก ขาหัก หรือการตัดแขน ตัดขา สามารถนำไปสู่อาการเหงื่อเย็นได้ บางครั้งเมื่อเกิดการเจ็บปวดอย่างรุนแรง เหงื่อที่ออกอาจจะเกิดขึ้นเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดนั่นเอง

  • หัวใจวาย

หัวใจวายก็อาจทำให้เกิดอาการเหงื่อเย็นได้ นอกจากนั้นก็จะมีอาการเจ็บหน้าอก หรือเกิดอาการแน่นที่คอ หรือแขน การดูแลเบื้องต้นคือเรียกรถพยาบาล จากนั้นให้ผู้ป่วยกินแอสไพรินขณะที่รอรถพยาบาลมาถึง

  • หายใจถี่

การหายใจถี่ที่รุนแรงอาจนำไปสู่การขาดออกซิเจนในกระแสเลือดได้ เมื่อสมองของผู้ป่วยเริ่มต้องการออกซิเจน จะส่งผลให้เกิดความเครียด จากนั้นร่างกายก็จะถูกกระตุ้นให้เกิดอาการเหงื่อเย็น แต่บางครั้งเหงื่อเย็นก็มักจะเกิดจากความเหนื่อยล้าหลังจากออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยได้เช่นกัน

  • กลูโคสในเลือดต่ำ

กลูโคสในเลือดต่ำ หรือภาวะน้ำตาลในเลือดน้อยเกินไป เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งถือเป็นภาวะที่ร้ายแรงเช่นเดียวกับการขาดออกซิเจน

  • ความกลัวและความวิตกกังวล

ความกลัวและความวิตกกังวล เป็นสาเหตุของความเครียด นอกจากนั้นการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง ก็สามารถทำให้เกิดอาการเหงื่อเย็นได้ด้วย

วิธีดูแลตัวเองที่บ้านง่ายๆ เมื่อเกิดอาการเหงื่อเย็น

สำหรับเคล็ดลับในการจัดการรับมือและป้องกันอาการเหงื่อเย็น สามารถทำได้ดังนี้

  • รักษาผิวให้สะอาดและแห้ง ด้วยการอาบน้ำเป็นประจำ รวมถึงใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย วิธีนี้สามารถช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ ซึ่งเกิดจากอาการเหงื่อเย็นได้ นอกจากนั้นมันยังช่วยลดความไม่สบายตัวจากอาการเหงื่อได้ด้วย
  • สวมรองเท้าที่เหมาะสม การสวมรองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ สำหรับผู้ที่มีอาการเหงื่อออกที่เท้า หรือเท้าแห้ง
  • สวมถุงเท้า การสวมถุงเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่จะทำ อย่างเช่น ถึงเท้าที่เหมาะสำหรับใส่เพื่อเล่นกีฬา จะช่วยดูดซับความชื้นได้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเหงื่อเย็นด้วย
  • หาวิธีผ่อนคลาย เช่น ฝึกโยคะ หรือทำสมาธิ กิจกรรมผ่อนคลายเหล่านี้จะช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเหงื่อเย็น
  • ปรับอาหาร ในอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น คาเฟอีน สามารถทำให้เกิดอาการเหงื่อเย็นได้ ดังนั้น การลดการบริโภคสิ่งเห่านี้ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเหงื่อเย็นได้

นอกจากการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว การไปพบคุณหมอเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการอาการเหงื่อเย็นที่เกิดขึ้น ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ควรทำ เนื่องจากคุณหมอจะสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับอาการที่คุณพบเจอได้ด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Causes and Treatment of Cold Sweats. https://www.verywellhealth.com/causes-and-treatment-of-cold-sweats-1298949. Accessed May 18, 2020

What Causes Cold Sweats and What Can You Do About It?. https://www.healthline.com/health/cold-sweats. Accessed May 18, 2020

What to do about cold sweats. https://www.medicalnewstoday.com/articles/320713#complications. Accessed May 18, 2020

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 19/05/2020
x