backup og meta

สูตรสละลอยแก้ว

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย Sopista Kongchon · แก้ไขล่าสุด 10/07/2020

สูตรสละลอยแก้ว

สูตรสละลอยแก้ว เมนูที่หลายคนชอบสั่งเวลาไปที่ร้านอาหาร ซึ่งความจริงแล้วทำกินเองก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ บทความนี้ Hello คุณหมอเลยชวนมาดูประโยชน์ของสละ และข้อควรระวังในการกินน้ำตาล สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ควรระวังระดับน้ำตาลเวลากินเมนูนี้

ประโยชน์ของสละ

สละเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มักจะมีรสชาติหวานอร่อย เพราะมีน้ำตาลจากธรรมชาติและไฟเบอร์ รวมถึงมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เลยทำให้สละเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจากงานวิจัยพบว่าสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ในสละมีดังต่อไปนี้

  • ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
  • ฟีนอล (Phenolics)
  • ไกลโคไซด์ (Glycoside)
  • สารประกอบระเหยง่าย (Volatile compounds) และสารประกอบอะโรมาติก (Aromatic compounds) บางชนิด ได้แก่ กรดแกลลิก (Gallic acid) เควอซิทิน (Quercetin) กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) เอพิแคทีชิน (Epicatechin) โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) ไลโคพีน (lycopene) และเบตาแคโรทีน (β-carotene)

สารประกอบเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

  • ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) พบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลส้ม หัวหอม ถั่วเหลือง และเมล็ดกาแฟ มีหลักฐานที่พบว่าฟลาโวนอยด์อาจช่วยต้านการอักเสบ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
  • โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) และฟลาโวนอยด์ ที่อยู่ในสละ ยังพบได้ในผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น องุ่น แอปเปิ้ล โกโก้ และไวน์แดง ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของหลอดเลือดแดง และยังอาจช่วยลดความดันโลหิตด้วย

นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่า เนื้อผลไม้และเปลือกผลไม้ของผลไม้บางชนิด เช่น สละ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังอาจมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ รวมถึงอาจจะมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง และฤทธิ์ต้านเบาหวานด้วย

อย่างไรก็ตาม ควรระวังปริมาณน้ำตาล เพราะเมนูนี้จัดเป็นของหวาน โดยคุณควรควบคุมปริมาณน้ำตาล คือ ผู้หญิงควรบริโภคน้ำตาล 6 ช้อนชาต่อวัน และผู้ชายควรบริโภคน้ำตาล 9 ช้อนชาต่อวัน

สูตรสละลอยแก้ว

ส่วนผสม

  • สละ 1 พวงใหญ่ (ประมาณ 1 1/2 กิโลกรัม)
  • น้ำตาลทราย 3 ถ้วย หรือเลือกใช้น้ำตาลทรายแดงแทน
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  • มะนาว 1-2 ผล
  • เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ทำน้ำเชื่อมด้วยการต้มน้ำตาลกับน้ำให้เดือด และรอให้น้ำตาลละลายหมดจนกลายเป็นน้ำเชื่อม
  2. ปิดไฟ พักไว้
  3. แกะเปลือกสละ คว้านหรือฝานเป็นชิ้นก็ได้ พักไว้
  4. ใส่เนื้อสละลงแช่ในน้ำเชื่อมประมาณ 5-6 ชั่วโมง ชิมรส
  5. ใส่น้ำมะนาว ปิดฝาแช่ตู้เย็น
  6. เมื่อจะรับประทานตักสละพร้อมน้ำเชื่อมใส่แก้ว ใส่น้ำแข็ง หรือจะเอาน้ำเชื่อมและสละไปแช่ในช่องแช่แข็ง เพื่อให้แข็งเป็นเกล็ด ก่อนนำมารับประทาน

หมายเหตุ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

ทีม Hello คุณหมอ


เขียนโดย Sopista Kongchon · แก้ไขล่าสุด 10/07/2020

advertisement iconโฆษณา

คุณได้รับประโยชน์จากบทความนี้หรือไม่?

advertisement iconโฆษณา
advertisement iconโฆษณา