สูตรสละลอยแก้ว

    สูตรสละลอยแก้ว

    สูตรสละลอยแก้ว เมนูที่หลายคนชอบสั่งเวลาไปที่ร้านอาหาร ซึ่งความจริงแล้วทำกินเองก็ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ บทความนี้ Hello คุณหมอเลยชวนมาดูประโยชน์ของสละ และข้อควรระวังในการกินน้ำตาล สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ควรระวังระดับน้ำตาลเวลากินเมนูนี้

    ประโยชน์ของสละ

    สละเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มักจะมีรสชาติหวานอร่อย เพราะมีน้ำตาลจากธรรมชาติและไฟเบอร์ รวมถึงมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เลยทำให้สละเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจากงานวิจัยพบว่าสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ในสละมีดังต่อไปนี้

    • ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
    • ฟีนอล (Phenolics)
    • ไกลโคไซด์ (Glycoside)
    • สารประกอบระเหยง่าย (Volatile compounds) และสารประกอบอะโรมาติก (Aromatic compounds) บางชนิด ได้แก่ กรดแกลลิก (Gallic acid) เควอซิทิน (Quercetin) กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) เอพิแคทีชิน (Epicatechin) โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) ไลโคพีน (lycopene) และเบตาแคโรทีน (β-carotene)

    สารประกอบเหล่านี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

    • ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) พบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลส้ม หัวหอม ถั่วเหลือง และเมล็ดกาแฟ มีหลักฐานที่พบว่าฟลาโวนอยด์อาจช่วยต้านการอักเสบ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
    • โปรแอนโธไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) และฟลาโวนอยด์ ที่อยู่ในสละ ยังพบได้ในผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น องุ่น แอปเปิ้ล โกโก้ และไวน์แดง ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของหลอดเลือดแดง และยังอาจช่วยลดความดันโลหิตด้วย

    นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่า เนื้อผลไม้และเปลือกผลไม้ของผลไม้บางชนิด เช่น สละ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังอาจมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ รวมถึงอาจจะมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง และฤทธิ์ต้านเบาหวานด้วย

    อย่างไรก็ตาม ควรระวังปริมาณน้ำตาล เพราะเมนูนี้จัดเป็นของหวาน โดยคุณควรควบคุมปริมาณน้ำตาล คือ ผู้หญิงควรบริโภคน้ำตาล 6 ช้อนชาต่อวัน และผู้ชายควรบริโภคน้ำตาล 9 ช้อนชาต่อวัน

    สูตรสละลอยแก้ว

    ส่วนผสม

    • สละ 1 พวงใหญ่ (ประมาณ 1 1/2 กิโลกรัม)
    • น้ำตาลทราย 3 ถ้วย หรือเลือกใช้น้ำตาลทรายแดงแทน
    • น้ำเปล่า 4 ถ้วย
    • มะนาว 1-2 ผล
    • เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีทำ

    1. ทำน้ำเชื่อมด้วยการต้มน้ำตาลกับน้ำให้เดือด และรอให้น้ำตาลละลายหมดจนกลายเป็นน้ำเชื่อม
    2. ปิดไฟ พักไว้
    3. แกะเปลือกสละ คว้านหรือฝานเป็นชิ้นก็ได้ พักไว้
    4. ใส่เนื้อสละลงแช่ในน้ำเชื่อมประมาณ 5-6 ชั่วโมง ชิมรส
    5. ใส่น้ำมะนาว ปิดฝาแช่ตู้เย็น
    6. เมื่อจะรับประทานตักสละพร้อมน้ำเชื่อมใส่แก้ว ใส่น้ำแข็ง หรือจะเอาน้ำเชื่อมและสละไปแช่ในช่องแช่แข็ง เพื่อให้แข็งเป็นเกล็ด ก่อนนำมารับประทาน

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Salacca zalacca: A short review of the palm botany, pharmacological uses and phytochemistry. http://www.apjtm.org/article.asp?issn=1995-7645;year=2018;volume=11;issue=12;spage=645;epage=652;aulast=Saleh. Accessed October 28, 2019.

    Antioxidant properties of selected salak (Salacca zalacca) varieties in Sabah, Malaysia.

    https://www.researchgate.net/publication/249365906_Antioxidant_properties_of_selected_salak_Salacca_zalacca_varieties_in_Sabah_Malaysia. Accessed October 28, 2019.

    Fill up on phytochemicals. https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/fill-up-on-phytochemicals. Accessed October 28, 2019.

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 10/07/2020
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ