โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวาน

OGTT คือ การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลของร่างกาย เพื่อคัดกรองภาวะก่อนเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes) วิธีนี้เป็นการทดสอบระดับความสามารถในการเผาผลาญน้ำตาลของร่างกาย หากพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ แสดงว่ามีความเสี่ยงในการเกิดภาวะก่อนเบาหวาน และโรคเบาหวาน การทดสอบวิธีนี้อาจช่วยให้คุณหมอสามารถวางแผนในการรักษาผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานและให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้อย่างเหมาะสม OGTT คือ อะไร OGTT หรือ Oral glucose tolerance test คือ การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล เป็นการวัดการตอบสนองต่อระดับน้ำตาลกลูโคสของร่างกาย เพื่อตรวจคัดกรองภาวะก่อนเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องงดรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการทดสอบอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เมื่อถึงเวลาทดสอบ คุณหมอจะเจาะเลือดหลังอดอาหาร แล้วให้ดื่มสารละลายกลูโคสเพื่อทดสอบความสามารถในการทนทานต่อน้ำตาลของร่างกาย จากนั้นจึงเจาะเลือดอีกครั้งเพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด หากสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด อาจเป็นสัญญาณว่าผู้เข้ารับการทดสอบเสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน หรือป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรทดสอบความทนทานต่อน้ำตาลเมื่อใด ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ อาจต้องเข้ารับการทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล หรือ OGTT มีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือเป็นโรคอ้วน มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง มีไตรกลีเซอไรด์สูง มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ คลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกเกิดเกิน 4 กิโลกรัม เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ วิธีทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล การทดสอบความทนทานต่อน้ำตาล สามารถทำได้ดังนี้ คนทั่วไป ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ OGTT จะต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ยกเว้นน้ำเปล่า […]

FAQs

โรคเบาหวานคืออะไร

Icon Chevron

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณไม่สามารถแปรรูปอาหารให้เป็นพลังงานได้อย่างถูกต้อง โดยปกติตับอ่อนจะผลิตอินซูลินเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายน้ำตาลกลูโคสจากในเลือดไปสู่เซลล์ แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ร่างกายจะไม่สามารถใช้อินซูลินได้เท่าที่ควร หรือไม่ผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้ "ระดับน้ำตาลในเลือดสูง"

โรคเบาหวานชนิดต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

Icon Chevron

โรคเบาหวานมีหลายชนิด เบาหวานชนิดที่ 1 หรือที่เรียกว่า โรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน หรือโรคเบาหวานในเด็ก เป็นหนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเองที่แอนติบอดีภายในร่างกายโจมตีตับอ่อน ทำให้ความสามารถในการผลิตอินซูลินลดลง เบาหวานชนิดที่ 2 ถือว่าเป็นโรคเบาหวานที่รุนแรงน้อยกว่าเบาหวานชนิดที่ 1 และมักเป็นผลจากการรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน โรคอ้วนมักเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน และทำให้อินซูลินที่ตับอ่อนผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ เนื่องจากน้ำตาลในเลือดนั้นสามารถส่งต่อจากแม่ไปสู่ลูกผ่านทางรก คุณแม่จึงควรควบคุมอาการของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ให้ดี เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี

ใครบ้างเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน

Icon Chevron

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าผู้อื่น - ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน - ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก - ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย - ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง - อายุ - ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS)

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ - โรคหัวใจ - ปัญหาเกี่ยวกับสายตาและการมองเห็น - ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับไต - โรคหลอดเลือดสมอง - ระบบประสาทเสียหาย - ปัญหาการได้ยิน - ปัญหาเกี่ยวกับเท้า

สัญญาณและอาการของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

คุณอาจเป็นโรคเบาหวาน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ - กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรือกระหายน้ำมากขึ้น - น้ำหนักลดอย่างกะทันหันและไม่ทราบสาเหตุ - ปัสสาวะบ่อย มีมดขึ้นปัสสาวะ - รู้สึกหิวอย่างรุนแรง - ตาพร่า หรือการมองเห็นบกพร่อง - รู้สึกอ่อนเพลียและหงุดหงิดเป็นประจำ - เป็นแผลบ่อย และแผลหายช้า

หัวข้อ โรคเบาหวาน เพิ่มเติม

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน โดยมี 7อาการเบาหวาน หลัก ๆ ได้แก่ ผิวแห้ง ตาพร่ามัว เหนื่อยล้า ปัสสาวะบ่อย ขาชา คลื่นไส้อาเจียน และน้ำหนักลดลงกะทันหัน หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจโรคเบาหวานและทำการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยควบคุมอาการและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย [embed-health-tool-bmi] 7อาการเบาหวาน มีอะไรบ้าง 7อาการเบาหวาน มีดังต่อไปนี้ ตาพร่ามัว เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ทำลายหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงจอตา ส่งผลให้เลนส์ในดวงตาบวม ตาพร่ามัว และอาจเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจก ต้อหิน และตาบอดได้ ปัสสาวะบ่อย ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจส่งผลให้ไตไม่สามารถกรองน้ำตาลส่วนเกินกลับคืนเข้าสู่กระแสเลือดได้หมด จึงถูกขับออกมาในรูปแบบปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย นอกจากนี้ การปัสสาวะบ่อยอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและกระหายน้ำมากอีกด้วย ผิวแห้ง เกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำเนื่องจากปัสสาวะบ่อยเกินไป ส่งผลให้ผิวแห้ง มีอาการคัน รวมถึงริมฝีปากแห้งร่วมด้วย เหนื่อยล้าง่าย โรคเบาหวานอาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน แล้วก่อให้เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรืออาจมีความอยากอาหารมากกว่าปกติ ขาชา เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทำให้หลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณเท้าเสียหาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดขา ขาช้า เท้าชา น้ำหนักลดลงกะทันหัน ปกติแล้วอินซูลินจะทำหน้าที่ดึงน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อให้ร่างกายใช้เป็นพลังงาน แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะมีอินซูลินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]

โรคเบาหวาน

ตับอ่อนอักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับอ่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดท้องส่วนบน ปวดรุนแรงเป็นเวลานาน มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว น้ำหนักลด คลื่นไส้และอาเจียน โดยตับอ่อนอักเสบอาจเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน เนื่องจากความผิดปกติของตับอ่อนอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินที่ใช้ในการเผาผลาญน้ำตาลในกระแสเลือด ซึ่งความผิดปกตินี้อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานได้ ตับอ่อนอักเสบ อาการ เป็นอย่างไร อาการของโรคตับอ่อนอักเสบที่ควรสังเกต อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้ อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลัน อาการปวดท้อง เกิดขึ้นบริเวณใต้ซี่โครง มักจะมีอาการปวดท้องเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ หรือเฉียบพลัน อาจเป็นเวลานานกว่า 2-3 ชั่วโมง หรืออาจอยู่ได้นานหลายวัน และอาการปวดจะรุนแรงขึ้นจนอาจลามไปถึงด้านหลังและช่องท้องส่วนบน จากนั้นอาการปวดท้องอาจรุนแรงขึ้น หรืออาการปวดเล็กน้อยที่กำเริบเมื่อรับประทานอาหารและอาการอาจค่อย ๆ แย่ลง อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการปวดท้องเกิดขึ้น ซึ่งอาการปวดท้องเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจากการอักเสบและระคายเคืองของตับอ่อนอย่างเฉียบพลันจนแสดงเป็นอาการปวดท้องออกมาก มีไข้ เป็นอาการตามปกติเบื้องต้นของโรคตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากร่างกายเกิดการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มและฮอร์โมนอาจทำงานผิดปกติจึงส่งผลให้มีไข้ขึ้น ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน โรคตับอ่อนอักเสบที่เกิดจากความผิดปกติของน้ำย่อยที่เริ่มทำงานตั้งแต่ในตับอ่อนอาจส่งผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบและเกิดเป็นอาการท้องอืด คลื่นไส้และอาเจียน หัวใจเต้นเร็ว เกิดจากหัวใจถูกกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งในกรณีของตับอ่อนอักเสบมักทำให้ร่างกายขาดน้ำมากซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดและอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเรื้อรัง อาการปวดท้องส่วนบนและอาการปวดท้องแย่ลงหลังรับประทานอาหาร เนื่องจากความผิดปกติของน้ำย่อยที่อาจส่งผลให้ตับอ่อนอักเสบ และอาจส่งผลต่อการย่อยอาหาร เมื่ออาหารไม่ย่อยหรือย่อยน้อยลงอาจทำให้ผู้ป่วยมีแก๊สในกระเพาะมากขึ้นและเกิดเป็นอาการปวดท้อง ท้องอืด […]

โรคเบาหวาน

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและใกล้เคียงปกติเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจช่วยชะลอโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้ หลายคนอาจมีคำถามว่า ระดับน้ำตาลในเลือด หรือ เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย โดยทั่วไป ระดับเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดที่อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายอยู่ที่ 180-200 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป และหากผู้ป่วยเบาหวานตรวจพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดหรือเบาหวานขึ้นสูงผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากร่างกายผลิตผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่ออินซูลินมีปัญหาจึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ โดยทั่วไป ในคนปกติที่ไม่เป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8-12 ชั่วโมงอยู่ที่ 70-90 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และจะมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงอยู่ที่ไม่เกิน 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เนื่องจากอินซูลินทำงานเป็นปกติ น้ำตาลจึงไม่สะสมและตกค้างอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่ส่งผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย ต่างจากผู้ป่วยเบาหวานที่อินซูลินทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่เป็นปกติได้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน และหากระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 180-200 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ถือว่าค่อนข้างอันตรายและสามารถส่งผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์เป้าหมายเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบเฉียบพลัน เช่น อาการช็อกเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ลดลงมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด […]

โรคเบาหวาน

อาการเบาหวานสูง หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมาย ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หากมีภาวะเบาหวานสูงติดต่อกันหลายเดือนหรือหลายปี อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยจึงควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ คือ  80-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนรับประทานอาหาร และต่ำกว่า 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง [embed-health-tool-bmi] โรคเบาหวานคืออะไร โรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นภาวะทางสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจเกิดจากร่างกายผลิตสารอินซูลิน (Insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอ หรืออินซูลินที่ผลิตออกมาไม่มีประสิทธิภาพ หรือบางครั้งร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เลย ส่งผลให้มีน้ำตาลสะสมอยู่ในเลือดมากเกินไป หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคปอด ภาวะเบาหวานขึ้นตา อาการเบาหวานสูง เป็นอย่างไร สัญญาณของ อาการเบาหวานสูง หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ในระยะเริ่มต้น อาจมีดังนี้ รู้สึกกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย สายตาพร่ามัว […]

โรคเบาหวาน

อินซูลินคืออะไร อินซูลิน คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตจากตับอ่อน มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการลำเลียงน้ำตาลไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน และนำน้ำตาลส่วนเกินไปไว้ที่ตับเพื่อเก็บเป็นพลังงานสำรอง หากร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อยกว่าความจำเป็น ระดับน้ำตาลจะเหลืออยู่ในเลือดสูงและทำให้เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับอินซูลินทดแทน ร่วมกับการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป ยิ่งค่าน้ำตาลในเลือดสูงมาก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ต่อสุขภาพได้ อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะเบาหวานขึ้นตา โรคไตจากเบาหวาน [embed-health-tool-bmi] อินซูลินคืออะไร อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากเบต้าเซลล์ (Beta Cell) ในตับอ่อน มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการลำเลียงน้ำตาลไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไปจนเกิดผลเสียต่อร่างกาย ทั้งนี้ หากน้ำตาลในเลือดมีมากเกินความต้องการของร่างกาย อินซูลินจะลำเลียงน้ำตาลส่วนเกินไปยังตับและสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจน (Glycogen) หรือพลังงานสำรอง นอกจากนี้ อินซูลินยังมีส่วนช่วยในการย่อยสลายไขมันหรือโปรตีน เพื่อใช้เป็นพลังงานแก่ร่างกายด้วย อินซูลิน กับโรคเบาหวาน เมื่อตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย น้ำตาลไม่ถูกลำเลียงไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ สูงขึ้น กระทั่งเกินกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็นโรคเบาหวาน โรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 4-7 ปี […]

โรคเบาหวาน

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นโดยตับอ่อน มีหน้าที่ในการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดให้กลายเป็นพลังงานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและการลุกลามของโรค รวมถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต ความเสียหายของเส้นประสาท อินซูลิน คืออะไร อินซูลิน คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง โดยตับอ่อนมีหน้าที่ควบคุมการผลิตอินซูลินเพื่อใช้ในการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน และเพื่อรักษาความสมดุลของน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป สำหรับในผู้ป่วยเบาหวานที่ร่างกายมีความผิดปกติเกี่ยวกับการผลิตฮอร์โมนอินซูลินหรือร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น คุณหมออาจให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการใช้อินซูลิน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย เพื่อใช้ในการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ประเภทของอินซูลิน อินซูลินแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยอาจแบ่งตามระยะเวลาในการออกฤทธิ์ ดังนี้ อินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Rapid-Acting Insulin) เป็นอินซูลินชนิดใส โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 15-30 นาที ออกฤทธิ์สูงสุดระหว่าง 30-90 นาที และออกฤทธิ์ได้นาน 3-5 ชั่วโมง มักใช้ฉีดก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที หรือหลังรับประทานอาหาร 15 นาที อินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้น (Regular or Short-Acting Insulin) เป็นอินซูลินชนิดใส โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาที […]

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือไม่สามารถดึงอินซูลินมาใช้เปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ทำให้น้ำตาลสะสมอยู่ในกระแสเลือดมาก จนส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 126-200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร นำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นประสาทเสียหาย ต้อกระจก ต้อหิน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น จึงควรเช็คเบาหวานด้วยตัวเอง โดยการสังเกตอาการของโรคเบาหวาน และตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ อีกทั้งยังควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน [embed-health-tool-bmi] ทำไมจึงควรเช็คเบาหวานด้วยตัวเอง การเช็คเบาหวานด้วยตัวเองอาจทำให้ทราบถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน เพื่อจะได้เข้ารับการรักษาโรคหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานอาจทำลายหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานขึ้นตา ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นสูงอาจทำลายหลอดเลือดในจอตา และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดต้อกระจก ต้อหิน และตาบอดได้ เส้นประสาทเสียหาย ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำลายผนังหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณขาที่ส่งผลให้รู้สึกเสียวซ่าและขา นิ้วเท้า นิ้วมือชา ภาวะซึมเศร้า ความเครียดและความวิตกกังวลถึงอาการป่วยของตนเองและการจัดการกับโรคเบาหวานอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า วิธีเช็คเบาหวานด้วยตัวเอง วิธีเช็คเบาหวานด้วยตัวเองอาจสามารถสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ ดังนี้ กระหายน้ำมาก หิวบ่อย น้ำหนักลดลงอย่างกะทันหัน เหนื่อยล้าง่าย แผลหายช้า การมองเป็นเปลี่ยนแปลง มองเห็นเป็นภาพซ้อน ปัสสาวะบ่อย นอกจากนี้งอาจใช้วิธีการตรวจระดับน้ำตาลด้วยเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด เพราะอาจช่วยติดตามค่าน้ำตาลในเลือด และอาจทำให้ทราบถึงผลของยารักษาเบาหวานและยาลดระดับน้ำตาลในเลือดว่าร่างกายผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาหรือไม่ วิธีตรวจระดับน้ำตาลในเลือด การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยชุดเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด สามารถทำได้ […]

โรคเบาหวาน

เบาหวาน เหงื่อออกมาก เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน อาจเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารรสเผ็ด อยู่ในพื้นที่ร้อนหรือมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบการขับเหงื่อในร่างกาย ทำให้มีเหงื่อออกตามผิวหนังในปริมาณมากเกินไป เบาหวาน เหงื่อออกมาก เกิดจากอะไร เบาหวานและอาการเหงื่อออกมาก เป็นภาวะที่ร่างกายขับเหงื่อออกมาปริมาณมากในระหว่างการรับประทานอาหารหรือหลังรับประทานอาหารทันที และอาจเกี่ยวข้องกับอากาศที่ร้อน อาหารรสเผ็ดหรือกลิ่นของอาหาร รวมถึงเกิดจากความผิดปกติของระบบการขับเหงื่อในร่างกาย ที่ขับเหงื่อออกมามากเกินไปโดยเฉพาะบริเวณลำคอและใบหน้า ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและอาจพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แม้อาการเหงื่อออกมากอาจไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่อาจก่อให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจ อาจทำให้เสียความมั่นใจและรู้สึกอับอาย จนส่งผลต่อการรับประทานอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน โดยอาจทำให้ผู้ป่วยมีความอยากอาหารลดลง รับประทานอาหารน้อยลงหรือไม่รับประทานอาหาร ซึ่งอาจส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและมีอาการแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาด้วยอินซูลินและยารักษาเบาหวานกลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ที่มีฤทธิ์ในการเผาผลาญและลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยอาการเหงื่อออกมากในผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ เหงื่อออกมากจากอุณหภูมิภายนอกและภายในร่างกาย เหงื่อออกมากจากการรับประทานอาหาร เหงื่อออกมากในตอนกลางคืน ซึ่งอาจเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำในตอนกลางคืน การรักษาอาจต้องพิจารณาถึงสาเหตุของอาการเหงื่ออกมากในข้างต้น เพื่อทำการรักษาตั้งแต่สาเหตุหลักร่วมกับการรักษาอาการเหงื่อออกมาก การรักษาเบาหวาน ที่ทำให้มีอาการเหงื่อออกมาก การรักษาอาการเหงื่อออกมากในผู้ป่วยเบาหวาน อาจทำได้ดังนี้ การรักษาด้วยยา ยาปิดกั้นเส้นประสาท เป็นยารับประทานที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาท ซึ่งช่วยลดอาการเหงื่อออกมากได้ในบางคน แต่อาจมีผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น ปากแห้ง ตาพร่ามัว ปัญหากระเพาะปัสสาวะ ยาหรือครีมระงับเหงื่อ เป็นยาที่ต้องได้รับการสั่งจ่ายจากคุณหมอ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียง เช่น ระคายเคืองผิวและดวงตา การฉีดโบท็อกซ์ เพื่อยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทที่ทำให้เหงื่อออกมาก ซึ่งการรักษามีผลลัพธ์ประมาณ 6-12 […]

โรคเบาหวาน

ปัสสาวะขุ่น อาจเกิดจากการติดเชื้อบริเวณทางเดินปัสสาวะโดยมีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น ปัญหาสุขภาพ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เนื่องจากภาวะไกลโคซูเรีย (Glycosuria) ซึ่งเป็นภาวะที่มีน้ำตาลในปัสสาวะ เกิดจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีและเกิดการติดเชื้อ จนทำให้มีปัสสาวะขุ่น โรคเบาหวาน คืออะไร โรคเบาหวาน คือ โรคที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสารอาหารให้กลายเป็นพลังงาน ซึ่งเป็นภาวะสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหิวบ่อย ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุและอ่อนเพลีย หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นเป็นเวลานานและไม่เข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานลงไต ตามัว ไตวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด ชาตามปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า สาเหตุของปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะขุ่นอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ พบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุอาจมีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น การทำงานของไตอาจลดลง ระบบภูมิคุ้มกันอาจอ่อนแอลง และฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปอาจส่งผลให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคอ้วน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก็อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้เช่นกัน ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอาจมีอาการ ดังนี้ ปวดท้อง รู้สึกแสบหรือปวดเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนหรือมีเลือดปน ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะขุ่น สัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน ปัสสาวะขุ่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานได้ เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง […]

โรคเบาหวาน

เบาหวาน อาการ หนัก เป็นโรคเบาหวานระยะรุนแรงที่ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง จึงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการต่าง ๆ เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ง่วงซึม สับสน มึนงง ปวดท้อง หายใจถี่ เห็นภาพหลอน สูญเสียการมองเห็น สุขภาพร่างกายอ่อนแอ รวมถึงอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลุกลามของโรคที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ อาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน อาการเริ่มต้นของโรคเบาหวานที่อาจพบได้บ่อย มีดังนี้ กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ หิวมาก ตาพร่ามัว มือหรือเท้ามีอาการชาหรือปวด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปากแห้ง ผิวแห้ง คันผิว ติดเชื้อได้ง่าย แผลหายช้า หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ รวมถึงตนเองหรือคนในครอบครัวมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ควรรีบเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพราะการทราบถึงอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้รักษาได้อย่างทันท่วงที และอาจช่วยป้องกันการลุกลามของโรคที่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ความเสียหายของเส้นประสาท โรคไต เบาหวานขึ้นตา เบาหวาน อาการ หนัก เป็นอย่างไร เบาหวานอาการหนักมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้ […]


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!