home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

2

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรวางใจ

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรวางใจ

อาการเจ็บหน้าอก เป็นสัญญาณทางสุขภาพที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้ครอบคลุมแค่เพียงภาวะใดภาวะหนึ่ง หรือโรคใดโรคหนึ่ง แต่ อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย ของคุณอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ หรืออาจหมายถึงปัญหาสุขภาพปอดที่คุณกำลังเผชิญอยู่ก็ได้เช่นกัน บทความนี้ของ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมเอาสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาการ เจ็บหน้าอกข้างซ้าย มาฝากกันค่ะ

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย เป็นสัญญาณอันตรายอะไรบ้าง

อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย อาจเป็นสัญญาณสุขภาพได้หลายประการ ดังนี้

กรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่มักจะก่อให้เกิด อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย เพราะเมื่อกรดในกระเพาะอาหารถูกตีกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารจะก่อให้เกิดอาการเสียดหรือเจ็บที่บริเวณหน้าอกข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง หรือข้างซ้ายอย่างเดียว และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

  • มีอาการแสบร้อนกลางอก
  • กลืนอาหารลำบาก
  • มีรสเปรี้ยวในปากและลำคอ

อาการปวดเค้นหัวใจ

อาการปวดเค้นหัวใจ หรืออาการเจ็บหน้าอก ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนจากเลือดไม่เพียงพอ จึงก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บ ปวด แน่นที่บริเวณหน้าอกข้างซ้าย อย่างไรก็ตาม อาการเจ็บหน้าอกชนิด Angina ไม่ถือว่าเป็นโรค แต่เป็นอาการโดยทั่วไปของปัญหาสุขภาพหัวใจ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หากมีอาการเจ็บหน้าอกหรือรู้สึกปวดเค้นที่หัวใจข้างซ้าย ควรหาโอกาสไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

หัวใจวาย

อาการหัวใจวายเกิดจากการที่หัวใจได้รับออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิด อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย ซึ่งสามารถมีอาการเจ็บหน้าอกได้หลายกรณี ได้แก่ เจ็บหน้าอกข้างซ้ายอย่างช้า ๆ หรือเจ็บหน้าอกข้างซ้ายขึ้นมาอย่างทันทีทันใด และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

หากรู้สึกปวดหน้าอกข้างซ้ายขึ้นมาแบบกะทันหันและมีอาการข้างเคียงของหัวใจวายอื่น ๆ ร่วมด้วย ควรรีบไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย อาจเป็นสัญญาณหรืออาการหนึ่งของ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ซึ่งโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จะส่งผลต่อกระบวนการทำงานของระบบการนำสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจ เสี่ยงที่จะทำให้หัวใจอ่อนแอ หรือทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มีอาการดีขึ้นไปตามลำดับโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องเข้าพบคุณหมอ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ

โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Cardiomyopathy) คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจหรือหัวใจมีขนาดโตผิดปกติ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้อาจจะมีอาการแสดงออกมา หรือไม่มีอาการใด ๆ เลยก็ได้ แต่ในกรณีที่มีอาการ ผู้ป่วยจะมี อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย ร่วมกับอาการอื่น ๆ ได้แก่

  • หายใจถี่
  • วิงเวียนศีรษะ
  • มีอาการใจสั่น
  • มีอาการบวมที่เท้า ข้อเทา ขา มือ และหน้าท้อง

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

เยื่อหุ้มหัวใจของคนเราจะมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ สองชั้นล้อมรอบหัวใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เนื้อเยื่อเหล่านี้เกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ จนกลายเป็นโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) ก็จะก่อให้เกิดอาการเจ็บแปล๊บที่หน้าอกข้างซ้ายหรือกลางหน้าอก และมีอาการปวดไหล่ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • หายใจถี่
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

เยื่อหุ้มปอดอักเสบ

อาการเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleurisy) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณปอดเกดการระคายเคืองหรืออักเสบ ส่งผลให้รู้สึกเจ็บหรือปวดที่หน้าอกขณะหายใจ และมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

หลอดอาหารทะลุ

ภาวะหลอดอาหารทะลุ เป็นอาการทางสุขภาพชนิดฉุกเฉินที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดที่หน้าอกซ้าย ร่วมกับอาการอื่น ๆ ดังนี้

  • หายใจเร็วขึ้น
  • มีไข้
  • คลื่นไส้
  • อาเจียนหรืออาเจียนออกมาเป็นเลือด

เมื่อหลอดอาหารเกิดการทะลุ จะทำให้อาหารหรือของเหลวที่กินเข้าไปเกิดอาการรั่วเข้าสู่หน้าอกหรือปอดได้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ค่อนข้างอันตราย

ภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอด

ภาวะลมในช่องเยื่อหุ้มปอดหรือภาวะปอดรั่ว (Pneumothorax) เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อปอดเกิดการยุบตัว ซึ่งอาจเกิดจากการประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือปัญหาสุขภาพปอดย่ำแย่มาแต่เดิมแล้ว ซึ่งจะก่อให้เกิด อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย หรือกลางหน้าอก ประกอบกับอาการอื่น ๆ ได้แก่

  • เหนื่อยง่าย
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึก ๆ
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกเมื่อมีอาการไอ
  • หายใจถี่
  • แน่นหน้าอก
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

หากเนื้อเยื่อปอดมีรูรั่วขนาดใหญ่ อาจจำเป็นต้องมีการใส่ท่อหรือสายยางเพื่อฟื้นฟูให้ปอดพองหรือขยายขึ้นอีกครั้ง

มีอาการวิตกกังวล

หากเกิดอาการวิตกกังวล หรืออาการแพนิค (Panic attack) ขึ้นแบบเฉียบพลันจากการถูกทำให้ตกใจ เสียขวัญ สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายได้ เจ็บกลางหน้าอก หรือเจ็บหน้าอกข้างขวาได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

  • หายใจถี่
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • โลกหมุน วิงเวียนศีรษะ
  • เหงื่อออก
  • ร้อนวูบวาบ
  • หนาวสั่น
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • รู้สึกถึงอาการสำลัก
  • รู้สึกว่าเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ใช่เรื่องจริง

หากมีอาการใกล้เคียงกับอาการวิตกกังวล หรืออาการแพนิค ควรไปพบคุณหมอ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและทำการรักษา

วิธีป้องกันอาการเจ็บหน้าอก

อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย นอกจากจะเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพหลายประการที่แตกต่างกันไปแล้ว ก็อาจจะเกิดจากสาเหตุที่ต่างกันไปอีกด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและหมั่นบำรุงสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของอาการเจ็บหน้าอกได้

  • เลิกสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ โดยอย่างน้อย ๆ ควรจะออกกำลังกายด้วยการเดินให้ได้วันละประมาณ 30 นาที
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหรือเบาหวาน
  • จำกัดการรับประทานไขมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หมั่นกินอาหารที่ให้สารอาหารจำพวกกรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ
  • ทานอาหารที่ปรุงรสด้วยเกลือหรืออาหารที่มีโซเดียมสูงให้น้อยลง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากมี อาการเจ็บหน้าอกข้างซ้าย หรือรู้สึกเจ็บหน้าอกที่ข้างใดข้างหนึ่งร่วมกับอาการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น หายใจถี่สั้น หรือคลื่นไส้อาเจียน ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา หรือถ้าหากมีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมาอย่างกะทันหันร่วมกับอาการอื่น ๆ ควรไปพบคุณหมอหรือขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What’s Causing Pain in the Left Side of My Chest?. https://www.healthline.com/health/left-chest-pain. Accessed on December 09, 2020.

What causes chest pain on the left side?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/327375. Accessed on December 09, 2020.

Chest pain. https://www.clinicbarcelona.org/en/assistance/be-healthy/chest-pain/prevention. Accessed on December 09, 2020.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 02/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ