คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ประโยชน์ของเบียร์ และข้อควรระวังในการบริโภค

    ประโยชน์ของเบียร์ และข้อควรระวังในการบริโภค

    เบียร์ เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ส่วนประกอบพื้นฐานในการผลิตเบียร์ ได้แก่ ข้าว ส่วนใหญ่เป็นบาร์เลย์ ยีสต์ น้ำ และดอกฮอปซึ่งเป็นพืชไม้เลื้อยชนิดหนึ่งในพืชดอกวงศ์กัญชา นิยมหมักประมาณ 4-8 สัปดาห์ก่อนนำมากรองและบรรจุใส่ภาชนะ เบียร์มักมีสีเหลืองอำพัน รสชาติขม มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 5-7% การดื่มเบียร์ในปริมาณเหมาะสม อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากเบียร์ประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตามินบางชนิด ประโยชน์ของเบียร์ คือ อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

    ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

    เพศชาย

    เพศหญิง

    คุณค่าทางโภชนาการของ เบียร์

    เบียร์ 100 มิลลิลิตร ให้พลังงานประมาณ 43 กิโลแคลอรี่ และประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้

    • คาร์โบไฮเดรต 3.55 กรัม
    • โปรตีน 0.42 กรัม
    • โพแทสเซียม 27 มิลลิกรัม
    • ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม
    • โคลีน (Choline) 10.1 มิลลิกรัม
    • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
    • แคลเซียม 4 มิลลิกรัม
    • ฟลูออไรด์ 44.2 ไมโครกรัม
    • โฟเลต (Folate) 6 ไมโครกรัม

    นอกจากนี้ ในเบียร์ยังมีแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น เหล็ก สังกะสี ทองแดง แมงกานีส และซีลีเนียม (Selenium) รวมถึงวิตามินอย่าง วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12

    ประโยชน์ต่อสุขภาพของ เบียร์

    เบียร์ ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพของเบียร์ ดังนี้

    1. อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

    แอลกอฮอล์ในเบียร์มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินของตับอ่อน ซึ่งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการลำเลียงน้ำตาลไปยังเซลล์ต่าง ๆ เพื่อเป็นพลังงานแก่ร่างกาย และนำน้ำตาลส่วนเกินไปเก็บไว้ยังตับ ในรูปของพลังงานสำรองหรือไกลโคเจน (Glycogen) การดื่มเบียร์เล็กน้อยหรือปานกลาง จึงอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป

    งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ว่าด้วยรูปแบบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetologia ปี พ.ศ. 2560 นักวิจัยติดตามพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ชายและผู้หญิงที่เป็นอาสาสมัครจำนวนทั้งหมด 76,484 ราย เป็นระยะเวลา 4.9 ปีและได้ให้กลุ่มอาสาสมัครตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพ ผลปรากฏว่า มีผู้ชายจำนวน 859 ราย และผู้หญิงจำนวน 887 รายกลายเป็นผู้ป่วยเบาหวาน โดยพบว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ 3-4 วันต่อสัปดาห์เป็นกลุ่มที่เสี่ยงน้อยที่สุดในการเป็นเบาหวาน จึงสรุปว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3-4 วันต่อสัปดาห์ อาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในอัตราต่ำสุด แต่หากดื่มมากกว่านั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคเบาหวานได้

    1. อาจช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

    เบียร์ประกอบไปด้วยธาตุซิลิคอนที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก รวมถึงความแข็งแรงของกระดูก การดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป จึงอาจช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

    งานวิจัยหนึ่ง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นของมวลกระดูกและการดื่มแอลกอฮอล์ในผู้หญิงวัยทอง เผยแพร่ในวารสาร PLoS One ปี พ.ศ. 2560 นักวิจัยศึกษาพฤติกรรมของผู้ชายและผู้หญิงวัยทองจำนวน 3,312 ราย ผ่านการทำแบบสอบถาม เพื่อหาความสัมพันธ์เกี่ยวกับความหนาแน่นของมวลกระดูก และความถี่ของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อย หรือราว 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มีความหนาแน่นของมวลกระดูกสูงที่สุด ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์เลย และกลุ่มที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักหรือมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำสุด โดยได้ผลว่า ผู้หญิงวัยทองที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากกว่า 5-6 แก้วต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้หญิงวัยทองที่ดื่มแอลกอฮอล์ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ราว 1.7 เท่า

    1. อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ

    วิตามินบี 6 ในเบียร์มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการสร้างสารโฮโมซีสทีน (Homocysteine) ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ วิตามินบี 6 ยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดลิ่มเลือด ประโยชน์ของเบียร์ จึงอาจช่วยป้องกันและความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

    งานวิจัยหนึ่ง ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเบียร์และสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เผยแพร่ในวารสาร PLoS One ปี พ.ศ. 2563 นักวิจัยได้ศึกษางานวิจัยจำนวน 131,495 ชิ้น เกี่ยวกับการดื่มเบียร์ พบข้อสรุปว่า การดื่มเบียร์อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากเบียร์มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และเพิ่มระดับไขมันดีอย่างเอชดีแอล (High Density Lipoprotein และ HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการศึกษาและมีข้อสรุปเกี่ยวกับผลกระทบของการดื่มเบียร์ระยะยาว และควรมีการศึกษาเพิ่มเติม

    1. อาจช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม

    งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมและการทำงานของสมองที่เสื่อมถอยลงในผู้สูงวัย เผยแพร่ในวารสาร JAMA Network Open พ.ศ. 2562 นักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลของอาสาสมัครจำนวน 3,021 ราย อายุ 72 ปีขึ้นไป ในช่วงเวลาปี พ.ศ. 2560-2561 เกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเบียร์ ไวน์ และเหล้า ทั้งปริมาณในการดื่ม คุณภาพของเครื่องดื่ม พบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยเป็นประจำทุกวันมีความเสี่ยงน้อยต่อภาวะสมองเสื่อมเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลเป็นประจำในปริมาณมาก โดยผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ 14 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมเปรียบเทียบกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ งานวิจัยสรุปว่า คุณหมอที่ดูแลผู้สูงวัยควรประเมินพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้สูงวัยด้วยความระมัดระวังและด้วยความเข้าใจ

    ข้อควรระวังในการบริโภคเบียร์

    ประโยชน์ของเบียร์มีหลายประการ อย่างไรก็ตาม การดื่มเบียร์ มีข้อควรระวังต่าง ๆ ดังนี้

    • หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มเบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ในเบียร์อาจทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติ นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสองเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการแท้งได้
    • ในหญิงระยะให้นมบุตร อาจดื่มเบียร์ได้ในปริมาณจำกัดโดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของทารก อย่างไรก็ตาม แอลกอฮอล์จากเบียร์อาจส่งผ่านทางน้ำนมได้ การบริโภคเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินพอดีจึงอาจส่งผลเสียต่อการเติบโตหรือพัฒนาการของทารกได้
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลงได้ เช่น โรคหอบหืด โรคเกาต์ โรคกรดไหลย้อน โรคนอนไม่หลับ โรคตับ โรคตับอ่อนอักเสบ
    • ผู้ที่ดื่มเบียร์ในปริมาณเกินพอดี ควรหลีกเลี่ยงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักร และควรงดการขับขี่ยานพาหนะเพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหรือชีวิตได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Alcoholic beverage, beer, regular, all. https://fdc.nal.usda.gov/fdc-app.html#/food-details/168746/nutrients. Accessed June 30, 2022

    Is it safe for mothers to breastfeed their infant if they have consumed alcohol?. https://www.cdc.gov/breastfeeding/breastfeeding-special-circumstances/vaccinations-medications-drugs/alcohol.html#:~:text=Generally%2C%20moderate%20alcohol%20consumption%20by,a%20single%20drink%20before%20nursing. Accessed June 30, 2022

    Alcohol drinking patterns and risk of diabetes: a cohort study of 70,551 men and women from the general Danish population. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28748324/. Accessed June 30, 2022

    To beer or not to beer: A meta-analysis of the effects of beer consumption on cardiovascular health. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7269243/. Accessed June 30, 2022

    Alcohol and dementia. https://www.alzheimers.org.uk/about-dementia/risk-factors-and-prevention/alcohol#:~:text=Excessive%20alcohol%20consumption%20over%20a,significant%20protection%20against%20developing%20dementia. Accessed June 30, 2022

    Alcohol use and dementia: a systematic scoping review. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30611304/. Accessed June 30, 2022

    Relationship between bone mineral density and alcohol intake: A nationwide health survey analysis of postmenopausal women. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5491129/. Accessed June 30, 2022

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 06/07/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet