โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคเบาหวาน

เบาหวาน อาการ และวิธีการป้องกัน

เบาหวานเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ที่เกิดจากร่างกายจัดการอินซูลินและน้ำตาลได้ไม่ดี พอ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอินซูลินมีหน้าที่นำพาน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดที่ได้จากการรับประทานอาหาร เข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป และเมื่อป่วยเป็นโรค เบาหวาน อาการ ที่พบอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อย่างไรก็ตาม หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ไตเสียหาย จอประสาทตาเสื่อมได้ เบาหวาน คืออะไร เบาหวาน คือ โรคเรื้อรังที่จะวินิจฉัยเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ซึ่งเป็นผลจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง ระบบประสาทเสื่อม   เบาหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 1 พบได้บ่อยในวัยเด็ก เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ทำให้ตับอ่อนที่ทำหน้าที่ผลิตอินซูลินไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นำไปสู่ภาวะน้ำตาลสะสมในเลือดสูงขึ้น อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการหิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย และน้ำหนักลดได้ ข้อมูลจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย […]

FAQs

โรคเบาหวานคืออะไร

Icon Chevron

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณไม่สามารถแปรรูปอาหารให้เป็นพลังงานได้อย่างถูกต้อง โดยปกติตับอ่อนจะผลิตอินซูลินเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายน้ำตาลกลูโคสจากในเลือดไปสู่เซลล์ แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ร่างกายจะไม่สามารถใช้อินซูลินได้เท่าที่ควร หรือไม่ผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ ทำให้ "ระดับน้ำตาลในเลือดสูง"

โรคเบาหวานชนิดต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

Icon Chevron

โรคเบาหวานมีหลายชนิด เบาหวานชนิดที่ 1 หรือที่เรียกว่า โรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน หรือโรคเบาหวานในเด็ก เป็นหนึ่งในโรคแพ้ภูมิตัวเองที่แอนติบอดีภายในร่างกายโจมตีตับอ่อน ทำให้ความสามารถในการผลิตอินซูลินลดลง เบาหวานชนิดที่ 2 ถือว่าเป็นโรคเบาหวานที่รุนแรงน้อยกว่าเบาหวานชนิดที่ 1 และมักเป็นผลจากการรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน โรคอ้วนมักเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน และทำให้อินซูลินที่ตับอ่อนผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ เนื่องจากน้ำตาลในเลือดนั้นสามารถส่งต่อจากแม่ไปสู่ลูกผ่านทางรก คุณแม่จึงควรควบคุมอาการของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ให้ดี เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี

ใครบ้างเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน

Icon Chevron

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าผู้อื่น - ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน - ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก - ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย - ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง - อายุ - ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS)

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ - โรคหัวใจ - ปัญหาเกี่ยวกับสายตาและการมองเห็น - ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับไต - โรคหลอดเลือดสมอง - ระบบประสาทเสียหาย - ปัญหาการได้ยิน - ปัญหาเกี่ยวกับเท้า

สัญญาณและอาการของโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

Icon Chevron

คุณอาจเป็นโรคเบาหวาน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ - กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรือกระหายน้ำมากขึ้น - น้ำหนักลดอย่างกะทันหันและไม่ทราบสาเหตุ - ปัสสาวะบ่อย มีมดขึ้นปัสสาวะ - รู้สึกหิวอย่างรุนแรง - ตาพร่า หรือการมองเห็นบกพร่อง - รู้สึกอ่อนเพลียและหงุดหงิดเป็นประจำ - เป็นแผลบ่อย และแผลหายช้า

หัวข้อ โรคเบาหวาน เพิ่มเติม

โรคเบาหวาน

วิธี ทำให้ น้ำตาลสะสม ลด มีอะไรบ้าง

ระดับน้ำตาลสะสมในกระแสเลือด เป็นเครื่องชี้วัดทางสุขภาพที่สำคัญอย่างมาก โดยทั่วไปผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงปกติ จะมีระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แต่หากตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แสดงว่าเสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน และหากวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป แสดงว่าเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่เกณฑ์ใกล้เคียงปกติมากที่สุด วิธี ทำให้ น้ำตาลสะสม ลด และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำได้ด้วยการควบคุมปริมาณและชนิดของอาหารที่รับประทาน เลือกอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขยับร่างกายบ่อย ๆ เป็นต้น หรือในบางกรณีอาจต้องใช้ยาร่วมด้วยได้ [embed-health-tool-bmi] ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสม เกณฑ์ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสม มีดังนี้ ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคเบาหวาน ควรรมีะดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง น้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงอยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร แสดงว่ามีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) หรือเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนี้ ระดับน้ำตาลก่อนรับประทานอาหาร ควรอยู่ที่ 70-130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ระดับน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร น้อยกว่า […]

โรคเบาหวาน

เบาหวาน ใน เด็ก ต่างจากเบาหวานในผู้ใหญ่อย่างไร

เบาหวาน ใน เด็ก หมายถึง โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ที่พบในเด็ก ซึ่งอาจเกิดกับเด็กในช่วงอายุใดก็ได้ โดยเด็กที่ป่วยเป็นเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ โดย เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายไม่ผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งไม่สามารถป้องกันได้ ในขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง ทั้งนี้ อาจป้องกันได้ด้วยการส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ [embed-health-tool-bmr] เบาหวาน ใน เด็กเป็นอย่างไร เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งซึ่งผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกายบกพร่อง สำหรับเบาหวานในเด็กนั้นเป็นเบาหวานชนิดเดียวกับที่พบได้ในผู้ใหญ่ คือเบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เบตา เซลล์ (Beta Cells) ในตับอ่อนถูกทำลายจนไม่สามารถผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่งผลให้น้ำตาลที่ได้จากการบริโภคอาหารสะสมในเลือดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยทั่วไป เบาหวานชนิดที่ 1 มักพบมากในเด็กอายุระหว่าง 4-6 ปี และ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

แผลเบาหวาน เท้าดำ อันตรายหรือไม่ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

แผลเบาหวาน เท้าดำ เป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน มีสาเหตุจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไม่สามารถหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณปลายเท้าได้ตามปกติ ทำให้เท้ามีอาการดำคล้ำจากการขาดเลือด รวมทั้งเกิดแผลเบาหวานบริเวณเท้าได้ง่ายกว่าปกติ หากมีการติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้เนื้อตายเน่าและอาจทำให้ต้องตัดขาเพื่อป้องกันเชื้อลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ทั้งนี้ แผลเบาหวานและอาการเท้าดำ อาจป้องกันได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ตรวจดูสภาพเท้าอย่างสม่ำเสมอ และทำความสะอาดเท้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อหากเป็นแผลหรือมีรอยขีดข่วน [embed-health-tool-bmi] แผลเบาหวาน และอาการเท้าดำเกิดขึ้นได้อย่างไร แผลเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะผิวหนังและเนื้อเยื่อที่เสียหายทำให้เกิดแผลเปิดซึ่งมักหายช้าและมีอาการรุนแรงจนอาจเห็นลึกเข้าไปถึงกระดูก แผลเบาหวานมักเกิดขึ้นบริเวณใต้ฝ่าเท้า โดยมีสาเหตุมาจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังขาหรือเท้าได้น้อยกว่าปกติ เป็นสาเหตุให้เนื้อเยื่อบริเวณเท้าตาย และเมื่อเป็นแผล ผิวหนังรอบ ๆ บาดแผลมักกลายเป็นสีดำ หรือเท้าของผู้ป่วยเบาหวานกลายเป็นสีดำทั้งเท้าเนื่องจากการขาดเลือดมาหล่อเลี้ยง นอกจากนี้ เมื่อเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติโดยเฉพาะบริเวณปลายมือและเท้า ส่งผลให้แผลเบาหวานหายช้ากว่าแผลของคนทั่วไป เพราะออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ถูกส่งไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ไม่เพียงพอ เมื่อบาดแผลหายช้าจึงเพิ่มโอกาสติดเชื้อให้ผู้ป่วยเบาหวานได้ง่ายขึ้น และหากติดเชื้อในระดับรุนแรง มักทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเท้าตายและเท้ากลายเป็นสีดำได้เช่นเดียวกับการขาดเลือดมาหล่อเลี้ยง อีกสาเหตุหนึ่งของอาการเท้าดำในผู้ป่วยเบาหวาน คือ เส้นประสาทเสียหายจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเท้าชา จึงไม่รู้ตัวว่าเท้าเป็นแผลหรือมีรอยขีดข่วน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น วิธีรักษา แผลเบาหวาน เท้าดำ เมื่อไปที่สถานพยาบาล คุณหมออาจเลือกรักษาแผลเบาหวานและเท้าดำ ด้วยวิธีการและคำแนะนำต่อไปนี้ แผลเบาหวาน แนะนำให้ผู้ป่วยเดินเท่าที่จำเป็น ใช้รถเข็น หรือสวมใส่รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อลดแรงกดดันที่อาจเกิดกับเท้าขณะเคลื่อนไหว ซึ่งอาจทำให้แผลมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือติดเชื้อรุนแรงกว่าเดิม […]

โรคเบาหวาน

5 เมนูอาหารโรคเบาหวาน และวิธีควบคุมอาการเบาหวาน

เมนูอาหารโรคเบาหวาน ที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเน้นการรับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพราะอาจช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ป้องกันน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง และช่วยให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังควรลดการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน เพราะอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและเพิ่มความเสี่ยงทำให้อาการเบาหวานแย่ลง [embed-health-tool-bmi] 5 เมนูอาหารโรคเบาหวาน 5 เมนูอาหารโรคเบาหวาน มีดังนี้ 1. ผัดฟักทองใส่ไข่ เป็นเมนูอาหารโรคเบาหวานที่ใช้ความหวานจากฟักทองและไข่ไก่โดยไม่จำเป็นต้องปรุงรสชาติด้วยน้ำตาลเพิ่มเติม จึงรับประทานง่าย เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน วัตถุดิบ ฟักทอง 500 กรัม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ไข่ไก่ 3 ฟอง กระเทียมสับ 2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนชา อาจเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันดีและดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 1 ถ้วย วิธีทำ ตั้งกระทะและใส่น้ำมัน รอให้น้ำมันร้อน แล้วใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม จากนั้นใส่ฟักทองที่เตรียมไว้ลงไปผัด ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม และซีอิ๊วขาว เติมน้ำเปล่าลงไป 1 ถ้วย […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

แผลเบาหวาน ตัดขา เกิดจากอะไรได้บ้าง

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ไขมันสะสมในหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้หลอดเลือดตีบแคบหรืออุดตัน จนเลือดอาจไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงขาไม่ได้ตามปกติ เมื่อเกิดแผล แผลมักหายช้าจนมีโอกาสติดเชื้อและเสี่ยงเนื้อตายเน่ามากกว่าคนทั่วไป สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลเบาหวาน ตัดขา จึงอาจเป็นตัวเลือกสุดท้ายในการรักษา เพื่อป้องกันเนื้อตายเน่าลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง [embed-health-tool-bmi] เบาหวาน คืออะไร เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติจนตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่ดีนัก ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง หากไม่ดูแลตัวเอง น้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง เส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน แผลเบาหวาน ต้องตัดขา เพราะอะไร หากผู้ป่วยเบาหวานไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ไขมันจะสะสมในหลอดเลือดมากขึ้น ทำให้หลอดเลือดแคบลงหรืออุดตัน จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (Peripheral Arterial Disease) ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงขาหรือเท้าได้ไม่เพียงพอ เกิดอาการขาหรือเท้าชา อ่อนแรง หรือมีเนื้อตายเน่า จนต้องตัดขาหรือเท้าบางส่วนหรือทั้งหมดออก เพื่อป้องกันเนื้อตายเน่าลุกลาม ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตันจะทำให้บาดแผลของผู้ป่วยเบาหวานหายช้ากว่าปกติ เนื่องจากออกซิเจนและแร่ธาตุต่าง ๆ ในกระแสเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปรักษาบาดแผลได้ตามปกติ นอกจากนั้น เมื่อแผลหายช้าย่อมเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น จนนำไปสู่การติดเชื้อระดับรุนแรงซึ่งทำให้เนื้อตายเน่า และผู้ป่วยต้องถูกตัดขาหรือเท้าในที่สุด การรักษา แผลเบาหวาน แบบไม่ ตัดขา มีอะไรบ้าง นอกจากการตัดขาหรือเท้า หรือเนื้อตายเน่าบางส่วนออก การรักษาเนื้อตายเน่าอาจใช้วิธีอื่น ๆ […]

โรคเบาหวาน

FBS ค่าปกติ คือเท่าไร สัมพันธ์อย่างไรกับโรคเบาหวาน

FBS ย่อมาจาก Fasting Blood Sugar หมายถึงการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารไปแล้ว 8-12 ชั่วโมง ซึ่ง FBS ค่าปกติ หรือระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติควรต่ำกว่าหรือเท่ากับ 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากสูงกว่านั้น หมายถึง เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือกำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่ [embed-health-tool-bmr] น้ำตาลในเลือดกับโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป เพราะตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าความต้องการของร่างกายหรือเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินได้ตามปกติ ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบกพร่อง จนระดับน้ำตาลในเลือดสะสมสูงเกินเกณฑ์ปลอดภัยและกลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ดึงน้ำตาลในเลือดไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และนำน้ำตาลส่วนเกินไปสะสมไว้ที่ตับในรูปแบบของพลังงานสำรอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้สูงเกินไป หรือเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทั้งนี้ น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานของร่างกายที่ได้จากการบริโภคอาหารประเภทต่าง ๆ โดยการบริโภคอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอย่างแป้งและน้ำตาล จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูงได้มากกว่าการบริโภคอาหารกลุ่มอื่น ๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ปลายมือเท้าชา เบาหวานขึ้นตา โรคไต และควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ การตรวจ FBS คืออะไร การตรวจ FBS หมายถึง การเจาะตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร โดยมักทำตอนเช้าที่สถานพยาบาล หลังผู้ป่วยอดอาหารมาแล้วเป็นเวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบ FBS เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะสุขภาพต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เป็นการตรวจปกติสำหรับผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพโดยทั่วไป ผู้ที่เสี่ยงโรคเบาหวาน โดยตรวจว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ ในกรณีของผู้ที่มีอาการเข้าข่ายว่าอาจเป็นโรคเบาหวาน […]

โรคเบาหวาน

ifg คืออะไร มีอาการอย่างไร และควบคุมได้อย่างไรบ้าง

IFG (Impaired Fasting Glucose) คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่จัดว่าเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารระหว่าง 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานได้ IFG คืออะไร IFG คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่สามารถวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน หรืออาจเรียกว่าภาวะก่อนเบาหวาน ที่อาจมีสาเหตุมาจากระบบภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีเซลล์ผลิตฮอร์โมนอินซูลินในตับอ่อน และภาวะดื้ออินซูลิน รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูง และการไม่ออกกำลังกาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้อินซูลินไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ จังหวะหัวใจเต้นผิดปกติ คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน เส้นประสาทเสียหายที่ทำให้แขนขาชา ต้อกระจก ต้อหิน โรคไต และโรคไขมันพอกตับ การวินิจฉัย IFG คืออะไร การ วินิจฉัย IFG สามารถทำได้โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบ Fasting Blood Sugar ที่เป็นการตรวจเลือดหลังอดอาหารเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดแบบเจาะปลายนิ้วที่มีมาตรฐาน ซึ่งตัวเครื่องจะมีหน้าจอบอกค่าระดับน้ำตาล แถบทดสอบสำหรับหยดเลือด และชุดเข็มทางการเเพทย์สำหรับเจาะเลือดปลายนิ้ว วิธีตรวจระดับน้ำตาลในเลือด อาจทำได้ดังนี้ ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิท เปิดเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดและนำแถบทดสอบระดับน้ำตาลสอดเข้าเครื่องตรวจ […]

โรคเบาหวาน

Macrosomia คือ อะไร เกี่ยวข้องยังไงกับเบาหวานขณะตั้งครรภ์

Macrosomia คือ ภาวะทารกตัวโตหรือมีน้ำหนักตัวเกิน 4 กิโลกรัม ซึ่งหนึ่งในสาเหตุของภาวะทารกตัวโตเกิดจากการที่มารดาของทารกเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์  เนื่องจากฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่หลั่งจากรกออกฤทธิ์ต้านฮอร์โมนอินซูลินทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลบกพร่องจนระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ โดยภาวะทารกตัวโตมักทำให้คลอดแบบธรรมชาติลำบากและเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ช่องคลอดมารดาบาดเจ็บระหว่างคลอด ภาวะคลอดติดไหล่ การตกเลือดหลังคลอด ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบติดเชื้อ ดังนั้น หากคุณหมอคาดว่าผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดภาวะทารกตัวโต มักแนะนำให้ผ่าคลอด [embed-health-tool-due-date] Macrosomia คือ อะไร Macrosomia คือภาวะทารกตัวโต หรือการที่ทารกในครรภ์มีน้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัม ไม่ว่าในช่วงอายุครรภ์เท่าไรก็ตาม ขณะที่น้ำหนักโดยทั่วไปของทารกปกติจะอยู่ระหว่าง 2.5-4 กิโลกรัม ปัจจัยเสี่ยงของภาวะทารกตัวโตแบ่งออกเป็น ปัจจัยด้านพันธุกรรม และปัจจัยด้านภาวะสุขภาพของมารดา เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนฮิวแมน พลาเซนต้า แลกโตรเจน (Human Placental Lactogen หรือ HPL) ที่หลั่งจากรกออกฤทธิ์รบกวนการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดขณะตั้งครรภ์บกพร่อง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ งานวิจัยชิ้นหนึ่ง เรื่องเบาหวานขณะตั้งครรภ์และภาวะทารกตัวโต ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Nutrition and Metabolism ปี พ.ศ. 2558 […]

โรคเบาหวาน

ฉีดอินซูลิน อันตรายไหม ทำไมต้องฉีดอินซูลิน

ฉีดอินซูลิน อันตรายไหม อาจเป็นคำถามที่ผู้ป่วยเบาหวานสงสัย การฉีดอินซูลิน เป็นหนึ่งในวิธีควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานไม่ให้สูงเกินไป โดยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินสังเคราะห์เข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังบริเวณหน้าท้อง แขน หรือสะโพก เพื่อให้อินซูลินสังเคราะห์ทำหน้าที่แทนฮอร์โมนอินซูลินในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้ การฉีดอินซูลินถือว่าปลอดภัยหากปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุถึงอันตรายของการฉีดอินซูลิน เช่น เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรศึกษาประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้อินซูลิน [embed-health-tool-bmi] ฉีดอินซูลิน คืออะไร ใครบ้างที่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน อินซูลิน เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตจากตับอ่อน มีหน้าที่หลักในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือระหว่าง 70-99 มิลลิกรัม/เลือด 1 เดซิลิตร ด้วยการดึงน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน หรือนำน้ำตาลส่วนเกินไปสะสมไว้ที่ตับในรูปของพลังงานสำรอง หากตับอ่อนผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรือน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย จะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยาก และน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่การมีภาวะก่อนเบาหวานซึ่งหมายถึงผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือด 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นโรคเบาหวานซึ่งหมายถึงผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือด 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการรับประทานยาร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย วิธีฉีดอินซูลินทำได้โดยการใช้ปากกาซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะฉีดอินซูอินเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังบริเวณหน้าท้อง แขน หรือสะโพก เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะหากปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือสูงเป็นเวลานาน ผู้ป่วยเบาหวานจะยิ่งเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ […]

โรคเบาหวาน

นิโคติน คือ อะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับโรคเบาหวาน

นิโคติน คือ สารเคมีชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากพืชในกลุ่มยาสูบ พบได้ในบุหรี่ ซิการ์ ไปป์ ออกฤทธิ์ให้เกิดการเสพติดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลเสียต่อผู้ป่วยเบาหวานมากกว่าคนปกติ เนื่องจากนิโคตินจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้ลดการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จนเกิดการสะสมของน้ำตาลในเลือดให้เพิ่มสูงเกินเกณฑ์ปลอดภัย และควบคุมได้ยากขึ้น ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่มักเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไปประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ที่เลิกสูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่เลยเป็นเวลา 12 ปี อาจช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานให้เหลือเท่า ๆ กับคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ [embed-health-tool-bmi] นิโคติน คือ อะไร นิโคติน (Nicotine) เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่พบได้ในบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาสูบ ซิก้า ไปป์ โดยบุหรี่ 1 มวนมีสารชนิดนี้ประมาณ 10-12 มิลลิกรัม ผู้ที่สูบบุหรี่จะได้รับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายประมาณ 1.1-1.8 มิลลิกรัม ต่อการสูบบุหรี่ 1 มวน โดยนิโคตินเป็นสารเคมีที่ให้โทษต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปอดและปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับปอด ทำลายเซลล์สมองและเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคเสื่อมของระบบประสาท ก่อให้เกิดปัญหาเหงือกและฟัน รวมทั้งปัญหาสุขภาพช่องปาก ทำให้ความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหัวใจโดยเฉพาะโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ก่อให้เกิดการอักเสบภายในร่างกายได้ง่าย ก่อให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวาน นอกจากนั้น […]


คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!