home

โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพโดยรวมของร่างกายได้อย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน อัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภทต่าง ๆ ปัจจัยเสี่ยง และรักษาโรคเบาหวาน จึงมีความสำคัญเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไป

โรคเบาหวาน

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเบาหวาน จะมีอะไรบ้าง บทความนี้ Hello คุณหมอ นำคำถามและคำตอบโดยแบ่งเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่าย จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย  ถาม-ตอบ เรื่องควรรู้เกี่ยวกับเบาหวาน  คำถามที่พบได้บ่อย ๆ เกี่ยวกับ เบาหวาน มีดังต่อไปนี้ 1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ต่างกันอย่างไร โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แตกต่างกัน คือ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากเซลล์ตับอ่อนถูกทำลายจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ขาดอินซูลิน มักพบในเด็กและวัยรุ่น ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน หรือผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วน  2. ภาวะก่อน เบาหวาน (Prediabetes) คืออะไร ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงถึงขั้นถูกวินิจฉัยว่า เป็น เบาหวาน 3. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีอะไรบ้าง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีดังต่อไปนี้ อายุ ความดันโลหิตสูง ประวัติครอบครัว ภาวะอ้วน น้ำหนักเกินมาตรฐาน ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ 4. อาการของ เบาหวาน […]

หัวข้อ โรคเบาหวาน เพิ่มเติม

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานแบบโมโนเจนิก เป็นภาวะอีกประเภทหนึ่งในกลุ่มโรคเบาหวาน ที่อาจไม่เผยอาการใด ๆ ออกมา เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการตรวจพบโดยแพทย์ขณะรับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเป็นประจำ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่สุขภาพของคุณเองตั้งแต่เนิ่น ๆ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำความรู้จักกับโรคเบาหวานประเภทนี้ให้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กันค่ะ โรคเบาหวานแบบโมโนเจนิก (Monogenic Diabetes) คืออะไร? โรคเบาหวานแบบโมโนเจนิก (Monogenic Diabetes) คือ ภาวะที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนส์พันธุกรรมภายในครอบครัว และปัจจัยด้านสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน การพัฒนาจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1  โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นต้น โดยส่วนใหญ่มักพบโรคเบาหวานแบบโมโนเจนิกได้ตั้งแต่ช่วงวัยทารก จนถึงวัยเจริญพันธุ์อายุ 25 ปี แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะโรคเบาหวานแบบโมโนเจนิกนั้น สามารถรักษาได้เหมือนกับโรคเบาหวานทั่วไป แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์ เพราะจะทำให้คุณได้รับการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และปลอดภัยมากที่สุดนั่นเอง ปัจจัยเสี่ยงที่ควรตรวจหาโรคเบาหวานแบบโมโนเจนิก หากคุณเช็กตนเองแล้วพบว่าอยู่ในปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ก็อาจจะเหมาะสมอย่างมากที่จะได้รับการวินิจฉัย เพื่อรักษาโรคเบาหวานแบบโมโนเจนิกได้อย่างเท่าทัน บุคคลที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง สมาชิกในครอบครัวมีประวัติทางสุขภาพเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ผู้ที่มีประวัติสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน ภาวะอื่น ๆ ที่เกิดจากกลายพันธุ์ของยีน เช่น ซีสต์ในไต การรักษาโรคเบาหวานแบบโมโนเจนิก ก่อนเริ่มหาวิธีรักษา แพทย์อาจต้องให้คุณเข้ารับการวินิจฉัยด้วยการตรวจเลือด เพื่อวัดระดับกลูโคส และแอนติบอดี ที่สำคัญคุณควรแจ้งโรคประจำตัวอื่น […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

แอปเปิ้ล (Apple) เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ค่อนข้างมีรสชาติหวาน แต่ถึงแม้จะเป็นความหวานที่มาจากธรรมชาติเพียงใด บางครั้งก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อสภาวะสุขภาพบางอย่างได้ โดยเฉพาะกับโรคเบาหวาน วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาทุกคนมาร่วมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันว่า แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน จริงหรือไม่ และมีผลไม้ใดบ้างที่คุณสามารถเลือกรับประทานได้อย่างไร้กังวล มาฝากกัน แอปเปิ้ลเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือไม่ น้ำตาลเป็นสารให้ความหวานที่อยู่ภายในแอปเปิล ในรูปแบบของฟรุกโตส  (Fructose) ซึ่งจะสามารถเกิดขึ้นเองธรรมชาติ และแตกต่างจากน้ำตาลทั่วไปที่เรานำมาใช้ปรุงแต่งรสชาติทั้งในอาหาร หรือขนมต่าง ๆ จากข้อมูลใน American Journal of Clinical Nutrition ในปี พ.ศ. 2560 พบว่า การรับประทานฟรุกโตสแทนการได้รับกลูโคสเข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ดีกว่า ที่สำคัญแอปเปิ้ลยังมีเส้นใยอาหารถึง 4 กรัม ที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล เรียกได้ว่า เป็นการป้องกันการเพิ่มระดับน้ำตาล และอินซูลินได้เลยอย่างมากเลยทีเดียว โดยรวมแล้วการรับประทานแอปเปิลสำหรับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถรับประทานได้แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หรืออาจสลับรับประทานควบคู่กับผลไม้ และผักชนิดอื่น ๆ ตามความชอบ จากดัชนีการวัดระดับของน้ำตาล ตั้งแต่ 0-100 คะแนน ซึ่งแอปเปิ้ลถูกจัดอยู่ใน 36 คะแนน […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

หากใครที่กำลังเป็น โรคไตจากเบาหวาน หรือ เบาหวานลงไต สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่คุณควรตระหนักนั่นคือ การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำ 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่คุณควรนำไปปฏิบัติ มาฝากกันค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โรคไตจากเบาหวาน คืออะไร? โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) หรือภาวะที่คุณเข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ "เบาหวานลงไต" เรียกได้ว่าเป็นภาวะรุนแรงเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่สามารพบได้บ่อยถึง 25% ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตที่สูง รวมถึงหลอดเลือด และเซลล์ต่าง ๆ ในไตของคุณนั้นถูกทำลาย ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง ไม่สามารถที่จะกรองของเสียออกจากเลือดได้อีกต่อไป จนนำไปสู่ไตวายได้ในที่สุด ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตจากเบาหวาน เบาหวานลงไต นอกจากจะทำลายสุขภาพไตของคุณแล้ว ยังอาจสามารถนำพาโรคอื่น ๆ เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ เป็นต้น มาสู่คุณได้อีกด้วย ทางที่ดีคุณควรเร่งป้องกันตนเองให้พ้นจาก ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด การสูบบุหรี่เป็นประจำระยะยาว คอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้น […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และพันธุกรรม จนส่งผลอาจสามารถทำให้คุณมี ภาวะแทรกซ้อน อย่าง โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ตามมาได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย บทความนี้ Hello คุณหมอจึงนำสัญญาณเตือนที่คุณควรสังเกต พร้อมวิธีรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบเบื้องต้น มาฝากกัน โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ (Peripheral Artery Disease หรือ PAD) เป็นหนึ่งใน ภาวะแทรกซ้อน ที่เกิดขึ้นจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1  โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอ้วน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โดยมีสาเหตุมาจากไขมัน คอเลสเตอรอล เข้าไปสะสมเกาะอยู่บนผนังหลอดเลือดส่วนแขนและขา จนขัดขวางระบบการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง โดยส่วนใหญ่ โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบมักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประวัติเป็นโรคเบาหวานและมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือด 5 สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ อาจอยู่ในระดับปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง ดัวนั้น เพื่อเป็นการเช็กตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณอาจสังเกตได้จากอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เป็นตะคริวบ่อยครั้งบริเวณสะโพก ต้นขา […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนทางตาที่พบได้บ่อย หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที อาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงต้องดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ โรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน ให้มากขึ้นกัน ทำความรู้จัก ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวาน ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย เนื่องจาก ตับอ่อนผลิตอินซูลิน (Insulin) ไม่เพียงพอ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน ๆ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ภายในดวงตา เช่น จอประสาทตา เรตินา เลนส์ตา เป็นต้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง เช่น มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน สายตาพร่ามัว เนื่องจาก เลนส์แก้วตามีการขุ่นมัว อาการปวดตาอย่างรุนแรง เป็นต้น  สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ผู้ป่วยเบาหวานเป็นโรคต้อกระจก อาการต้อกระจกในระยะแรกจะไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยใน ผู้ป่วยเบาหวานเป็นโรคต้อกระจก มีดังต่อไปนี้ สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน เห็นภาพไม่ชัดเจน  เห็นแสงเป็นจุด ๆ สีดำลอยอยู่ในสายตา การมองเห็นสีอาจเปลี่ยนไปจากเดิม เห็นแสงไฟกระจายเป็นวงกลม  วิธีการรักษาต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการผ่าตัด ต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 15 นาที โดยแพทย์จะทำการกรีดตาเล็กน้อย […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 1

ในปัจจุบันสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อสูง และอาจมีอาการรุนแรงกว่าคนปกติ Hello คุณหมอ จึงมีคำแนะนำเมื่อ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ติดโควิด-19  มาฝากกันค่ะ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย หาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ติดโควิด-19  หาก ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการที่รุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ  จึงทำให้เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี รศ. พญ.พิมพ์ใจ อันทานนท์ จากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เผยว่า จากการศึกษาการวิจัย ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอาการรุนแรงจากตัวโรคโควิด-19 หรือรักษายากกว่าคนปกติทั่วไปถึง 2 เท่า ทั้งยังพบว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงถึงร้อยละ 7.3 เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเสียชีวิตโดยรวมเพียงร้อยละ 2.3  เคล็ดลับดูแลตนเอง ขณะเจ็บป่วยในช่วง สถานการณ์โควิด-19 สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในการดูแลตนเองที่บ้านขณะมีอาการเจ็บป่วยในช่วง สถานการณ์โควิด-19 ดังต่อไปนี้ ตรวจน้ำตาลที่ปลายนิ้ว และตรวจสารคีโตนในปัสสาวะ ทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากในขณะเจ็บป่วยอาจพบสารคีโตนในปัสสาวะได้ แม้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงหรือสูงเพียงเล็กน้อย ในกรณีจำเป็นต้องให้กลูโคสร่วมด้วย […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้มากเพื่อป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน โดยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว แล้วโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานจะมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามวันนี้เรามีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมาแบ่งปัน เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัวรับมือกับโรคต่าง ๆ ได้ทัน โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน มีอะไรบ้าง ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา (เบาหวานขึ้นตา) คนส่วนใหญ่ที่เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานจะมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่อาจทำให้การมองเห็นลดลงหรือตาบอดได้ ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลที่สูงเกินไปเป็นสาเหตุหลักของโรคจอประสาทตา ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมอยู่เสมอและเข้ารับการตรวจตากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาเท้าและผิวหนัง ผู้ป่วยที่เป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมีแนวโน้มในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับเท้าและผิวหนัง จึงควรดูแลเท้าและผิวหนังของคุณให้ดี หากมีบาดแผลหรือรอยแตกเกิดขึ้นก็ควรรักษาเพื่อให้แผลหายไว้ที่สุด เพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจที่ให้บาดแผลหรือรอยแตกลึกขึ้นและเกิดการติดเชื้อจนอาจนำไปสู่การตัดเท้าได้ ความเสียหายของเส้นเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายของหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดถูกจำกัดเพิ่มความเสี่ยงให้การเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น หัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานมีผลต่อหัวใจและหลอดเลือดที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ อาจนำไปสู่โรคหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต เกิดจากความเสียหายของหลอกเลือดเล็กในไตทำให้ไตมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จนล้มเหลวลงได้ โรคไตพบได้บ่อยในผู้ที่เป็นเบาหวานมากกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไต โรคระบบประสาท โรคเบาหวานอาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเสียหายเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น การย่อยอาหาร การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือเกิดความเสียหายกับเส้นประสาทส่วนปลายทำให้มีอาการเจ็บปวด เสียวซ่า หรืออาจเสียความรู้สึก ซึ่งการเสียความรู้สึกส่งผลร้ายแรงต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเนื่องจากหากเกิดการบาดเจ็บและนำไปสู่การติดเชื้อร้ายแรงโดยไม่รู้ตัวก็อาจทำให้ต้องรักษาด้วยการตัดแขน ขาได้ โรคเหงือก ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบของเหงือก หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมก็อาจทำให้เป็นสาเหตุของการสูญเสียฟันได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรเข้าตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำเพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดในช่องปาก และได้รับการรักษาอย่าทันท่วงที ปัญหาทางเพศหญิง ผู้ทีเป็นโรคเบาหวานมีความเสียหายของหลอดเลือดและเส้นประสาท ทำให้จำกัดปริมาณเลือดที่ไหลไปบริเวณอวัยวะเพศของคุณจนอาจทำให้เสียความรู้สึก หรืออาจมีแนวโน้มเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปัญหาทางเพศชาย ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศของคุณถูกจำกัดจนอาจทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypo) เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำกว่า 4 mmol/l […]

โรคเบาหวานชนิดที่ 2

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้องรังที่สามารถพัฒนาไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกมากมาย การรู้จักระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างตรงจุด วันนี้ Hello คุณหมอ มีระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มาบอกต่อเพื่อให้คุณรู้ก่อนและรับมือทัน ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้องรัง เกิดจากความบกพร่องของร่างกายที่เกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้ร่างการมีระดับน้ำตาลในเลือดที่มากเกินไป จนอาจนำไปสู่ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท ระยะของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถแบ่งได้กว้าง ๆ  4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน คือ เซลล์กล้ามเนื้อไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี และไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ เพื่อชดเชยตับอ่อนจะสร้างอินซูลินมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ระยะที่ 2 ภาวะก่อนเบาหวาน Prediabetes ภาวะก่อนเบาหวานคือร่างกายของคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงถึงระดับที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหารหรือเด็กที่เป็นโรค Prediabetes มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากคุณเป็นโรค Prediabetes แล้วลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอและควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้โรค Prediabetes ลุกลามไปเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

การตรวจเช็ค อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย เป็นสิ่งสำคัญ หากคนในครอบครัวของคุณเป็นโรคเบาหวานระยะสุดท้ายอาจมีแนวโน้มที่ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น แต่ถ้าคุณรู้จักอาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย และเตรียมความพร้อมรับมือก่อนก็สามารถที่จะอยู่กับคนที่เรารักได้นานยิ่งขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย มาแบ่งปันกันค่ะ พร้อมแล้วไปเช็คพร้อม ๆ กันเลย อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้าย อาการของโรคเบาหวานระยะสุดท้ายเกิดขึ้นได้เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากร่างกายดื้อต่ออินซูลินหรือไม่สามารถผลิตอินซูลินเองได้ น้ำตาลจึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานงานได้อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ กระหายน้ำมาก อาการนี้เกิดจากเนื้อเยื่อในร่างกายของคุณขาดน้ำ เนื่องจากระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ร่างกายของคุณจึงจำเป็นที่จะต้องดึงน้ำเพื่อมาเจือจางน้ำตาลในร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกหิวน้ำมากขึ้น หิวง่าย คุณอาจมีอาการหิวง่ายเนื่องจากร่างกายของคุณขาดอินซูลินในการย่อยสลายน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อเนื้อเยื่อของคุณขาดพลังงานจึงส่งผลให้คุณมีอาการหิวง่ายกว่าปกติ เหนื่อยล้าเพิ่มขึ้น น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย เมื่อร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานได้ จึงทำให้คุณเกิดอาการเหนื่อยล้ามากขึ้น ปัสสาวะในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง การดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้คุณปัสสาวะมากขึ้นเช่นกัน และร่างกายก็ต้องการที่จะขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ มีปัญหาเรื่องการมองเห็น ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติสามารถส่งผลต่อการมองเห็นได้ เนื่องจากของเหลวสามารถเคลื่อนเข้าสู่ท่อตา สามารถรักษาได้ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในปริมาณที่ปกติ อาการติดเชื้อที่ผิดปกติ โรคเบาหวานอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น และหากมีอาการที่ร้ายแรงมากขึ้นอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ตามมา อาการโรคเบาหวานระยะสุดท้ายที่บ่งบอกว่าอาการของคุณกำลังแย่ลง เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายอาจมีความไวต่อการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำร่วมด้วย และอาจแสดงอาการเหล่านี้ อาการเหงื่อออก ตัวสั่น หรือใจสั่น เกิดความวิตกกังวล มีอาการหงุดหงิดง่าย ผิวซีด ทั้งนี้แต่ละคนอาจแสดงอาการไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และการดูแลร่างกายของคุณด้วย การดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้าย ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานหลายสิบปี การดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากอาจมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวานได้ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม แต่สำหรับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายคุณควรให้ความสำคัญกับความสุข และความสะดวกสบายของผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายเป็นสำคัญมากกว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะการใกล้ชิดสามารถติดตามอาการที่อาจเป็นสัญญานเตือนของโรคเบาหวานระยะสุดท้าย นอกจากนี้การใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักย่อมเป็นการเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุด หากผู้ป่วยเบาหวานระยะสุดท้ายคือคนในครอบครัวของคุณ ควรดูแลเอาใจใส่และตรวจเช็ค […]

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน เป็นอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน แต่จะมีการแสดงอาการอย่างไร หรือหากคุณสูญเสียการได้ยินบางส่วนด้วยโรคเบาหวานเรามีวิธีป้องกันเพื่อให้อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบที่จะช่วยให้คุณรับมือกับ ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน กันค่ะ โรคเบาหวานส่งผลต่อการได้ยินอย่างไร หูเป็นอวัยวะที่บอบบางที่มีเส้นประสาทและหลอดเลือดมากมาย โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดต่าง ๆ ในร่างกาย หูจึงได้รับผลกระทบนั้นเช่นกัน เนื่องจากความไม่สมดุลของน้ำตาลในเลือดทำให้หลอดเลือดในหูชั้นในเสียหายส่งผลให้เกิดปัญหาการสูญเสียการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน โรคเบาหวานยังสามารถทำให้เกิดการสลายของเส้นประสามหูจนอาจทำให้เกิดความรู้สึก เสียวซ่า และชา บริเวณแขน ขา ปลายนิ้ว ได้เช่นกัน ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน แสดงอาการอย่างไร สัญญานที่บอกว่าคุณอาจสูญเสียการได้ยิน มีความยากลำบากในการสื่อสารกับคนมากกว่า 1 คน มีปัญหากับการทรงตัวในขณะที่คุณกำลังยืน บ่อยครั้งที่คุณจะต้องเพิ่มระเสียงโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือ เกิดปัญหาการได้ยินเสียงจากบริเวณรอบข้างของคุณ ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน ส่งผลอย่างไร ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวานส่งผลต่อการใช้ชีวิต เนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลกระทบในระยะยาวรวมถึงปัญหาการสูญเสียการได้ยิน และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาด้วย เช่น เพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ปัญหาการสูญเสียการได้ยินเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม เพราะสิ่งเร้าต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมรอบตัวเราจะส่งผลทำให้สมองแข็งแรง การแยกตัวออกจากสังคม เมื่อสูญเสียการได้ยินการสื่อสารกับคนรอบข้าง ครอบครัว อาจเกิดความลำบากหรือลดน้อยลง เนื่องจากจะต้องเพิ่มระดับเสียงในการพูดคุย และการสื่อความหมายเกิดความผิดพลาด ทำให้อาจเกิดการแยกตัวออกจากสังคมเนื่องจากมีความรู้สึกแตกต่าง จนอาจส่งผลไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ วิธีป้องกัน ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน แม้ว่าการสูญเสียการได้ยินจากประสาทสัมผัสจะเกิดขึ้นอย่างถาวร แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้การได้ยินที่เหลืออยู่ของเราแย่ลงได้ คือ ลดระดับเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันหูของคุณจากเสียงที่ดังมากเกินไป แต่ถ้าคุณจำเป็นที่จะต้องทำงานหรืออยู่ในบริเวณที่มีเสียงดังมากลองใช้หูฟังหรือที่อุดหูก็สามารถช่วยลดระดับเสียงที่กระทบต่อการได้ยินของคุณได้ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นวิธีที่ส่งผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน หากมีการควบคุมระดับน้ำให้เข้มงวดอย่างสม่ำเสมอก็อาจส่งผลดีต่อหูของคุณ รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังทุกส่วนของร่างกายยากขึ้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดของคุณให้ดียิ่งขึ้น และควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังที่เหมาะสมกับโรคของคุณ วิธีรักษา ปัญหาการได้ยินในผู้ป่วยเบาหวาน เครื่องช่วยฟังเป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อยที่สุด […]

x