home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เบาหวานชนิดที่ 2 กับการดูแลเรื่องอาหารให้สมดุล

เบาหวานชนิดที่ 2 กับการดูแลเรื่องอาหารให้สมดุล

ทำความรู้จักโรคเบาหวาน1

โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งแบ่งได้ 2 ชนิดคือ

  • เบาหวานชนิดที่ 1 ตับอ่อนจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับกลูโคสหรือน้ำตาลให้เป็นปกติ
  • เบาหวานชนิดที่ 2 ปริมาณการผลิตอินซูลินอาจลดลงหรือร่างกายไม่สามารถใช้งานอินซูลินที่ผลิตออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น โรคเบาหวานทั้ง 2 ชนิด กลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดไม่ได้ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้เกิดการสะสมในเลือดและก่อให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรคเบาหวานจึงถูกจำแนกด้วยระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายนักและบางครั้งอาจใช้เวลาหลายปี กว่าจะปรากฏอาการให้เห็น ซึ่งมีดังนี้

  • กระหายน้ำ และอยากอาหารมากขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • รู้สึกไม่มีแรง เหนื่อยเมื่อยล้า
  • แผลหายช้าลง เช่น รอยบาดจะใช้เวลาสมานนานขึ้น
  • รู้สึกชาหรือมีอาการเป็นเหน็บตามมือและเท้า
  • ผิวบริเวณรักแร้และลำคอมีสีคล้ำขึ้น
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • สายตาพร่ามัว

ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับกลูโคสในเลือดประกอบไปด้วย
  • โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน
  • ไขมันหน้าท้องส่วนเกิน
  • การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
  • ประวัติการเป็นโรคเบาหวานของคนในครอบครัว
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • อายุ (ความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะเพิ่มเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 45 ปี)
  • มีประวัติภาวะก่อนเบาหวาน
  • มีภาวะบางอย่างเกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS)
  • มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2¹

เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจจะทำการทดสอบด้วยวิธีการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาล ซึ่งอาจจะรวมไปถึงการทดสอบเหล่านี้1

  • การทดสอบ Fasting Plasma Glucose (FPG) – การทดสอบนี้เป็นการตรวจผลจากเลือดเพื่อระยะภาวะก่อนเป็นเบาหวานและเบาหวานในช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมาหากน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่คงที่ แพทย์อาจเพิ่มระยะเวลาการตรวจแต่ละครั้งให้ห่างออกไป แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น การทดสอบนี้อาจจะเพิ่มความถี่มากขึ้น
  • การทดสอบ Hemoglobin A1C (HbA1C) – เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉลี่ยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหาร
  • การทดสอบความทนทานต่อกลูโคสในช่องปาก – การทดสอบนี้พบไม่บ่อยนัก เป็นการหาระดับน้ำตาลในเลือดจาก 2 ช่วงเวลา คือ เมื่อได้ดื่มเครื่องดื่มสารละลายกลูโคส (หลังการงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง) และอีกครั้งเมื่อผ่านไป 2 ชั่วโมง นับจากการดื่ม เพื่อตรวจสอบว่าร่างกายตอบสนองต่อกลูโคสอย่างไร โดยปกติการทดสอบนี้นิยมใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แพทย์อาจแนะนำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อจำแนกระหว่างเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ซึ่งขึ้นอยู่กับผลของการทดสอบ ทั้งนี้เพื่อให้แพทย์ ช่วยดูแลผู้เป็นเบาหวานให้สามารถควบคุมอาการได้ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด การดูแลเพิ่มเติมที่แพทย์เสนอให้อาจรวมไปถึงการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าการควบคุมอาการนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การทดสอบ PC – หรือ Post Cibum หรือ Postprandial (PP) เป็นการวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง แพทย์อาจสั่งให้ทำการทดสอบนี้ร่วมกับการวัดระดับน้ำตาลในเลือดขณะงดอาหาร ซึ่งจะเป็นการงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ห้ามดื่มน้ำผลไม้ กาแฟหรือชา งดสูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่ง รวมทั้งการออกกำลังกาย

การเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

อาหารที่ดีต่อสุขภาพและเหมาะกับผู้เป็นเบาหวานนั้นควรเน้นอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นผักและผลไม้สด ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว เมล็ดพืช เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รวมทั้งเน้นไปที่อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ หรือ Glycemic Index (GI) ที่มีค่าระหว่าง 0-55 และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการแปรรูปซึ่งโดยมากมักเติมส่วนผสมเพิ่มเติมหลายอย่าง เช่น น้ำตาล ไขมันทรานส์ สีผสมอาหาร สารกันบูด

อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตย่อยช้า (เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวกล้อง) ไขมันดี ไฟเบอร์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้ง วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ ซึ่งสามารถหาได้จากการรับประทานอาหารที่สมดุล ควบคุมปริมาณและสัดส่วนของอาหาร และการรับประทานอาหารเป็นเวลา จะช่วยให้สามารถควบคุมและหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้การวางแผนมื้ออาหารเหมาะสมกับผู้เป็นเบาหวานแต่ละคนมากขึ้น

ทางเลือกใหม่ อาหารทดแทนสูตรเฉพาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน

อาหารทดแทนสำหรับผู้เป็นเบาหวาน หรือ Diabetes-Specific Formulas (DSF) เป็นอาหารสูตรครบถ้วนที่มีส่วนประกอบของสารอาหารที่จำเป็นครบทั้ง 5 หมู่ และมีสัดส่วนในแต่ละชนิดที่เหมาะสมสำหรับผู้เป็นเบาหวาน สามารถใช้แทนเป็นอาหารมื้อหลัก หรือเสริมระหว่างมื้อได้ตามคำแนะนำของแพทย์

เนื่องจากผู้เป็นเบาหวานจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่มีคุณภาพในสัดส่วนที่สมดุลเหมาะสม เช่น คาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) โปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เพียงพอ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว Monounsaturated Fatty Acid (MUFA) กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน Polyunsaturated Fatty Acid (PUFA) ซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจ วิตามิน ใยอาหาร ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของการควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร่วมอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ หรือโรคไต1

จุดเด่นของอาหารทดแทนสูตรครบถ้วน คือ มีคาร์โบไฮเดรตชนิดพิเศษ ได้แก่ ไฟเบอร์ซอล ซูโครมอลต์ ซึ่งถูกย่อยและดูดซึมได้ช้า ทำให้มีการปลดปล่อยน้ำตาลออกมาอย่างช้า ๆ ส่งผลให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี การที่คาร์โบไฮเดรตชนิดนี้ถูกย่อยและดูดซึมได้ช้า จึงสามารถเคลื่อนตัวไปยังลำไส้เล็กส่วนปลาย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีจำนวนของ L-Cells อยู่อย่างหนาแน่น ทำให้กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Glucagon-Like Peptide 1 ( GLP-1) ได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานมีภาวะโภชนาการที่สมดุลขึ้น และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นในระยะยาว2 เนื่องจากอาหารสูตรเฉพาะนี้จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน GLP-13-6 จึงทำให้

  • ร่างกายเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
  • ช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน7 ซึ่งเป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หลังรับประทานอาหารเมื่อเทียบกับอาหารควบคุม3-6 โดยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้เป็นเบาหวาน สามารถเพิ่มระดับ GLP-1 และอินซูลินในเลือดหลังรับประทานอาหารได้มากกว่าผู้ป่วยที่รับประทานข้าวโอ๊ต5

นอกจากนี้ GLP-1 ยังมีบทบาทในการควบคุมความหิวและความอิ่ม เพราะช่วยลดความอยากอาหาร และทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น8,9 จึงดีต่อการควบคุมน้ำหนักตัวของผู้เป็นเบาหวานอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อใช้รับประทานทดแทนมื้ออาหารหลักบางมื้อ อาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้เป็นเบาหวานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้การควบคุมเบาหวานง่ายขึ้น

แม้ว่าการดูแลเรื่องโภชนาการที่ดีที่สุดจะมาจากอาหารมื้อหลักที่รับประทาน แต่สำหรับผู้เป็นเบาหวาน การได้รับพลังงานและสารอาหารที่มีคุณภาพในสัดส่วนที่สมดุล วิตามินและแร่ธาตุเพียงพออย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การใช้ชีวิตร่วมกับเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น แนะนำปรึกษาถึงทางเลือกของอาหารทดแทนสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับแพทย์ของคุณ

CTA : To Quiz (To be revised)

กำลังมองหาวิธีจัดการเบาหวานในยุค New Normal อยู่รึเปล่า?

ลองทำ Quiz สนุก ๆ เพื่อเรียนรู้วิธีจัดการเบาหวานยุค New Normal กัน

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

1. Classification and Diagnosis of Diabetes: Standards of Medical Care in Diabetes-2021; American Diabetes Association. Diabetes Care. 2021 Jan 1:44(Supplement 1):S15-33.

2. Sheri R. Colberg, Ronald J. Sigal, Jane E. Yardley, Michael C. Riddell, David W. Dunstan, Paddy C. Dempsey, Edward S. Horton, Kristin Castorino and Deborah F. Tate. Physical Activity/Exercise and Diabetes: A Position Statement of the American Diabetes Association. Diabetes Care 2016 Nov; 39(11): 2065-2079.

3. Herpreet Thind, Ryan Lantini, Brittany L. Balletto, Marissa L. Donahue, Elena Salmoirago-Blotcher, Beth C. Bock, and Lori A.J. Scott-Sheldon. The effects of yoga among adults with type 2 diabetes: A systematic review and meta-analysis.  National Center for Biotechnology Information (NCBI).

4. Huang, H., G. Chen, Y. Dong, Y. Zhu, and H. Chen; Chromium supplementation for adjuvant treatment of type 2 diabetes mellitus: Results from a pooled analysis. Mol Nutr Food Res. 2018, 62, 1700438

5. Wang, X., W. Wu, W. Zheng, X. Fang, L. Chen, L. Rink, J. Min, and F. Wang; Zinc supplementation improves glycemic control for diabetes prevention and management: a systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. The American Journal of Clinical Nutrition. 2019, 110, 76-90.

6. Sanz-París A, Matía-Martín P, Martín-Palmero Á, Gómez-Candela C, Robles MC. Diabetes-specific formulas high in monounsaturated fatty acids and metabolic outcomes in patients with diabetes or hyperglycaemia. A systematic review and meta-analysis. Clinical Nutrition. 2020 Nov 1;39(11):3273-82.

7. Reinstatler L, Qi YP, Williamson RS, Garn JV, Oakley GP. Association of biochemical B12 deficiency with metformin therapy and vitamin B12 supplements: the National Health and Nutrition Examination Survey, 1999–2006. Diabetes care. 2012 Feb 1;35(2):327-33.

8. ADA Standards of Medical Care in Diabetes-2018. Diabetes Care 2018;41(Suppl. 1):S1–S159.

9. Chee WSS, Gilcharan Singh HK, Hamdy O, et al. BMJ Open Diab Res Care 2017;5:e000384. doi:10.1136/bmjdrc-2016-000384.

10. Voss AC et al. Nutrition 2008, 24:990-997.

11. Mottalib A et al. Nutrients 2016, 8, 443; doi:10.3390/nu8070443

12. Devitt A et al. Journal of Diabetes Research and Clinical Metabolism 2012, 1:20.

13. Dávila LA et al. Nutrients 2019, 11, 1477; doi:10.3390/nu11071477

14. Lim G., Brubaker P. Diabetes 2006. 55 (Suppl. 2):S70–S77.

15. Shah M, Vella A. Rev Endocr Metab Disord 2014, 15(3): 181–187. doi:10.1007/s11154-014-9289-5.

16. Dailey MJ.,Moran TH.Trends Endocrinol Metab 2013, 24(2): 85-91. doi:10.1016/j.tem.2012.11.008.

17. American Diabetes Association website. Glycemic index and diabetes. https://www.diabetes.org/glycemic-index-and-diabetes

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ทีม Hello คุณหมอ แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย