home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สูตรแยมสับปะรด

สูตรแยมสับปะรด

บทความนี้ Hello คุณหมอ ชวนทุกคนมาทำแยมสับปะรดเก็บไว้ทานคู่กับขนมปังตอนเช้ากันค่ะ ด้วยการนำ สูตรแยมสับปะรด ที่คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านมาฝากกัน รับรองว่าขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย จะมีวิธีทำอย่างไรบ้างติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย

แยมสับปะรด หวานอมเปรี้ยว อร่อยถูกใจคนทุกวัย

แยมสับปะรด (Pineapple Jam) เป็นอีกหนึ่งเมนูแยมรสชาติเปรี้ยวหวานที่เป็นที่นิยมสำหรับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากจะไว้ทานคู่กับขนมปังตอนเช้าแล้ว ยังสามารถกินคู่กับเมนูอื่น ๆ ได้อีกหลากหลายเมนู เช่น โยเกิร์ต โรตี แครกเกอร์ วุ้นผลไม้ เป็นต้น แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ เป็นต้น

สูตรแยมสับปะรด (Pineapple Jam)

ส่วนผสม

  • สับปะรด 1 ลูก
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำตาล 2 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 2 ลูก

วิธีทำ

  • ปอกเปลือกสับปะรดออกและขูดเอาเนื้อออก ประมาณ 2 ถ้วย
  • นำสับปะรดและน้ำเปล่าลงในกระทะ เปิดไฟระดับปานกลาง-ต่ำ เคี่ยวประมาณ 35 นาที
  • ใส่น้ำตาลและมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน เคี่ยวจนส่วนผสมเข้าที่ประมาณ 45-60 นาที
  • นำใส่กระปุกที่เตรียมไว้พร้อมปิดฝาให้สนิท

หมายเหตุ หลังเปิดรับประทานสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 3 เดือน

สูตรแยมสับปะรด

5 คุณประโยชน์จากสับปะรด

สับปะรด (Pineapple) เป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุซึ่งมีประโยชน์ ต่อสุขภาพดังนี้

  • ต้านอนุมูลอิสระ

สับปะรดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกว่า สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และสารฟีนอลิก (Phenolic) ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด

  • ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร

สับปะรดมีกลุ่มเอนไซม์ย่อยอาหาร ที่เรียกว่า โบรมีเลน (Bromelain) เป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยโมเลกุลของโปรตีนออกเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น กรดอะมิโน เมื่อโมโลกุลของโปรตีนถูกย่อยจะทำให้สามารถดูดซึมอาหารในลำไส้เล็กได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อดีอย่างดีมากสำหรับผู้ที่มีภาวะตับอ่อนไม่แข็งแรง (ตับอ่อนไม่สามารถสร้างเอนไซม์ย่อยอาหารได้เพียงพอ).

  • ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด

สับปะรดช่วยลดภาวะความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation stress) และการอักเสบ ทั้งสองอย่างนี้มีความเชื่อมโยงกับมะเร็ง หนึ่งในสารประกอบเหล่านี้มีเอนไซม์โบรมีเลนช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิดและช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดขาว

  • บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ

สับปะรดมีสารโบรมีเลน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการอักปวดสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบได้ แต่คุณสมบัติในการต้านการอักเสบของสับปะรดนั้นอาจช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น

  • ร่างกายฟื้นตัวไวหลังผ่าตัดหรือออกกำลังกาย

การรับประทานสับปะรดจะช่วยฟื้นตัวจากการผ่าตัดหรือหลังออกกำลังกาย โดยสารโบรมีเลนอาจช่วยลดอาการอักเสบ อาการบวมช้ำ หลังการผ่าตัด สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ สับปะรดจะช่วยลดการอักเสบบริเวณเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อที่ถูกทำลายจากการออกกำลังกายได้

health-tool-icon

เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Pineapple Jam. https://www.marthastewart.com/348727/pineapple-jam. . Accessed on August 24, 2020.

8 Impressive Health Benefits of Pineapple. https://www.healthline.com/nutrition/benefits-of-pineapple. Accessed on August 24, 2020.

Health Benefits of Pineapple. https://www.webmd.com/food-recipes/benefits-pineapple#1. Accessed on August 24, 2020.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 28/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x