บูสเตอร์โดส วัคซีนป้องกันโควิด จำเป็นหรือไม่ เหมาะกับใคร

    บูสเตอร์โดส วัคซีนป้องกันโควิด จำเป็นหรือไม่ เหมาะกับใคร

    ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีวัคซีนที่อาจเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดโรคโควิด-19 โดยประชากรในประเทศไทยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม มากกว่า 42 ล้านคน และมีผู้ได้รับวัคซีน บูสเตอร์ (booster) หรือบูสเตอร์โดส เข็มที่ 3 มากกว่า 3 ล้านคน ซึ่งวัคซีนบูสเตอร์ อาจมีความจำเป็นในการป้องกันโควิดสายพันธ์ุใหม่ที่ก่อตัวขึ้นและระบาดในวงกว้าง เช่น เดลต้า (Delta) โอไมครอน (Omicron) อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นว่าตนเองนั้นเหมาะที่จะเข้ารับการฉีดหรือไม่ และควรเลือกวัคซีนชนิดใดเป็นเข็มบูสเตอร์

    การฉีดวัคซีน บูสเตอร์ (booster)

    การฉีดวัคซีนบูสเตอร์ (booster) หรือบูสเตอร์โดส คือ การฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หลังจากได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็มแรกตามกำหนด เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพของวัคซีนในการเสริมภูมิคุ้มกันอาจค่อย ๆ ลดลง การฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์จึงอาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

    การฉีดวัคซีนบูสเตอร์ อาจเป็นวัคซีนชนิดเดียวกับวัคซีน 2 เข็มแรก หรือวัคซีนต่างชนิด ทั้งนี้คุณหมออาจพิจารณาจากอายุ และภาวะสุขภาพของผู้ที่ได้รับวัคซีน

    วัคซีนบูสเตอร์ที่ใช้ในประเทศไทย

    วัคซีนบูสเตอร์ที่ใช้ในประเทศไทย มีดังนี้

    1. แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท แอสตราเซเนกา และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ประเทศอังกฤษ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และผู้ที่เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด

    แอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิภาพในการป้องกันและช่วยบรรเทาอาการรุนแรงจากโควิด-19 ประมาณ 63.09% และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลังฉีด ดังนี้

    • หน้ามืด
    • อัตราการการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง
    • มีไข้
    • ปวดศีรษะ
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปวดท้อง
    • หายใจถี่
    • ผื่นขึ้น
    • ริมฝีปาก ใบหน้า ลำคอบวม

    2. ไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นวัคซีนจากบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทำการทดลองร่วมกับ บริษัท ไบออนเทค (BioNTech) ประเทศเยอรมนี เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปและสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอด โรคตับ

    ไฟเซอร์มีประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาอาการรุนแรงจากการติดโควิด-19 ประมาณ 95% และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลังฉีด ดังนี้

    • รู้สึกปวดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
    • ปวดศีรษะ มีไข้
    • ท้องเสีย
    • เหนื่อยล้า
    • คลื่นไส้ อาเจียน

    3. โมเดอร์นา (Moderna) เป็นวัคซีนจากบริษัท โมเดอร์นา ประเทศสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และโรคภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลัน

    โมเดอร์นามีประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาอาการรุนแรงจากการติดโรคโควิด-19 ประมาณ 90-94.1% และอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยหลังฉีด ดังนี้

    • ปวดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
    • มีไข้ หนาวสั่น
    • ปวดศีรษะ
    • เมื่อยล้า
    • คลื่นไส้ อาเจียน

    หลังฉีดวัคซีน หากมีอาการรุนแรงนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น ควรเข้าพบคุณหมอในทันที ก่อนเกิดอันตรายต่อสุขภาพ

    วัคซีนเข็ม บูสเตอร์ ควรฉีดตอนไหน

    การฉีดวัคซีนบูสเตอร์ ในแต่ละบุคคลมีระยะเวลาไม่เท่ากัน เนื่องจากมีปัจจัยของระยะเวลาการฉีด และชนิดของวัคซีนที่ได้รับ 2 เข็มแรกมาเกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานการเว้นระยะการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม ดังนี้

    • ซิโนแวค (Sinovac) + ซิโนแวค (Sinovac) หากเข็มบูสเตอร์เป็น แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดซิโนแวคเข็มสุดท้าย เป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป หรือตามดุลยพินิจของคุณหมอ
    • ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) + ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) หากเข็มบูสเตอร์เป็น แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ควรเว้นระยะห่างการฉีดซิโนฟาร์มเข็มสุดท้าย เป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป หรือตามดุลยพินิจของคุณหมอ
    • แอสตร้าเซนเนก้า + แอสตร้าเซนเนก้า หากเข็มบูสเตอร์เป็นไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย 3 เดือนขึ้นไป หรือตามดุลยพินิจของคุณหมอ
    • ไฟเซอร์ + ไฟเซอร์ หากเข็มบูสเตอร์เป็นโมเดอร์นา ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย 3 เดือนขึ้นไป หรือตามดุลยพินิจของคุณหมอ
    • ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ เช่น ซิโนแวค + แอสตร้าเซนเนก้า ซิโนฟาร์ม + แอสตร้าเซนเนก้า หากเข็มบูสเตอร์เป็นโมเดอร์นา ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย 3 เดือนขึ้นไป หรือตามดุลยพินิจของคุณหมอ

    วัคซีนบูสเตอร์ เหมาะกับใครบ้าง

    วัคซีนบูสเตอร์อาจเหมาะกับบุคคลต่อไปนี้

    1. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
    2. ผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะสุขภาพซึ่งเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 สูง เช่น ติดเอชไอวี โรคลูปัส โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อยู่ในช่วงรักษามะเร็ง ปลูกถ่ายอวัยวะ
    3. เจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุขที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19
    4. ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนตามกำหนดครบ 2 เข็ม
    5. ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
    6. ผู้ที่ควรฉีดวัคซีนบูสเตอร์ ตามดุลยพินิจของคุณหมอ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    เนตรนภา ปะวะคัง


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 15/12/2021

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา