home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

มะม่วงสุก หวานอร่อย กินให้พอดีก็มีประโยชน์มากหลาย

มะม่วงสุก หวานอร่อย กินให้พอดีก็มีประโยชน์มากหลาย

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและมีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะ มะม่วงสุก ที่มีรสชาติหวานอร่อย แต่อย่างไรก็ตาม มะม่วงสุกก็มีน้ำตาลค่อนข้างสูง จึงควรกินในปริมาณที่พอดี เพื่อที่จะได้รับประโยชน์สุขภาพของมะม่วง โดยไม่สร้างปัญหาต่อร่างกาย

มะม่วงสุก อุดมคุณค่าอาหาร

มะม่วงสุก 1 ถ้วย (165 กรัม) ให้พลังงาน 107 แคลอรี่ และมีสารอาหารดังนี้

  • ไฟเบอร์ 3 กรัม
  • น้ำตาล 24 กรัม
  • โปรตีน 1 กรัม
  • วิตามินเอ 25% ของปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • วิตามันซี 76% ของปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • โพแทสเซียม 257 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.2 มิลลิกรัม

นอกจากนี้มะม่วงยังมีแร่ธาตุทองแดง (คอปเปอร์) แคลเซียม และธาตุเหล็ก รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระซีแซนทิน (zeaxanthin) และเบต้า-แคโรทีน (beta-carotene) อีกด้วย

ประโยชน์สุขภาพของมะม่วงสุก

อาจช่วยป้องกันมะเร็ง

งานวิจัยโดย Texas AgriLife Research ให้ข้อมูลว่า นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารได้ทดสอบปฏิกิริยาของสารสกัดโพลีฟีนอล (Polyphenol) ในมะม่วงกับเนื้อเยื่อมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งต่อมลูกหมาก ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดจากมะม่วงส่งผลต่อเซลล์มะเร็งทุกเซลล์ แต่มีประสิทธิผลที่สุดกับเซลล์มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ อย่างไรก็ตามทีมวิจัยยังคงต้องการการศึกษาวิจัยต่อไป

ดีต่อการย่อยอาหาร

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร The Official Journal of the Federation of American Societies for Experimental Biology ให้ข้อมูลว่า กลุ่มคนผู้ที่กินมะม่วงทุกวันจะมีอาการท้องผูกดีขึ้นกว่าผู้ที่กินไฟเบอร์ในปริมาณที่เท่ากัน เนื่องจากมะม่วงมีไฟเบอร์และน้ำ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการท้องผูก และทำให้ระบบทางเดินอาหารสุขภาพดีขึ้น

ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ

ไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินในมะม่วงจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้การเพิ่มโพแทสเซียมและลดการกินโซเดียม ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจด้วย

อุดมไปด้วยวิตามินเอ

มะม่วงสุกปริมาณ 1 ถ้วยมีวิตามินเอ 25% ของปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน วิตามินเอมีความสำคัญกับการทำงานของร่างกายหลายส่วน โดยเฉพาะดวงตา ผิวและเส้นผม นอกจากนี้ยังช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

อุดมไปด้วยวิตามินซี

มะม่วงสุกอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มะม่วงสุกปริมาณ 1 ถ้วยมีวิตามินซี 76% ของปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งวิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการเติบโตของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก รวมถึงช่วยดูดซึมธาตุเหล็กด้วย

ดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด

งานวิจัยพบว่า มะม่วงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเมื่อทดลองในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้มีงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Nutrition and Metabolic ที่พบว่า การกินมะม่วงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วน

มะม่วงกับเซลล์ไขมัน

ยังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ว่าการกินมะม่วงนำไปสู่การลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตามมีนักวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของมะม่วงกับเซลล์ไขมันในห้องปฏิบัติการ มะม่วงมีสารโพลีฟีนอล (Polyphenol) และนักวิทยาศาสตร์ได้รายงานว่า สารชนิดนี้ช่วยลดความสามารถในการเพิ่มขึ้นของเซลล์ไขมัน แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังคงต้องการการศึกษาต่อไป โดยนักวิจัยได้แนะนำว่า มะม่วงอาจช่วยป้องกันโรคอ้วนและโรคที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนได้

กินให้ดีต้องระวัง

  • การกินมะม่วงสุกในปริมาณที่พอดีคือหัวใจสำคัญ เนื่องจากมะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน ดังนั้น The United States Department of Agriculture จึงแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรกินไม่เกิน 1-2 ถ้วยต่อวัน (ประมาณ 165 กรัมต่อวัน)
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรระวังปริมาณน้ำตาลในมะม่วง เนื่องจากมะม่วงสุก 1 ถ้วยมีปริมาณน้ำตาล 24 กรัม ดังนั้น ผู้ที่เป็นเบาหวานควรรับคำแนะนำเรื่องการบริโภคที่เหมาะสมจากคุณหมอ ก่อนกินมะม่วงหรือผลไม้รสหวานชนิดอื่นๆ

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Passion Fruit 101 – What You Need to Know. https://www.healthline.com/nutrition/passion-fruit#section7. Accessed on September 25, 2018.

Passion Fruit Nutrition Facts. https://www.verywellfit.com/passion-fruit-nutrition-facts-4173991?_ga=2.7297782.597024990.1537768707-228490037.1536740970. Accessed on September 25, 2018.

Passion fruit nutrition facts. https://www.nutrition-and-you.com/passion-fruit.html. Accessed on September 25, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 08/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x