home

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

บทความ โรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นอีกหนึ่งโรคประจำตัวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถระมัดระวังถึงอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจลุกลามเข้ามาได้แทน เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด หรือแม้แต่ ภาวะคีโตอะซิโดซิส ซึ่งวันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาทุกคนพามารู้จักกับภาวะดังกล่าวให้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กันค่ะ ภาวะคีโตอะซิโดซิส คืออะไร ภาวะคีโตอะซิโดซิส (Diabetic ketoacidosis : DKA) เป็น ภาวะแทรกซ้อนหนึ่งของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ค่อนข้างส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายผู้ป่วยอย่างมาก โดยภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากอินซูลินมีส่วนช่วยสำคัญในการเพิ่มพลังงานสำคัญให้แก่ กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเซลล์อื่น ๆ การที่ร่างกายคุณมีระดับอินซูลินที่ไม่เพียงพอนั้น ก็อาจทำให้ระดับในเลือดของคุณอยู่ในระดับที่สูงขึ้นจนเกิดเป็นกรดสะสมอยู่ในกระแสเลือด ที่เรียกว่า คีโตน (Ketones) จนส่งผลให้เกิดภาวะคีโตอะซิโดซิส ที่อาจนำพาไปสู่อันตรายร้ายแรง และถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว สัญญาณเตือนส่วนใหญ่ ของภาวะคีโตอะซิโดซิส อาการของภาวะคีโตอะซิโดซิส ดังต่อไปนี้ สามารถปรากฏให้คุณพบเห็น หรือสังเกตได้อย่างรวดเร็ว และมักเป็นสัญญาณเตือนแรกเริ่มที่บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังประสบกับ โรคเบาหวาน ได้อีกด้วย รู้สึกกระน้ำเป็นอย่างมาก ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนัง และริมฝีปากแห้ง รู้สึกร่างกายอ่อนแรง […]

โรคเบาหวาน

เบาหวาน (Diabetes) เป็นโรคยอดฮิตที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation : IDF) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักในการป้องกัน โรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังอาจจะเข้าใจผิดว่า สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน คือการกินหวาน หรือกินน้ำตาลเพียงอย่างเดียว แต่อันที่จริงแล้ว สาเหตุของโรคเบาหวานนั้นมีมากมาย ขึ้นอยู่กับชนิดของเบาหวาน ซึ่งแน่นอนว่ามีมากกว่า เบาหวานชนิดที่ 1 และ เบาหวานชนิดที่ 2 โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถจำแนก โรคเบาหวาน ตามสาเหตุการเกิดได้ 4 ชนิด ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2 เบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรคเบาหวาน ชนิดที่คนส่วนใหญ่มักสับสนคือ เบาหวานชนิดที่ […]

โรคเบาหวาน

การดูแลอาหารการกินของตัวเองให้ดี เป็นอีกหนึ่งวิธีในการรับมือกับโรคเบาหวานสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน เพราะอาหารที่กินเข้าไปสามารถส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณได้ และหากคุณอยากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ คุณก็ควรทำความเข้าใจเรื่อง ค่าดัชนีน้ำตาล ให้ดีด้วย ว่าแต่ค่าดัชนีน้ำตาลคืออะไร แล้วสำคัญกับผู้ป่วยเบาหวานยังไงบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากกันในบทความนี้ ค่าดัชนีน้ำตาล คืออะไร ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ ดัชนีไกลซีมิก (Glycemic Index หรือ GI) คือ ตัวเลขชี้วัดว่าอาหารแต่ละชนิดนั้นจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นค่าที่บอกว่าเมื่อคุณกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไปแล้ว อาหารชนิดนั้น ๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณเพิ่มขึ้นช้าหรือเร็วแค่ไหนนั่นเอง โดยการจัดลำดับค่าดัชนีน้ำตาลมีตัวเลขตั้งแต่ 0-100 และแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ สูง กลาง ต่ำ ดังนี้ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ : น้อยกว่าหรือเท่ากับ 55 ค่าดัชนีน้ำตาลปานกลาง : 56-69 ค่าดัชนีน้ำตาลสูง : 70 ขึ้นไป อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำจะถูกย่อยและปล่อยกลูโคส (Glucose) เข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้า ๆ และคงที่ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

เบาหวานขึ้นตา เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา  โดยเกิดจากการที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลสะสมในเลือดสูง จนลุกลามขึ้นมาที่ดวงตา ส่งผลให้ผู้ป่วยดวงตาพร่ามัว มองเห็นไม่ค่อยชัด เห็นภาพซ้อน บางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ เบาหวานขึ้นตา ให้มากขึ้นกันค่ะ เพราะโรคเบาหวานขึ้นตารู้ก่อน ป้องกันไว้ ก่อนสายเกินไปนะคะ ทำความรู้จักกับ โรคเบาหวานขึ้นตา เบาหวานขึ้นตา หรือโรคเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่ส่งผลกระทบต่อดวงตา เนื่องจากจอตาเรตินา (Retina) เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตามในระยะแรกอาจไม่พบอาการหรือมีปัญหาเกี่ยวกับด้านการมองเห็น ในกรณีถ้าหากมีอาการรุนแรงแล้วอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็น (ตาบอด) โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ได้ ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับดวงตามากยิ่งขึ้น สาเหตุของ โรคเบาหวานขึ้นตา โรคเบาหวานขึ้นตาเกิดจากสาเหตุที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลสูงเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงจอตาเรตินาเกิดการอุดตัน เมื่อเกิดการอุดตัน จึงส่งผลให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อทดแทนเส้นเลือดเดิม แต่เส้นเลือดใหม่เหล่านี้ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและสามารถรั่วไหลได้ง่าย โดยสาเหตุของการเกิด เบาหวานขึ้นตา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ เบาหวานขึ้นตาระยะแรก (Non-proliferative diabetic retinopathy; NPDR) ผนังหลอดเลือดบาง บางครั้งจะมีเลือดและน้ำรั่วไหลเข้าไปในจอตาเรตินา ในระยะยาวอาจส่งผลให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากเส้นเลือดเกิดการอุดตันมากขึ้น เบาหวานขึ้นตาระยะรุนแรง (Proliferative diabetic retinopathy; PDR) ระยะนี้อาจส่งผลให้ดวงตาของคุณเกิดต้อหินได้ เนื่องจากเส้นประสาทตาที่เชื่อมกับสมองถูกทำลาย […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อกลไกการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่รักษาหรือควบคุมอาการให้ดี หรือยิ่งหากคุณมีพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ก็จะยิ่งทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดมีปัญหา จนทำไปสู่ ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เหล่านี้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาดูภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน และวิธีการรับมือจากโรคดังกล่าวกันค่ะ ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ยิ่งคุณเป็นเบาหวานเป็นเวลานาน ความสามารถในการควบคุมน้ำตาลในเลือดของร่างกายก็จะยิ่งลดลง และความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น และหากปล่อยเอาไว้ไม่รักษา ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานก็จะรุนแรงขึ้น จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่พบได้บ่อย มีดังนี้ ภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลัน ภาวะคีโตซิส ภาวะคีโตซิส (Diabetic Ketoacidosis; DKA) คือ ภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งบางครั้งแค่การกินยาหรือฉีดยาอินซูลิน (Insulin) ก็ไม่สามารถช่วยให้หายเป็นปกติได้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และหากเป็นภาวะฉุกเฉิน อาจต้องเข้ารักษาในแผนกผู้ป่วยหนัก หรือไอซียู เพื่อให้น้ำเกลือและอินซูลินอย่างระมัดระวัง อย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง จึงจะพ้นจากภาวะนี้ได้ ภาวะเลือดมีความเข้มข้นสูงจากภาวะน้ำตาลในเลือดเกิน ภาวะเลือดมีความเข้มข้นสูงจากภาวะน้ำตาลในเลือดเกิน (Hyperosmolar Hyperglycaemic State; HHS) ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มักมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ หรือหากหยุดยาเบาหวานก็สามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนนี้จะมีอาการปัสสาวะผิดปกติ กระหายน้ำ […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

ความมั่นใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่น ๆ แต่หากเรามีกลิ่นปาก อาจทำให้ความมั่นใจหายวับไปกับตา ไม่กล้าเปิดปากพูดคุยกับใคร หรือเข้าใกล้ใครตลอดทั้งวัน ยิ่งกลิ่นปากแปลก เช่น กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ ยิ่งทำให้ขาดความมั่นใจเข้าไปใหญ่ ปัญหากลิ่นปากนั้นแก้ไขเบื้องต้นได้ง่าย ๆ  เพียงแค่คุณเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมระงับกลิ่นปาก ก็ช่วยขจัดกลิ่นปากไม่พึงประสงค์ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่หากรักษาความสะอาดในช่องปากดีแล้ว กลิ่นปากยังไม่หายไป นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังประสบปัญหาสุขภาพบางประการ หากมีกลิ่นปากแปลก ๆ เช่น กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นโรคเบาหวานก็เป็นได้ แต่จะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ กลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ เกี่ยวข้องกับเบาหวานยังไง โดยปกติแล้ว ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) มีหน้าที่ย่อยน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพื่อให้เซลล์สามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่คนที่เป็นโรคเบาหวาน ร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ หรือไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากกลูโคส และเริ่มดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน กระบวนการเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานนี้ เรียกว่าคีโตซิส (Ketosis) ผลพลอยได้จากการสลายไขมันเป็นพลังงานนี้คือ ตับจะปล่อยสารคีโตน (Ketone) เช่น อะซิโตน ออกมา อะซิโตน (Acetone) คือ คีโตนประเภทหนึ่ง มีกลิ่นคล้ายผลไม้ จัดเป็นสารประกอบหลักของน้ำยาล้างเล็บ หากใครมีกลิ่นปากคล้ายน้ำยาล้างเล็บ หรือกลิ่นคล้ายผลไม้หวาน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เมื่อกล่าวถึงโรคเบาหวาน ใครหลายคนมักจะต้องนึกถึงคนที่น้ำหนักตัวเยอะ หรือคนที่ประสบกับภาวะโรคอ้วน คนกลุ่มนั้นเท่านั้นแหละที่เสี่ยงเป็นเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่คนอ้วนทุกคนที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะทุกวันนี้คน ผอมก็เสี่ยงเบาหวาน ไม่แพ้กับคนอ้วนเลยทีเดียว แต่จะเสี่ยงอย่างไรนั้น เรามาหาคำตอบกับบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ น้ำหนักเท่าไหร่ที่บอกว่าคุณอ้วน หรือผอม หลายคนมักจะยึดถือเอาว่าน้ำหนักเท่านี้แปลว่าผอม น้ำหนักเท่านี้แปลว่าอ้วน หุ่นอย่างนี้สิคนผอม หุ่นแบบเธอนั่นแหละคนอ้วน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นเพียงสมมติฐานการตัดสินจากภายนอก โดยไร้ซึ่งหลักการคำนวณที่ถูกต้อง การคำนวณหาค่าเฉลี่ยในเรื่องของน้ำหนักที่ถูกต้องคือ ควรจะเป็นไปตามหลักการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI ซึ่งทั้งน้ำหนักและส่วนสูงต่างก็มีความสำคัญในการคำนวณ โดยสามารถคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายได้ด้วยวิธีนี้ BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง เช่น น้ำหนัก 56 กิโลกรัม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร แปลงหน่วยเป็นเมตรจะได้ 1.75 เมตร และจะได้สูตรออกมาดังนี้ 56 ÷ (1.75 x 1.75) = 18.30 ค่า BMI ของคนนี้จึงเท่ากับ 18.30  ผลของค่า BMI จะเป็นดังนี้ ค่า […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

การดูแลรักษาร่างกายของตัวเองขณะเป็นเบาหวาน อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะการที่จะต้องควบคุมการรับประทานอาหารอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาระดับของน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในการควบคุม หลายคนที่เป็นเบาหวาน อาจจะรู้สึกกังวลว่าตัวเองจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีพอ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับ วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยให้คุณควบคุม เบาหวาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาหารเสริม คืออะไร อาหารเสริม (Food Supplements) หมายถึงสารประกอบที่มีวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น สมุนไพร หรือวิตามินและอาหารเสริมในรูปแบบเม็ด เรามักจะรับประทานอาหารเสริมเพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารบางชนิด ที่ร่างกายของเราอาจจะต้องการเป็นพิเศษ รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเสริมแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานก็ควรที่จะใช้ยารักษาโรคเบาหวานตามปกติเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติอยู่เสมอ [hhg-quiz-placement] วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยในการควบคุม เบาหวาน วิตามินและอาหารเสริม ที่จะช่วยควบคุบเบาหวานมี ดังต่อไปนี้ โครเมียม (Chromium)  โครเมียมเป็นแร่ธาตุที่พบได้น้อย แต่จำเป็นสำหรับร่างกาย โครเมียมจะใช้ในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและมีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถนำน้ำตาลกลูโคสมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้วิตามิน สำหรับการรักษาโรคเบาหวานนั้นยังไม่มีผลที่ชัดเจนนัก การรับประทานอาหารเสริมนี้ในขนาดต่ำอาจจะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังต้องการงานวิจัยเพิ่มขึ้นที่จะชี้ชัดว่า การรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีภาวะขาดโครเมียมอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ การเสริมโครเมียมโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้ แมกนีเซียม (Magnesium) ผู้ที่มีปัญหากับเกี่ยวกับการหลั่งอินซูลิน และผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานประเภทที่ 2 นั้น มักจะมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดนักว่า การบริโภคอาหารเสริมแมกนีเซียมนั้นจะช่วยบรรเทาหรือลดปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ วิตามินบี 1 หรือไทอะมีน (Thiamine) คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมักจะมีภาวะขาดไทอะมีนด้วยเช่นกัน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

เบาหวาน (Diabetes) ถือเป็นอีกหนึ่งโรคเรื้อรัง ที่มีผู้ป่วยทั่วโลกหลายร้อยล้านราย และคร่าชีวิตประชากรโลกปีละกว่า 1.5 ล้านคน ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานปีละประมาณ 20,000 คน แถมยังมีแนวโน้มจะมีผู้ป่วยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีอีกด้วย เนื่องจาก กว่า 50% ของผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนี้ จึงไม่ได้เข้ารับรักษา หรือควบคุมโรคอย่างถูกวิธี เพื่อประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน เบื้องต้น ว่าตัวเองป่วยเป็น เบาหวาน หรือมี ความเสี่ยงเบาหวาน หรือไม่ Hello คุณหมอ จึงได้รวบรวมทิปส์ในการตรวจประเมินความเสี่ยงเบาหวานเบื้องต้น ทั้งที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และต้องเข้ารับการทดสอบในสถานพยาบาลมาฝากกัน การตรวจเพื่อประเมิน ความเสี่ยงเบาหวาน การตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี การตรวจฮีโมโกลบินเอวันซี (HbA1c หรือ Hemoglobin A1c) เรียกสั้น ๆ ว่า การตรวจเอวันซี (A1c) เป็นการตรวจค่าน้ำตาลสะสมในเลือดตลอดช่วงระยะเวลา 2- 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถใช้ประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน ทั้งโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งยังเป็นวิธีตรวจทดสอบหลักที่ใช้ในการจัดการกับ เบาหวาน และ ประเมินความเสี่ยงเบาหวานเบื้องต้นด้วย ฮีโมโกลบิน […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) เป็นโรคเบาหวานที่พบมากที่สุด โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 90-95% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 มีเพียง 5% ซึ่งสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและ พฤติกรรมเสี่ยงเบาหวาน หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็มีแนวโน้มว่าจะมีโรคอื่น ๆ ตามมา เนื่องจากโรคเบาหวานส่งผลต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น หัวใจ หลอดเลือด เส้นประสาท ดวงตา และไต ถ้าอวัยวะที่สำคัญเหล่านี้เกิดความผิดปกติ ก็จะมีโรคตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต ถ้าคุณไม่อยากเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างอาจช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ ทาง Hello คุณหมอ จึงขอชวนคุณมาสำรวจตนเองว่ามี พฤติกรรมเสี่ยงเบาหวาน กันบ้างหรือเปล่า พฤติกรรมเสี่ยงเบาหวาน มีอะไรบ้าง กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ งานวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ European Journal of Nutrition ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่างมากกว่า 20,000 คน ผลการวิจัยพบว่าการกินอาหารขยะ เช่น […]

x