ภาวะมีบุตรยาก หรือมีลูกยาก (Infertility) เป็นปัญหาสำคัญในคู่รักที่ต้องการสร้างครอบครัว ซึ่งอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ และหนึ่งในนั้นคือ “โรคอ้วน” เพราะไขมันส่วนเกินมีบทบาทต่อฮอร์โมน การตกไข่ คุณภาพอสุจิ และการทำงานของร่างกายโดยรวม เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน การอักเสบ บทความนี้จะมาแนะนำ 7 เคล็ดลับดูแลสุขภาพดี ๆ ที่อาจจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมีบุตรยากจากโรคอ้วนได้
ภาวะมีบุตรยาก คืออะไร
ภาวะมีบุตรยาก อาจพิจารณาจากเกณฑ์ ดังนี้ต่อไป
- ฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี หากมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือมีการวางแผนมีเพศสัมพันธ์ในช่วง วันไข่ตก โดยไม่ได้คุมกำเนิด ต่อเนื่อง ครบ 12 เดือน แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการประเมิน
- ฝ่ายหญิงอายุ 35-40 ปี หากมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยไม่ได้คุมกำเนิด ต่อเนื่อง ครบ 6 เดือน แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการประเมินเร็วขึ้น
- ฝ่ายหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินภาวะเจริญพันธุ์ตั้งแต่เริ่มวางแผนมีบุตร หรือโดยไม่ต้องรอให้พยายามครบตามระยะเวลา เพราะโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และการวางแผนเร็วอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาได้
ทำไมโรคอ้วนทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น
โรคอ้วนทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้นได้ เนื่องจากไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมในร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนและการอักเสบของร่างกาย
สำหรับผู้หญิง ไขมันที่มากขึ้นอาจส่งผลให้ฮอร์โมนเพศเสียสมดุล ส่งผลให้การตกไข่ผิดปกติ รอบเดือนมาไม่ปกติ อีกทั้งยังอาจส่งผลให้เกิดภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญการภาวะมีบุตรยาก
สำหรับผู้ชาย ภาวะอ้วนอาจส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) เสียสมดุล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสร้างอสุจิ ทำให้จำนวนหรือความแข็งแรงของอสุจิลดลง และอาจเพิ่มโอกาสการเกิดปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย
7 วิธีดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงมีบุตรยากจากโรคอ้วน
1) ตั้งเป้าลดน้ำหนักแบบ “พอดีและยั่งยืน”
อย่าคาดหวังให้น้ำหนักลดฮวบในเวลาสั้น ๆ แต่ให้ตั้งเป้าลดแบบต่อเนื่อง เพราะน้ำหนักที่ลดลงอย่างเหมาะสม มักช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาไม่ตกไข่ร่วมกับภาวะอ้วนมีอาการดีขึ้น
2) คุมอาหารเพื่อช่วยคุมอินซูลินและลดการอักเสบ
เน้นลดการบริโภคอาหารจำพวกคาร์บเชิงเดี่ยว อย่าง น้ำหวาน ขนมปัง แป้งขัดสี และเพิ่มปริมาณการบริโภคโปรตีนและผักในทุกมื้อ เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น ลดการกินจุบจิบ และช่วยให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น
3) ออกกำลังกายให้เหมาะสม
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที หลายวันต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอและเวท โดยคาร์ดิโอจะช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง ช่วยในการเผาผลาญ ส่วนเวทจะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ทำให้ลดน้ำหนักได้ยั่งยืนขึ้น
โดยควรเริ่มจากระดับที่ทำได้จริง เช่น เดินเร็ว และเล่นเวทง่าย ๆ ที่บ้าน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความยากขึ้น
4) นอนให้เพียงพอ และนอนให้เป็นเวลา
การนอนน้อยอาจส่งผลให้รู้สึกหิวมากขึ้น อยากกินของหวานมากขึ้นเพื่อมาเป็นพลังงานให้สมอง ทำให้ควบคุมอาหารได้ยากขึ้น อีกทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายไม่มีโอกาสได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมและส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้
5) จัดการความเครียดอย่างจริงจัง
ความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกิน การนอน และฮอร์โมนความเครียด ซึ่งอาจทำให้การควบคุมน้ำหนักยากขึ้น นอกจากนี้ สุขภาพจิตและความเครียดยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้
6) เลิกบุหรี่ และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพของอสุจิและสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ได้ อีกทั้งยังอาจทำให้การนอนและการควบคุมอาหารเสียสมดุลได้ง่ายอีกด้วย
7) ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจเช็กความแข็งแรงและความพร้อมของร่างกาย โดยควรตรวจหาโรคร่วมที่มักมากับโรคอ้วน เช่น น้ำตาลสูง ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพราะโรคร่วมเหล่านี้ทำให้การลดน้ำหนักยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ในอนาคตได้
หากปฏบัติตามข้อเหล่านี้แล้วยังคงมีปัญหา ควรเข้าพบคุณหมอเฉพาะทางเพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสม หรือคุณหมออาจจะแนะนำเทคโนโลยีที่ช่วยด้านการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF, หรือ ICSI
โรคอ้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจรบกวนฮอร์โมนและการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นก่อนเริ่มวางแผนลดน้ำหนักเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ แนะนำให้ประเมินภาพรวมของน้ำหนักด้วย ค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) เพื่อดูว่าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน และใช้เป็นข้อมูลตั้งเป้าหมายการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
[embed-health-tool-bmi]
อย่างไรก็ตาม BMI เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่สามารถใช้บ่งบอกได้ว่าร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อหรือสัดส่วนไขมันเท่าไหร่ หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพ ควรปรึกษาคุณหมอก่อนเริ่มปรับแผนการกินอย่างจริงจัง
อยากรับมือกับโรคอ้วนให้ดียิ่งขึ้น?
โรคอ้วนอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ นอกเหนือจากปัญหามีบุตรยาก ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีรับมือกับโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม




















