คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

Hyperosmolarity คืออะไร ส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วยเบาหวาน

    Hyperosmolarity คืออะไร ส่งผลอย่างไรต่อผู้ป่วยเบาหวาน

    Hyperosmolarity คือ ภาวะสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานที่มีเลือดเข้มข้นสูงกว่าปกติจนทำให้ไตไม่สามารถขับน้ำตาลส่วนเกินในเลือดออกทางปัสสาวะได้ จนเป็นสาเหตุให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นถึง 600 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และนำไปสู่อาการผิดปกติต่าง ๆ ที่รุนแรงเช่น สายตาพร่ามัว ภาวะสมองบวม การหมดสติ และการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม Hyperosmolarity ในผู้ป่วยเบาหวานพบได้ในอัตราต่ำมาก และอาจป้องกันได้ด้วยการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไปด้วยการปรับพฤติกรรมและควบคุมอาหารตามคำแนะนำของคุณหมอ รวมทั้งดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป

    health-tool-icon

    เครื่องคำนวณอัตราการเผาผลาญพลังงาน (BMR)

    ใช้เครื่องมือคำนวณปริมาณแคลอรี่ของเราเพื่อช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ที่ร่างกายของคุณต้องการในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และระดับการทำกิจกรรม

    เพศชาย

    เพศหญิง

    Hyperosmolarity คือ อะไร

    Hyperosmolarity คือภาวะที่ร่างกายผู้ป่วยเบาหวานขาดน้ำอย่างรุนแรงจนทำให้เลือดมีมีความเข้มข้นของระดับน้ำตาล โซเดียม หรือสารอื่น ๆ สูงกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการดึงน้ำที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงน้ำที่อยู่ในสมองมาหล่อเลี้ยงร่างกาย

    ทั้งนี้ Hyperosmolarity เป็นอาการของภาวะเลือดมีความเข้มข้นสูงจากภาวะน้ำตาลในเลือดเกิน (Hyperosmolar Hyperglycemic State หรือ HHS) ที่มักพบได้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

    • การดูแลตัวเองผิดวิธีหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ออกกำลังกาย ไม่ควบคุมอาหาร หรือเปลี่ยนโดสการฉีดอินซูลินด้วยตนเอง
    • การใช้ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ หรือยาอื่น ๆ
    • การติดเชื้อ และอาการป่วยต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ
    • โรคอ้วน โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ยังเด็กหรืออายุน้อย
    • การทำงานของไตที่ผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม โอกาสเกิดภาวะ HHS ในผู้ป่วยเบาหวานนั้นต่ำมาก โดยต่ำกว่าร้อยละ 1 จากจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด

    สาเหตุของ Hyperosmolarity คืออะไร

    Hyperosmolarity คือ ภาวะสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติและมีระดับความเข้นข้นของเลือดสูง เกิดจากการสูญเสียน้ำในร่างกายแล้วไม่บริโภคน้ำหรือของเหลวทดแทนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมถึงการเลือกบริโภคน้ำหวานและอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงเมื่อร่างกายขาดน้ำ ซึ่งนำไปสู่ภาวะร่างกายขาดน้ำที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม รวมทั้งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

    โดยทั่วไป ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลที่สูงกว่าปกติเนื่องจากฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะกระตุ้นให้ไตขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ หรือทำให้ผู้ป่วยเบาหวานปัสสาวะบ่อยกว่าคนทั่วไป

    เมื่อปัสสาวะบ่อยแต่บริโภคน้ำหรือของเหลวทดแทนในปริมาณที่น้อยกว่าร่างกายต้องการ ทำให้ร่างกายขาดน้ำและไม่สามารถขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนระดับน้ำตาลอาจเพิ่มสูงขึ้น 10 เท่าของระดับปกติและกลายเป็นภาวะ Hyperosmolarity ได้ในที่สุด

    อาการ Hyperosmolarity คืออะไร

    หากผู้ป่วยเบาหวานมีค่าความเข้มข้นของเลือดสูง มักมีอาการดังต่อไปนี้

    • ระดับน้ำตาลในเลือดเท่ากับหรือสูงกว่า 600 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
    • กระหายน้ำมากกว่าปกติ
    • ปากแห้ง
    • ผิวแห้ง
    • เป็นไข้
    • สายตาพร่ามัว
    • สูญเสียการมองเห็น
    • ง่วงซึม ประสาทหลอน
    • หมดสติ
    • สมองบวม
    • เสียชีวิต

    ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรอไปพบคุณหมอเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 600 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่ควรไปพบคุณหมอทันทีหากตรวจพบค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 400 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และไม่ยอมลดลง แม้จะลองดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว

    Hyperosmolarity รักษาอย่างไร

    เมื่อไปพบคุณหมอด้วยภาวะ Hyperosmolarity คุณหมอจะขอตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงสุขภาพของไต และอาจเลือกรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    • ให้ของเหลวหรือน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาภาวะร่างกายขาดน้ำในกรณีฉุกเฉิน
    • ให้ฮอร์โมนอินซูลินทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป หรือทำให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ทั้งนี้ การให้อินซูลินอาจมีผลข้างเคียงให้ผู้ป่วยน้ำหนักเพิ่มขึ้น และแขนหรือขาบวมได้
    • ให้โพแทสเซียม เพื่อปรับสมดุลธาตุอาหารในร่างกาย หรือป้องกันภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ (Hypokalemia)

    Hyperosmolarity ป้องกันได้อย่างไร

    สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีวิธีการป้องกัน Hyperosmolarity ดังนี้

    • รักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และฉีดอินซูลินตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด
    • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไปอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตัวเองให้เหมาะสม
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เมื่อรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำหรือกำลังคอแห้ง


    คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

    คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet