home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

คุณรู้จัก โรคหลอดลมอักเสบ มากแค่ไหน? มาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทความนี้

สาเหตุการเกิด โรคหลอดลมอักเสบ|การแพร่เชื้อ|ประเภทของ โรคหลอดลมอักเสบ|ภาวะแทรกซ้อน|การป้องกัน|การรักษา
คุณรู้จัก โรคหลอดลมอักเสบ มากแค่ไหน? มาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในบทความนี้

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างปันหาร้ายแรงให้กับปอดและระบบทางเดินหายใจของคุณเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคหลอดลมอักเสบทั้ง 2 ชนิด เพื่อที่คุณจะได้มีแนวทางในการป้องกันโรคได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

สาเหตุการเกิด โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบ คือภาวะที่ส่งผลต่อปอดและทางเดินหายใจ เป็นการอักเสบของหลอดลมที่เป็นทางเดินหายใจหลักในปอด และในบางกรณีอาจเป็นโรคติดต่อได้ สาเหตุหลักที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบอักเสบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • เกิดจากไวรัส โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหมายความว่าโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เกิดการอักเสบของทางเดินหายใจ และทำให้ปอดมีแนวโน้มในการติดเชื้อมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้
    • มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน
    • สารเคมีร้ายแรง การสูดดมสารเคมีอาจทำให้เกิดการละคายเคืองที่ปอดและทางเดินหายใจ
    • ควันบุหรี่ ทั้งผู้สูบเองและผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มือสอง

การแพร่เชื้อ

ผู้ที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันสามารถแพร่เชื้อได้ทันทีเมื่อมีอาการ ส่วนใหญ่ผู้คนมักแพร่เชื้อกันมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นของอาการ ไวรัส หลอดลมอักเสบ สามารถติดต่อกันได้จากคนสู่คน ซึ่งสามารถแพร่เชื้อจากการไอหรือจาม ละอองเหล่านี้จะลอยขึ้นสู่อากาศและติดต่อสู่กันได้ทางจมูก ปาก หรือทางเดินหายใจ

ประเภทของ โรคหลอดลมอักเสบ

อาการหลักของ โรคหลอดสมอักเสบ คือ อาการไอเรื้อรังและมีเสมหะจำนวนมาก เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถสังเกตได้ ดังนี้

โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเป็นการอักเสบระยะสั้นของปอดและทางเดินหายใจ มักมีอาการน้อยกว่า 3 สัปดาห์ พบมากในผู้สูงอายุ ทารก และเด็ก ซึ่งแนวโน้มการเกิดมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวหรือมีการติดเชื้อไวรัส

อาการของโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันมักมีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ดังนี้

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังเป็นอีกหนึ่งในสาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease : COPD) หากมีอาการของโรคคงอยู่นานกว่า 3 สัปดาห์ ติดต่อกัน แพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังหรือไม่ โดยมักแสดงอาการ ดังนี้

  • อาการไอเรื้อรังและมีเสมหะจำนวนมาก
  • หายใจถี่อย่างต่อเนื่อง
  • มีประวัติเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
  • มีประวัติสูบบุหรี่

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคปอดบวม มักเกิดขึ้นเมื่อเชื้อแพร่กระจายไปยังปอดมากขึ้น ทำให้จำนวนของเหลวภายในถุงลมขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นด้วย ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคปอดบวม ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ
  • คนที่สูบบุหรี่
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคตับหรือไต
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

อย่างไรก็ตามเมื่อมีอาการ หลอดลมอักเสบ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ได้เช่นกัน

การป้องกัน

มีหลายวิธีที่จะสามารถป้องกันการเกิด หลอดลมอักเสบ ได้ ดังนี้

  • การเลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และสร้างความเสียหายให้กับปอด ดังนั้นคุณจึงควรเลิกสูบบุหรี่และควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองด้วย
  • หลีกเลี่ยงมลพิษ หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมลพิษ เพื่อลดความเสี่ยง หลอดลมอักเสบ และโรคหอบหืด
  • การสวมหน้ากาก ควรสวมหน้ากากปิดทั้งปากและจมูก เพื่อช่วยป้องกันสิ่งที่จะสร้างความระคายเคืองต่อปอด และลดการอักเสบของทางเดินหายใจ
  • รับวัคซีน เพื่อป้องกันการติดเชื้อในปอด ควรรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี ควบคู่ไปกับวัคซีนป้องกันโรคปอดและโรคไอกรนเป็นประจำ
  • การล้างมือ การล้างมือเป็นประจำจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสไปสู่ผู้อื่นได้

การรักษา

การรักษาโรคหลอดลมอักเสบอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

การรักษาโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

สำหรับโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ปกติอาการจะหายภายใน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งการรักษาที่แนะนำ ได้แก่

  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • พักผ่อนมาก ๆ
  • หายใจเอาไอน้ำจากฝักบัว หรือไอจากน้ำร้อน
  • กินยาตามแพทย์สั่ง
  • งดการสูบบุหรี่

การรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

การรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงมักรักษาด้วยการลดอาการแทน โดยแนะนำให้เปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกาย และแพทย์อาจสั่งยาเพื่อฟื้นฟูปอดร่วมด้วย ได้แก่

  • ยาสูดพ่น เพื่อรักษาการหายใจ
  • ยาสเตียรอยด์ เพื่อช่วยรักษาอาการอักเสบ
  • ยาขับเสบหะ เพื่อลดจำนวนเสมหะ
  • ยาขยายหลอดลม เพื่อเปิดทางเดินหายใจ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Is bronchitis contagious?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/317761. Accessed August 17, 2021

Bronchitis. https://www.webmd.com/lung/understanding-bronchitis-basics. Accessed August 17, 2021

WHAT ARE THE DIFFERENT TYPES OF BRONCHITIS?. https://doh.gov.ph/faqs/What-are-the-different-types-of-bronchitis. Accessed August 17, 2021

Bronchitis. https://www.nhlbi.nih.gov/health-topics/bronchitis. Accessed August 17, 2021

Bronchitis. https://www.nhs.uk/conditions/bronchitis/. Accessed August 17, 2021

Bronchitis. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bronchitis/symptoms-causes/syc-20355566. Accessed August 17, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ แก้ไขล่าสุด 3 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง
x