ภาวะระบายลมหายใจเกิน เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มหายใจเร็วมาก โดยหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ก่อให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว
ภาวะระบายลมหายใจเกิน เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มหายใจเร็วมาก โดยหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ก่อให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว

ภาวะระบายลมหายใจเกิน (Hyperventilation) หรือ โรคหายใจเกิน เกิดขึ้น เมื่อคุณเริ่มหายใจเร็วมาก การหายใจที่ดีต่อสุขภาพคือภาวะสมดุลระหว่างการสูดออกซิเจนเข้า และระบายคาร์บอนไดออกไซด์ออก ภาวะสมดุลนี้สูญเสียไป เมื่อคุณระบายลมหายใจเกิน โดยการหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ก่อให้เกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว
ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายที่ลดต่ำ ก่อให้เกิดการตีบตันของหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดไปยังสมอง การลดลงของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองนี้ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น เวียนศีรษะ และมีอาการปวดเสียวที่นิ้วมือ ภาวะระบายลมหายใจเกินที่รุนแรงสามารถก่อให้เกิดอาการหมดสติได้
โดยปกติแล้ว ภาวะระบายลมหายใจเกินจะค่อนข้างพบได้น้อย โดยอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเมื่อมีอาการตื่นตระหนกต่อความกลัว อาการตึงเครียด หรือความกลัว
นอกจากนี้ โรคหายใจเกิน ยังอาจเป็นผลมาจากสภาวะทางอารมณ์ เช่น อาการซึมเศร้า ความกังวล ความโกรธ หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็อาจจะเรียกว่า กลุ่มอาการหอบจากอารมณ์ (Hyperventilation Syndrome)
โรคหายใจเกิน อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ และอาจมีอาการได้นาน 20-30 นาที คุณควรเข้ารับการรักษาในทันทีหากเกิดอาการดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ ผู้ป่วย โรคหายใจเกิน ยังอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์
หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ
โรคหายใจเกิน อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากความกังวล ความตื่นตระหนก ความประหม่า หรือความตึงเครียด ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะมาในรูปแบบของอาการแพนิค
นอกจากนี้ โรคหายใจเกิน ยังอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่
คุณอาจมีความเสี่ยงในการเกิด โรคหายใจเกิน หากคุณมีปัจจัยดังต่อไปนี้
โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลที่นำเสนอมิได้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
แพทย์จะทำการตรวจเช็กร่างกาย โดยเฉพาะการหายใจและการไหลเวียนของเลือด หากแพทย์ตรวจไม่พบสิ่งที่เป็นอันตราย แพทย์ก็อาจจะทำการซักประวัติสุขภาพ และทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดต่อไป
แพทย์อาจให้ทำคุณการทดสอบบางอย่างเพื่อสาเหตุในการเกิด โรคหายใจเกิน ซึ่งอาจมีการทดสอบดังนี้
หากแพทย์สงสัยว่า ผู้ป่วยอาจมีอาการที่รุนแรง แพทย์ก็อาจแนะนำการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพื่อเฝ้าดูอาการที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น
เป็นสิ่งสำคัญในการพยายามควบคุมอารมณ์ ในผู้ป่วยที่มีภาวะระบายลมหายใจเกินแบบเฉียบพลัน อาจช่วยได้มากที่จะมีคนใกล้ตัว คอยแนะนำให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ได้ เป้าหมายการรักษาในระหว่างช่วงเวลานี้คือ การเพิ่มระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย และการชะลออัตราการหายใจของคุณ
การรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน
คุณสามารถลองใช้เทคนิคการรักษาแบบทันที เพื่อช่วยรักษาภาวะระบายลมหายใจเกินแบบเฉียบพลันได้ดังนี้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถลองหายใจสลับทางรูจมูกได้ โดยปิดปากและสลับหายใจผ่านทางรูจมูกแต่ละข้าง ตัวอย่างเช่น เมื่อปิดปาก ให้ปิดรูจมูกด้านขวา และหายใจเข้าผ่านรูจมูกด้านซ้าย แล้วสลับโดยการปิดรูจมูกด้านซ้ายและหายใจเข้าผ่านทางรูจมูกด้านขวา ให้ทำแบบนี้ซ้ำจนกว่าการหายใจกลับสู่ภาวะปกติ
บางคนอาจพบว่าการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่งเหยาะๆ ไปพร้อมกับการหายใจเข้าและออกทางจมูก จะช่วยเกี่ยวกับภาวะระบายลมหายใจเกินได้
การลดความตึงเครียด
หากคุณมีกลุ่มอาการหอบจากอารมณ์ คุณจะต้องหาสาเหตุให้พบ หากคุณทรมานจากความกังวลหรือความตึงเครียด คุณอาจต้องการพบจิตแพทย์เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและรักษาภาวะดังกล่าว การเรียนรู้เกี่ยวกับการลดความตึงเครียด และเทคนิคการหายใจ จะช่วยควบคุมภาวะดังกล่าวได้
การฝังเข็ม
การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาทางเลือกตามการแพทย์แผนจีนโบราณ โดยฝังเข็มยังบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เพื่อกระตุ้นการรักษา การศึกษาในเบื้องต้นพบว่า การฝังเข็มช่วยลดความกังวล และความรุนแรงของ โรคหายใจเกิน ได้
การใช้ยา
โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ แพทย์อาจสั่งยาอีกด้วย ตัวอย่างยาสำหรับรักษาภาวะระบายลมหายใจเกิน ได้แก่
การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับภาวะระบายลมหายใจเกินได้
ให้ระลึกไว้ว่าให้สงบสติอารมณ์ หากคุณมีอาการใดๆ ของภาวะระบายลมหายใจเกิน ให้ลองใช้วิธีการฝึกหายใจที่บ้าน เพื่อให้การหายใจกลับสู่ภาวะปกติและให้ไปพบคุณหทอ
หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Hyperventilation. https://www.emedicinehealth.com/hyperventilation/page3_em.htm. Accessed October 16, 2017
Hyperventilation. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/hyperventilation#:~:text=Hyperventilation%20is%20rapid%20or%20deep,oxygen%20and%20exhale%20carbon%20dioxide. Accessed June 14, 2021.
โรคหายใจเกิน (Hyperventilation Syndrome). https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/05012014-1359. Accessed June 14, 2021.
What Is Hyperventilation? https://www.webmd.com/lung/lung-hyperventilation-what-to-do. Accessed June 14, 2021.
Hyperventilation: Causes and what to do. https://www.medicalnewstoday.com/articles/323607. Accessed June 14, 2021.
เวอร์ชันปัจจุบัน
15/06/2021
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
อัปเดตโดย: พลอย วงษ์วิไล
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
ทีม Hello คุณหมอ