คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ต้นหอม โภชนาการ และข้อควรระวังในการบริโภค

    ต้นหอม โภชนาการ และข้อควรระวังในการบริโภค

    ต้นหอม เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศตระกูลเดียวกับกระเทียม หัวสีขาว ลำต้นซึ่งเป็นกาบใบสีเขียวยาวประมาณ 12 นิ้ว ให้กลิ่นเฉพาะตัว รับประทานได้ทุกส่วนทั้งแบบดิบและสุก นิยมนำไปใช้โรยหน้าเพื่อเสริมกลิ่นให้เมนูอาหาต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นเครื่องเคียงหรือแนมกับเมนูอาหารบางชนิด อย่างข้าวผัดหรือปอเปี๊ยะ เพื่อเสริมสมดุลรสชาติในปาก ต้นหอมประกอบไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินหลายชนิด เช่น ไฟเบอร์ วิตามินเอ วิตามินซี มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น อาจช่วยต้านมะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูก

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    คุณค่าทางโภชนาการของ ต้นหอม

    ต้นหอม 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 32 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

    • คาร์โบไฮเดรต 7.34 กรัม
    • โปรตีน 1.83 กรัม
    • ไขมัน 0.19 กรัม
    • โพแทสเซียม 276 มิลลิกรัม
    • แคลเซียม 72 มิลลิกรัม
    • ฟอสฟอรัส 37 มิลลิกรัม
    • แมกนีเซียม 20 มิลลิกรัม
    • วิตามินซี 18.8 มิลลิกรัม

    นอกจากนี้ ต้นหอมยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น สังกะสี ทองแดง แมงกานีส ซีลีเนียม (Selenium) โคลีน (Choline) วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินเค โฟเลต (Folate) เบตา แคโรทีน (β-Carotene)

    ประโยชน์ของต้นหอมต่อสุขภาพ

    ต้นหอมอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพของต้นหอม ดังนี้

    1. อาจช่วยต้านมะเร็งได้

    ต้นหอมมีสารไดแอลลิล ไดซัลไฟด์ (Diallyl Disulfide) ที่มีคุณสมบัติเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง และยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ดังนั้น การบริโภคต้นหอมจึงอาจช่วยต้านมะเร็งได้

    งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เรื่องคุณสมบัติของสารไดแอลลิล ไดซัลไฟด์ในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เผยแพร่ในวารสาร International Journal of Molecular Sciences ปี พ.ศ. 2560 นักวิจัยได้ทำการศึกษาผลการศึกษาหลาย ๆ ชิ้น ทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับระบาดวิทยา การทดลองในห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับประสิทธิภาพของไดแอลลิล ไดซัลไฟด์ ซึ่งเป็นสารอาหารในพืชตระกูลหอมกระเทียมในการป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็งผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การยับยั้งวัฏจักรของเซลล์มะเร็ง การเหนี่ยวทำให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง การหยุดยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) รวมถึงการสกัดไม่ให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัว หรือแพร่กระจายไปยังบริเวณข้างเคียง พบว่า การบริโภคพืชในตระกูลหอม-กระเทียมซึ่งมีสารไดแอลลิล ไดซัลไฟด์ อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

    อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นการศึกษาจากข้อมูลที่ได้จากห้องปฏิบัติการ ควรมีการศึกษาและทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าการบริโภคพืชในกลุ่มหอม-กระเทียมซึ่งมีสารไดแอลลิล ไดซัลไฟด์ สามารถช่วยต้านมะเร็งได้จริง

    1. อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

    ต้นหอมอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการอักเสบ ช่วยลดระดับไขมันในเลือดและความดันเลือดซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น การบริโภคต้นหอม จึงอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

    ในงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ว่าด้วยความสัมพันธ์ของการบริโภคพืชตระกูลหอม-กระเทียม และโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไตเรื้อรัง ในผู้ใหญ่ ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Hypertension ปี พ.ศ. 2560 นักวิจัยได้ติดตามและศึกษาพฤติกรรมการบริโภคพืชตระกูลหอม-กระเทียมของเพศชายและเพศหญิงจำนวนหนึ่ง ระหว่างปี พ.ศ. 2549-2551 และ 2555-2557 เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคพืชตระกูลหอม-กระเทียมที่มีผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไตเรื้อรัง พบว่า ผู้ที่บริโภคพืชตระกูลหอม-กระเทียมเป็นประจำ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูงลดลง โดยอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง และโรคความดันโลหิตสูงประมาณร้อยละ 64, 32 และ 26 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคพืชตระกูลหอม-กระเทียม ต่อการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

    1. อาจช่วยบำรุงกระดูก

    ต้นหอมอุดมไปด้วยวิตามินเคซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงกระดูกโดยช่วยเพิ่มจำนวนอัลคาไลน์ ฟอสฟาเตส (Alkaline Phosphatase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างกระดูกให้แข็งแรง ไม่เปราะง่าย การบริโภคต้นหอม จึงอาจช่วยบำรุงกระดูกได้

    งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างวิตามินเคและสุขภาพกระดูก เผยแพร่ในวารสาร Journal of Osteoporosis ปี พ.ศ. 2562 โดยนักวิจัยได้ศึกษางานวิจัยต่าง ๆ ที่ทำการทดลองและมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวิตามินเคและกระดูก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างอาหารเสริมสำหรับสุขภาพกระดูกและการขาดวิตามินเค พบว่า วิตามินเคมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของกระดูก และความหนาแน่นของมวลกระดูก โดยหากร่างกายมีวิตามินเคต่ำ แต่มีโปรตีนที่สร้างจากกระดูกในปริมาณสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กระดูกแตกหักและเปราะง่ายขึ้นโดยเฉพาะบริเวณสะโพก

    อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับประโยชน์ในการบริโภคอาหารเสริมวิตามินเค 1 และวิตามินเค 2 จึงควรมีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมในผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินเคเพื่อหาความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของวิตามินเคต่อความเสี่ยงกระดูกเปราะต่อไป

    1. อาจช่วยบำรุงสายตา

    ต้นหอมมีสารอาหารกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) อย่างเบตา แคโรทีน ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งมีประสิทธิภาพในการรักษาสุขภาพสายตาและป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา ดังนั้น การบริโภคต้นหอม จึงอาจช่วยบำรุงสายตาได้

    งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารเบตา แคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ต่อสุขภาพของดวงตาและโรคเกี่ยวกับดวงตา ตีพิมพ์ในวารสาร Antioxidants ปี พ.ศ. 2563 ระบุว่า เมื่อบริโภคสารเบตา แคโรทีน เข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะดวงตา

    ขณะเดียวกัน ลูทีน ซีแซนทีน และเมโซ ซีแซนทีน (Meso-Zeaxanthin) มีคุณสมบัติช่วยรักษาสุขภาพสายตา ป้องกันภาวะเครียดออกซิเดชันที่ก่อให้เกิดภาวะตาอักเสบ ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับเลนส์ตาและจอรับภาพจากการเผชิญกับแสง รวมทั้งปกป้องดวงตาจากโรคต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

    ข้อควรระวังในการบริโภค ต้นหอม

    ต้นหอมมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ แต่ก่อนบริโภคต้นหอม หรือนำต้นหอมไปประกอบอาหาร ควรล้างให้สะอาดเสียก่อน เพราะต้นหอมอาจมีดิน เชื้อโรค ฝุ่นละลองหรือสิ่งแปลกปลอมปะปนอยู่ เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซึ่งอาจทำให้ป่วยหรือเสียชีวิตได้

    ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมียาที่ต้องใช้เป็นประจำควรบริโภคต้นหอมด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาวอร์ฟาริน (Warfarin) เพื่อช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาคุณหมอก่อนบริโภคต้นหอม เพราะต้นหอมอุดมไปด้วยวิตามินเค ซึ่งมีคุณสมบัติลดการแข็งตัวของเลือดเช่นกัน

    สำหรับหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร สามารถบริโภคต้นหอมได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคในปริมาณมาก และควรบริโภคผักและผลไม้ให้หลากหลายเพื่อบำรุงร่างกายและให้ได้รับปริมาณสารอาหารครบถ้วน

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Onions, spring or scallions (includes tops and bulb), raw. https://fdc.nal.usda.gov/fdc-app.html#/food-details/170005/nutrients. Accessed July 7, 2022

    Dietary Bioactive Diallyl Trisulfide in Cancer Prevention and Treatment. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5578035/#:~:text=Diallyl%20trisulfide%20(DATS)%2C%20a,angiogenesis%2C%20invasion%2C%20and%20metastasis. Accessed July 7, 2022

    Allium vegetable intakes and the incidence of cardiovascular disease, hypertension, chronic kidney disease, and type 2 diabetes in adults. https://journals.lww.com/jhypertension/Abstract/2017/09000/Allium_vegetable_intakes_and_the_incidence_of.25.aspx. Accessed July 7, 2022

    Vitamin K and Bone Health: A Review on the Effects of Vitamin K Deficiency and Supplementation and the Effect of Non-Vitamin K Antagonist Oral Anticoagulants on Different Bone Parameters. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6955144/. Accessed July 7, 2022

    A Mechanistic Review of β-Carotene, Lutein, and Zeaxanthin in Eye Health and Disease. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33114699/. Accessed July 7, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet