home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ ที่บ่งบอกว่าโรคเริ่มรุนแรง และต้องรีบรักษาด่วน!

สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ ที่บ่งบอกว่าโรคเริ่มรุนแรง และต้องรีบรักษาด่วน!

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคทางเดินระบบหายใจที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ที่มีสถิติการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สูงสุด ไข้หวัดใหญ่จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรต้องระมัดระวังและตื่นตัว ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กต้องรู้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ รวมถึง สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ ที่บ่งบอกว่า ไข้หวัดใหญ่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ไข้หวัดใหญ่ทำอันตรายเราได้อย่างไร

อาการโดยทั่วไปของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น มีน้ำมูก หรือคัดจมูก ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรืออาจมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกดีขึ้นได้ภายใน 2-3 วันหลังจากที่ได้นอนพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และกินยา แต่สำหรับหลายคน ไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การเกิดอาการแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ เกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างแรกคือ เพราะร่างกายป้องกันตัวเองจากไข้หวัดใหญ่ อาการปวดเมื่อยร่างกายหรือมีไข้เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ ที่จริงก็คือปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อ “ผู้รุกราน” เมื่อเราติดเชื้อโรคอย่างเช่นแบคทีเรียหรือไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราจะใช้วิธีการหลายอย่างในการต่อสู้กับเชื้อ เช่น การเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย เพื่อพยายามฆ่าผู้รุกรานที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูงได้

นอกจากร่างกายจะป้องกันตัวเองด้วยการเพิ่มความร้อนมาจัดการกับเชื้อโรค จนทำให้เราตัวร้อน หรือมีไข้แล้ว ร่างกายก็ยังมีการส่งทหารที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (cytokine) เข้าไปต่อสู้กับเชื้อโรค ไซโตไคน์เป็นโปรตีนที่สร้างโดยเซลล์ของภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว มีหน้าที่หยุดไวรัสไม่ให้แพร่กระจาย ด้วยการผูกติดตัวเองกับเชื้อโรคที่รุกรานร่างกาย และด้วยการทำปฏิกิริยากับการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ในบางกรณี ร่างกายอาจสร้างไซโตไคน์ขึ้นมาต่อสู้กับการติดเชื้ออย่างไข้หวัดใหญ่มากเกินควร จนเกิดภาวะที่เรียกว่า “พายุไซโตไคน์ (Cytokine Storm)” คือระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาด และตอบสนองต่อเชื้อโรครุนแรงเกินไป จนเกิดการอักเสบกระจายทั่วร่างกาย เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายถูกทำลาย ในบางกรณี อาจนำไปสู่ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis) หรือการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ด้วย

หรือบางครั้งไข้หวัดใหญ่อาจทำให้คุณอ่อนแอจนติดเชื้ออย่างอื่นได้ง่าย ที่พบบ่อยที่สุดก็คือโรคปอดบวม คออักเสบจากการติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus) คนที่ร่างกายแข็งแรงดี ระบบภูมิคุ้มกันก็อาจสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อเหล่านี้ได้ โดยไม่เกิดอาการร้ายแรงใดๆ แต่สำหรับคนที่ร่างกายอ่อนแอจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ดีพอ และไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานมากเกินไป หรือเป็นเหตุให้อวัยวะอย่างหัวใจหรือปอดหยุดทำงาน

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้สุขภาพที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วแย่ลงอีกได้ เช่น เด็กที่เป็นโรคหอบหืด ผู้ที่มีทางเดินหายใจตีบ และหายใจได้ลำบากอยู่แล้ว เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไวรัสก็สามารถทำให้ทางเดินหายใจยิ่งอักเสบมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ หรือทำให้มีโอกาสติดเชื้อ เช่น ปอดบวม ได้ง่ายขึ้น

สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ ที่เป็นอันตราย

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ที่บ่งบอกว่า โรคไข้หวัดใหญ่เริ่มรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์โดยด่วน หากมีอาการดังนี้

ไข้สูงเป็นเวลานาน

การมีไข้สูงเป็นเรื่องค่อนข้างปกติสำหรับไข้หวัดใหญ่ ไข้เป็นหนึ่งในวิธีการที่ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ แต่การมีไข้สูงเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ก็อาจทำให้ร่างกายเสียหาย และเป็นสัญญาณที่สื่อว่าร่างกายกำลังต้องการความช่วยเหลือ ดังนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีไข้สูงมาก หรือมีอาการชักเนื่องจากไข้ ควรรีบไปพบคุณหมอทันที

ผิวเริ่มเปลี่ยนสี หรือหายใจผิดปกติ

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ คุณจึงควรต้องจับตาดูสัญญาณที่แสดงว่า ผู้ป่วยเริ่มหายใจไม่สะดวก เช่น หายใจหอบ หายใจเร็วเกินไป หรือผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว นี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่า ผู้ป่วยกำลังมีอาการแทรกซ้อนอย่างปอดบวม หรือร่างกายอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจสร้างความหายให้กับอวัยวะต่างๆ ได้ โดยเฉพาะสมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันอวัยวะเสียหายจากการขาดออกซิเจน คุณต้องไปพบคุณหมอเพื่อรับยาฆ่าเชื้อ หรือรักษาปัญหาการหายใจไม่สะดวก หรืออาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ออกซิเจน และดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

ปวดศีรษะรุนแรง หรือคอแข็ง

อาการนี้อาจหมายถึงอาการของไขสันหลังอักเสบ (Meningitis) หรือสมองบวม ซึ่งอาจทำให้อวัยวะล้มเหลว ถ้าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และไม่สามารถก้มหน้าเอาคางแตะหน้าอกได้ เนื่องจากคอแข็ง อาจเป็นสัญญาณของโรคไขสันหลังอักเสบ ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที

ภาวะขาดน้ำ… อีก สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ รุนแรง

เราอาจนึกถึงอาการขาดน้ำในผู้ที่ป่วยโดยโรคทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย แต่อาจไม่คิดว่าโรคของระบบทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ ก็สามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้เช่นกัน ผู้ป่วยบางคนอาจอาเจียน ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ หรืออ่อนเพลียจนอยากนอนทั้งวัน เลยทำให้ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

ถ้าไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ วิธีการหนึ่งคือการสังเกตการปัสสาวะ ถ้าผู้ป่วยปัสสาวะน้อยครั้งกว่าปกติ หรือปัสสาวะเป็นสีเข้ม ก็เป็นไปได้ว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการขาดน้ำ สัญญาณอื่นของภาวะขาดน้ำ เช่น ริมฝีปากแห้ง มือและเท้าซีด ตาลึกโหล หรือร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา ถ้าเริ่มปรากฎสัญญาณของการขาดน้ำเหล่านี้ อาจต้องไปพบคุณหมอเพื่อรับสารละลายทางหลอดเลือด

ไม่มีอาการตอบสนองทางร่างกาย

โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยทั่วร่างกาย รวมถึงมีไข้และอ่อนเพลีย จนหมดเรี่ยวแรงได้ แต่คุณก็ต้องสังเกตให้ดีว่าอาการไม่ตอบสนองทางร่างกายที่เกิดขึ้น เกิดจากความเฉื่อยชา ไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย หรือเป็นเพราะไข้หวัดใหญ่จริงๆ หากพบว่าผู้ป่วยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เช่น ไม่พูดโต้ตอบ ไม่สามารถปลุกให้ตื่นได้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

อาการดีขึ้น แต่ไม่นานก็กลับแย่ลง

การเว้นช่วงเวลาอาจเป็นการบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยกำลังติดเชื้อหรือมีอาการแทรกซ้อนอื่น เช่น ปอดบวม เนื่องมาจากร่างกายอ่อนแอลงเพราะไข้หวัดใหญ่ ถ้าสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ไม่นาน อาการก็กลับแย่ลง ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมทันที

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

กลุ่มที่เสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการรุนแรงกว่าปกติ ได้แก่

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ – สถิติในปี 2010-2016 พบว่า เด็กที่เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่กว่า 50% ไม่ได้มีประวัติป่วยโรคอื่น ก่อนเป็นโรคไข้หวัดใหญ่
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุ วัย 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคหอบหืด โรคทางประสาท โรคปอด โรคหัวใจ ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่มีปัญหาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

แต่นอกจากกลุ่มเสี่ยงแล้ว ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง หากเป็น โรคไข้หวัดใหญ่ ก็มีแนวโน้มที่อาการจะรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน ฉะนั้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ก็ต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่รุนแรงเอาไว้ให้ดี จะได้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่และอาการแทรกซ้อน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

When the Flu Becomes Serious: Warning Signs and Safety Tips. https://www.verywellhealth.com/when-flu-is-serious-4159180. Accessed on August 7, 2018.

When the Flu Becomes a Medical Emergency. https://www.everydayhealth.com/news/when-flu-becomes-medical-emergency/. Accessed on August 7, 2018.

Influenza (Flu). https://www.cdc.gov/flu/consumer/symptoms.htm. Accessed on August 7, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 08/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x