home

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวาน

เบาหวานเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่อาจตอบได้ยาก เนื่องจากโรคเบาหวานอาจเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ร่างกายไม่ตอบสนองกับอินซูลิน รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน เป็นต้น เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดโดยคุณหมอ และทำการรักษาได้ตรงจุด เบาหวานเกิดจากอะไร เบาหวาน ปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า “อินซูลิน” ให้เพียงพอต่อร่างกาย โดยอินซูลินมีหน้าที่สำคัญในการนำกลูโคสจากอาหารที่รับประทานออกจากกระแสเลือด เข้าสู่เซลล์ในร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน นำไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ จนเป็นโรคเบาหวาน อาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต และสูญเสียการมองเห็นได้ สำหรับสตรีตั้งครรภ์อาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากร่างกายในช่วงตั้งครรภ์อาจผลิตฮอร์โมนสร้างความสมดุล คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งฮอร์โมนเหล่านั้นอาจไปกระทบต่อเซลล์ที่ทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน นำไปสู่โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ประเภทของเบาหวาน ประเภทของเบาหวาน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังต่อไปนี้ เบาหวานชนิดที่ 1 อาจเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ส่งผลให้ทำลายเซลล์ในตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลิน จนไม่อาจสร้างอินซูลินให้เพียงพอต่อร่างกาย โดยส่วนใหญ่เบาหวานชนิดนี้อาจพบได้บ่อยในเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ เบาหวานชนิดที่ 2  สำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือเซลล์ของร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ […]

หัวข้อ โรคเบาหวาน เพิ่มเติม

โรคเบาหวาน

อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย เป็นสัญญาณที่บอกถึงระยะร้ายแรงที่ไม่สามารถควบคุมได้ของโรคเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นอาการของภาวะแทรกซ้อนที่สร้างความเสียหายให้กับระบบการทำงานภายในร่างกาย ดังนั้น การสังเกตอาการโรคเบาหวานระยะสุดท้ายอาจช่วยรับมือกับการพัฒนาของโรคได้ โรคเบาหวานระยะสุดท้าย คืออะไร โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับชนิดของโรคเบาหวาน ซึ่งโรคเบาหวานระยะสุดท้ายเป็นระยะที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้ อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคไต ปัญหาสายตาปัญหาผิว การติดเชื้อที่รุนแรง ปัญหาช่องปาก เส้นประสาทเสียหาย และปัญหาระบบย่อยอาหาร เนื่องจากระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานในร่างกายหลายส่วน อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย อาการของโรคเบาหวานระยะสุดท้ายส่วนใหญ่เป็นอาการจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูง และการพัฒนาของภาวะแทรกซ้อน ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกาย ที่อาจทำให้มีอาการดังนี้ ระดับน้ำตาลในลือดไม่สมดุล ผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะสุดท้ายควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล เพราะการใช้ยารักษาโรคเบาหวานหรือการควบคุมแป้งและน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ มีอาการดังนี้ รู้สึกเหนื่อยล้า วิงเวียนศีรษะ ผิวซีด หิวบ่อย ตัวสั่น ใจสั่น ชาที่ริมฝีปาก อารมณ์แปรปรวน เห็นภาพซ้อน มึนงง สับสนและไม่มีสมาธิ ง่วงนอนบ่อย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่หากมีระดับน้ำตาลสูงขึ้นมากอาจมีอาการ ดังนี้ รู้สึกเหนื่อยล้า ปากแห้ง กระหายน้ำมากขึ้น ปวดท้อง ปัสสาวะบ่อยครั้ง น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ มองเห็นภาพซ้อน การติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เชื้อราในช่องคลอด และการติดเชื้อที่ผิวหนัง ลมหายใจที่มีกลิ่นหวานเหมือนผลไม้ การติดเชื้อบ่อยขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบการทำงานองร่างกายแย่ลง ซึ่งการติดเชื้อเป็นอาการโรคเบาหวานระยะสุดท้ายที่พบบ่อยและอาจรุนแรงขึ้น ทำให้แผลหายช้าลงโดยเฉพาะที่เท้า และสำหรับผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานอาจเกิดการติดเชื้อราในกระเพาะปัสสาวะและช่องคลอดบ่อยครั้ง มือและเท้าชา ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจส่งผลต่อการทำงานของเส้นประสาท […]

โรคเบาหวาน

การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวาน เป็นวิธีดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้มีสุขภาพดีและอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานอย่างเหมาะสมและมีความสุข ซึ่งอาจเป็นการดูแลจากคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการเผชิญหน้ากับโรคมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยสอดส่องอาการที่อาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น โรคเบาหวาน คืออะไร โรคเบาหวานเป็นภาวะสุขภาพเรื้อรัง ที่ส่งผลให้การเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานในร่างกายผิดปกติ โดยปกติ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ตับอ่อนจะปล่อยอินซูลินเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ร่างกายจะผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น และหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคหัวใจ โรคไต การสูญเสียการมองเห็น การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวาน การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานอาจมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการดูแลตัวเองในผู้ป่วยเบาหวาน และการให้ความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ดังนี้ แนวทางสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน เรียนรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ผู้ดูแลควรเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการของโรคเบาหวาน วิธีการตรวจสอบและวิธีจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยให้อยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ อาจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น เช่น ปรับเปลี่ยนโภชนาการอาหารเพื่อสุขภาพ โดยลดปริมาณแป้งและน้ำตาลลง จัดหาอาหารที่เหมาะกับผู้เป็นเบาหวาน เช่น ผักผลไม้อย่างบร็อคโคลี่ ผักโขม และถั่วเขียว โปรตีนอย่างไก่ ถั่ว เต้าหู้ และไข่ ธัญพืชไม่ขัดสี นม ร่วมกับการสนับสนุนให้ผู้ป่วยออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ดูแลอาจต้องอ่านฉลากอาหารเพื่อดูส่วนประกอบทุกครั้ง นับปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้เหมาะสมในมื้ออาหาร อดทน เข้าใจและให้กำลังใจผู้ป่วย ให้เวลากับผู้ป่วยมากขึ้น และอาจต้องใช้ความเข้าใจและความอดทนสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ต้องตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้ผู้ป่วยเป็นประจำ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

อาการชาจากเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม ส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการชาบริเวณปลายเท้าหรือนิ้วเท้า รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการชาจากเบาหวานพบได้บ่อยและมักแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่การรักษาและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมอาจช่วยรับมือได้ อาการชาจากเบาหวาน คืออะไร  อาการชาจากเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ทำให้เส้นประสาทเสื่อม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการชาบริเวณปลายเท้าและนิ้วเท้า รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังนี้ ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร ความเสียหายของเส้นประสาทอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด อาหารไม่ย่อย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เส้นประสาทที่ควบคุมระบบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะอาจได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดการติดเชื้อ และส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหูรูด ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เส้นประสาทบริเวณอวัยวะเพศที่ได้รับความเสียหายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาจทำให้ผู้ชายเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ทางเพศลดลง ลักษณะอาการชาจากโรคเบาหวาน อาการชาจากเบาหวาน พบได้บ่อยบริเวณมือ เท้า ขา นิ้วเท้า นิ้วมือ โดยลักษณะของอาการชาอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานรู้สึกปวดแสบปวดร้อนคล้ายโดนเข็มทิ่มหรือโดนไฟช็อต แต่หากผู้ป่วยเบาหวานมีอาการชาร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม วิธีรักษาอาการชาจากโรคเบาหวาน การรักษาอาการชาจากโรคเบาหวานอาจเริ่มด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น ด้วยวิธีต่อไปนี้ ใช้ยาบรรเทาอาการเจ็บปวดของเส้นประสาทส่วนปลาย เช่น ยากันชัก ยาซึมเศร้า ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่กลุ่มโอปิออยด์ ทำกายภาพบำบัด […]

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน เกิดจากอวัยวะต่าง ๆ ทำงานผิดปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น การกินอาหารที่เหมาะสม สามารถช่วยควบคุมโรคได้ อาหารคนเป็นเบาหวาน ควรมีสารอาหารที่ช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน อาหารคนเป็นเบาหวาน มีอะไรบ้าง ผู้ป่วยเบาหวาน ทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2 และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถรับประทานอาหารได้ปกติ แต่ควรเน้นรับประทานอาหารที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนี้ ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียว ผู้ป่วยเบาหวานควรเน้นรับประทานผักใบเขียว เช่น ผักโขม กะหล่ำปลี ผักคะน้า บล็อกโคลี เพราะผักใบเขียวเป็นแหล่งของแมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ และแคลเซียม ซึ่งอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี  อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานอาจต้องจำกัดปริมาณในการรับประทานผักบางชนิด โดยเฉพาะพืชหัว เช่น แครอท มันเทศ เผือก ฟักทอง เนื่องจากมแป้งมาก อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้  โยเกิร์ต โยเกิร์ตมีโพรไบโอติก ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมและระบบย่อยอาหาร อาจช่วยลดการอักเสบและลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน รวมถึงเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ธัญพืช ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี เพราะมีไฟเบอร์สูง อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี เช่น ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง ควินัว ขนมปังโฮลเกรน ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ภาวะสูญเสียการได้ยิน ในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสาร  วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาสังเกตอาการเข้าข่ายภาวะสูญเสียการได้ยินในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวานกันค่ะ หากผู้สูงอายุใกล้ตัวของเรามีอาการเข่าขายของภาวะดังกล่าว จะได้รีบทำการรักษาเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร ภาวะสูญเสียการได้ยิน ในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน ภาวะสูญเสียการได้ยิน ในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป โดยหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทในหู ดังนี้  ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ส่งผลให้หลอดเลือดขนาดเล็กและเส้นประสาทในหูชั้นในถูกทำลาย ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียการได้ยิน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ส่งผลให้ตัวส่งสัญญาณประสาทที่เดินทางหูชั้นในไปยังสมองถูกทำลาย ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียการได้ยิน สัญญาณเตือนภาวะสูญเสียการได้ยิน ในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน  สัญญาณเตือนภาวะสูญเสียการได้ยิน ในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ มักขอให้พูดซ้ำ ๆ มีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับบุคคลมากกว่า 1 คน หูแว่ว คิดว่าคนอื่นบ่น มีปัญหาการได้ยินในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่น ร้านอาหารที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีปัญหาในเรื่องของการฟังเสียง โดยเฉพาะเสียงของเด็กเล็ก เปิดโทรทัศน์หรือวิทยุเสียงดังเกินไป  อย่างไรก็ตาม หากผู้สูงอายุของคุณมีอาการเข้าข่ายสัญญาณเตือนของภาวะสูญเสียการได้ยิน ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม  ลดความเสี่ยงภาวะสูญเสียการได้ยินในผู้สูงอายุจากโรคเบาหวาน ผู้สูงอายุจากโรคเบาหวานควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะสูญเสียการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน  ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจสอบการได้ยินเป็นประจำทุกปี สอบถามแพทย์ที่ทำการรักษาเกี่ยวกับยาที่ใช้รับประทานเพื่อรักษาโรคประจำตัวว่ามีผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อการได้ยินหรือไม่ ภาวะสูญเสียการได้ยินนอกจากจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคนรอบข้างอีกด้วย ดังนั้นผู้สูงอายุจากโรคเบาหวานจึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ใส่ใจดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างภาวะสูญเสียการได้ยิน

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา ซึ่งหากได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้ บทความนี้ Hello คุณหมอ นำข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาหรือเบาหวานขึ้นตามาให้ทุกคนได้ศึกษากันค่ะ เพื่อที่เราจะได้รับมือเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้อย่างทันท่วงที  เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) คืออะไร เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา โดยมีสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน ทำให้เส้นเลือดที่จอประสาทตาที่เรียกว่า จอเรตินา (Retina) ได้รับความเสียหายจากน้ำตาลอุดตัน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ  อย่างไรก็ตามในระยะแรกผู้ป่วยเบาหวานอาจไม่พบอาการหรือมีปัญหาเกี่ยวกับด้านการมองเห็น แต่หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน โดยไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ อาจส่งผลร้ายแรงถึงขัันสูญเสียการมองเห็นได้  ระยะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา เบาหวานขึ้นจอประสาทตาแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังต่อไปนี้  เบาหวานขึ้นตาระยะแรก (Non–proliferative diabetic retinopathy : NPDR) หรือระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดงอกออกมาใหม่ โดยในระยะนี้ผนังหลอดเลือดเรตินาจะเริ่มบางลง มีรอยนูนเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากผนังหลอดเลือด ซึ่งในบางครั้งอาจมีเลือดและน้ำรั่วไหลเข้าไปในจอตาเรตินา ซึ่งเป็นจุดควบคุมความคมชัดของสายตา เบาหวานขึ้นตาระยะรุนแรง (Proliferative diabetic retinopathy : PDR) หรือระยะที่มีเส้นเลือดงอกออกมาใหม่ โดยในระยะนี้หลอดเลือดที่เสียหายจะเริ่มเสื่อมสภาพลง ทำให้เกิดเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติในหลอดเลือดเรตินา หลอดเลือดใหม่นี้มีผนังเปราะบางมากและเมื่อแตกเลือดจะเข้าไปในน้ำวุ้นตา ทำให้วุ้นตาขุ่นเกิดเป็นต้อหินได้  ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา มีดังนี้ เป็นเบาหวานมาเป็นระยะเวลานาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี ความดันโลหิตสูง […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ภาวะเบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy หรือ Diabetic Kidney Disease) เป็นอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อน ที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเบาหวานลงไต มาให้ผู้ป่วยเบาหวานได้ศึกษากันค่ะ เพื่อที่เราจะได้รู้ทันและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างทันท่วงที  ภาวะเบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy หรือ Diabetic Kidney Disease) คืออะไร ภาวะเบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy หรือ Diabetic Kidney Disease) พบในผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ จัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไตชนิดรุนแรงของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่1 (Type 1 diabetes) และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 diabetes) โดยสาเหตุหลักเกิดจากไตทำงานหนักจนประสิทธิภาพการทำงานลดลง (กำจัดของเสียออกจากร่างกายลดลง) เมื่อกระบวนการขับของเสียที่ไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ของเสียที่บริเวณไตจึงเริ่มส่งผลเสียต่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ภาวะเบาหวานลงไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการมากนัก แต่เมื่อผ่านไปสักระยะผู้ป่วยเบาหวานจะเริ่มมีอาการแสดง ดังต่อไปนี้ อาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ  […]

โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานหลายคนหลีกเลี่ยงการกินแครอท เพราะมีความเชื่อว่าแครอทอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำข้อเท็จจริงของความเชื่อดังกล่าวนี้มาฝากกันค่ะ เรามาดูไปพร้อมกันเลยว่า ผู้ป่วยเบาหวาน ห้ามกินแครอท จริงหรือไม่? จริงหรือไม่! ผู้ป่วยเบาหวาน ห้ามกินแครอท ในอดีตนักวิจัยหลายคนเชื่อว่ารสหวานของแครอทอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด หากรับประทานมากจนเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ เนื่องจากแครอทมีดัชนีน้ำตาลสูง(Glycemic Index)  มากกว่า 40 แครอทจึงถูกจัดว่ามีค่าดัชนีปานกลาง ในแง่ของผลกระทบที่มีต่อน้ำตาลในเลือด  แต่ในปัจจุบัน ความเชื่อที่ว่าผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรกินแครอทเพราะมีรสหวาน ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะว่าแครอทจัดว่าเป็นผักชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเค โพแทสเซียม วิตามินซี และแอนโธไซยานิน และยังอุดมด้วยไฟเบอร์ซึ่งมีส่วนสำคัญในการควบคุมการปล่อยอินซูลิน (Insulin) และกลูโคส (Glucose) เข้าสู่กระแสเลือด  แครอทมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน อย่างไร แครอทมีประโยชน์ที่ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน ดังต่อไปนี้ แครอทอุดมด้วยไฟเบอร์ในปริมาณมาก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มความต้านทานต่ออินซูลิน สารแคโรทีนอยด์ในแครอทช่วยป้องกันเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ลดความเสี่ยงการสูญเสียการมองเห็น แครอทอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แครอทอุดมด้วยวิตามินเอ มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลระบบภูมิคุ้มกันอย่าง ทีเซลล์ (T-Cell) ที่อาจได้รับผลกระทบบจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ข้อแนะนำในการกินแครอท สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ข้อแนะนำในการกินแครอทที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยเบาหวานควรกินแครอทในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรบริโภคเกิน […]

โรคเบาหวาน

ในปัจจุบันได้อนุมัติให้กัญชาสามารถนำมารักษาทางการแพทย์ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคไมเกรน โรคเบาหวาน บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาดูกันค่ะว่า กัญชารักษาเบาหวาน ได้จริงหรือไม่ และจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานอย่างไร มาดูพร้อมกันเลย  กัญชารักษาเบาหวาน ได้จริงหรือไม่? จากผลการศึกษาและวิจัยในต่างประเทศ พบว่า กัญชามีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยในปี พ.ศ. 2556 นักวิจัยได้ทำการทดลองอาสาสมัครจำนวน 4,657 คน เป็นระยะเวลา 5 ปี พบว่า อาสาสมัครจำนวน 2,554 คน ที่ใช้กัญชา มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 16% และระดับอินซูลินลดลง 17% รวมถึงมีระดับคอเลสเตอรอลที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการทดลองนี้คือ การค้นพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้กัญชามีอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตมากกว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ใช้กัญชา นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2558 พบว่า สารสกัดในกัญชา ที่เรียกว่า สารแคนนาบิไดอัล (Canabidiol : CBD) สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดจากการอดอาหารได้ และช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ตับอ่อน ลดความต้านทานต่ออินซูลิน  5 สายพันธุ์กัญชารักษาโรคเบาหวาน หลายคนอาจไม่ทราบว่ากัญชามีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีความต้องการใช้กัญชาในการรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนตัดสินใจใช้กัญชารักษาเบาหวาน […]

โรคเบาหวาน

สำหรับใครที่กำลังเป็นโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวานอยู่ การเลือกรับประทานอาหารยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอที่ทุกคนนั้นควรใส่ใจไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือแม้กระทั่งธัญพืช เพราะธัญพืชบางชนิดถึงแม้ว่าจะมาจากธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานเสมอไป วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือก ธัญพืชสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มาฝากทุกคนกันค่ะ ธัญพืช มีประโยชน์อย่างไร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากผู้ป่วยเบาหวานต้องการรับประทานธัญพืช คุณควรเลือกธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี เนื่องจาก ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีนั้นจะยังคงอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ ที่ร่างกายต้องการ อีกทั้งมีประโยชน์ทางด้านสุขภาพมากมาย และนี่คือเหตุผลที่ดีที่คุณควรหันมารับประทานธัญพืช ป้องกันระดับคอเลสเตอรอลสูง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ป้องกันโรคอ้วน ธัญพืชสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีอะไรบ้าง คุณสามารถเลือกซื้อธัญพืชต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวคุณมารับประทานบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้ และควรบริโภคอย่างน้อย 45-55 เปอร์เซ็นต์ จากแคลอรี่ทั้งหมดที่คุณกินในแต่วัน เพื่อเสริมสร้างความสมดุลให้แก่สุขภาพร่างกาย โดยธัญพืชที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานกินได้นั้น มีดังนี้ ข้าวโอ๊ต โฮลวีต  ข้าวฟ่าง  คินัว ข้าวกล้อง  ข้าวโพด ข้าวไรย์เต็มเมล็ด บัลเกอร์ ข้าวทริทิเคลี ถึงอย่างไร ก่อนรับประทานคุณอาจต้องทำการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย เนื่องจาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีเงื่อนไขทางสุขภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้น ธัญพืชเหล่านี้สามารถส่งผลให้คุณมีอาการแพ้ได้ ข้อควรรู้ก่อนรับประทาน […]