โลหิตจางจากการขาดโฟเลต (Folate Deficiency Anemia) คือการขาดกรดโฟลิคในเลือด ที่ช่วยร่างกายในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เมื่อมีปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ คุณก็จะเป็นโรคโลหิตจาง
โลหิตจางจากการขาดโฟเลต (Folate Deficiency Anemia) คือการขาดกรดโฟลิคในเลือด ที่ช่วยร่างกายในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เมื่อมีปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ คุณก็จะเป็นโรคโลหิตจาง

โลหิตจางจากการขาดโฟเลต (Folate Deficiency Anemia) คือการขาดกรดโฟลิคในเลือด กรดโฟลิคเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง ที่ช่วยร่างกายในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง หากคุณมีปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ คุณก็จะเป็นโรคโลหิตจาง
เซลล์เม็ดเลือดแดงจะลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ในร่างกาย หากคุณมีภาวะโลหิตจาง เลือดจะลำเลียงออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ได้ไม่เพียงพอ และเมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น
ระดับของกรดโฟลิคที่ต่ำยังสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงโตผิดปกติ (megaloblastic anemia) ซึ่งเป็นสภาวะที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ มีจำนวนน้อยกว่า และยังเป็นรูปทรงรีไม่ใช่วงกลม ในบางครั้งเซลล์เม็ดเลือดแดงเหล่านี้ยังมีชีวิตสั้นกว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงตามปกติ
คนส่วนใหญ่จะได้รับกรดโฟลิคจางอย่างเพียงพอจากอาหารที่รับประทาน แต่บางคนอาจจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือมีปัญหากับการดูดซึมสารอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ว่า คุณควรจะรับประทานวิตามินเสริมที่มีกรดโฟลิคหรือไม่ ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับกรดโฟลิคที่เพียงพอ อาจทำให้ทารกเกิดความบกพร่องแต่กำเนิดอย่างรุนแรง
โลหิตจางจากการขาดโฟเลตสามารถส่งผลกระทบได้กับคนทุกช่วงวัย สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์
อาการของภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลตมีดังต่อไปนี้
อาการโลหิตจางจากการขาดโฟเลตอาจดูเหมือนกับสภาวะเกี่ยวกับเลือด หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ควรไปหาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคทุกครั้ง
อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์
ถ้าคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับหมอ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
คุณสามารถเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต ในกรณีดังนี้
ทารกบางคนเกิดมาโดยไม่มีความสามารถในการดูดซึมกรดโฟลิค ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงโตผิดปกติ ที่มีเซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ และรูปร่างผิดปกติ การรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยป้องกันปัญหา เช่น ความสามารถในการใช้เหตุผลและการเรียนรู้ต่ำ
ปัจจัยเสี่ยงของภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลตมีมากมาย เช่น
ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและซักประวัติของคุณ และสอบถามความรู้สึกของคุณ นอกจากนี้แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดง และดูว่าร่างกายของคุณมีกรดโฟลิคเพียงพอหรือไม่ การทดสอบอาจมีดังต่อไปนี้
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบปริมาณของวิตามินบี 12 อีกด้วย บางคนมีที่ระดับของกรดโฟลิคน้อยเกินไป อาจจะมีระดับของวิตามินบี 12 น้อยด้วยเช่นกัน สภาวะทั้งสองนี้มีอาการที่คล้ายกัน
นอกจากนี้อาจต้องมีการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยแบเรียม เพื่อดูว่าปัญหาที่ระบบทางเดินอาหารนั้น เป็นสาเหตุหรือไม่ ที่ไม่ค่อยพบบ่อยก็คืออาจต้องมีการตรวจไขกระดูกอีกด้วย (bone marrow examination)
เป้าหมายคือการระบุและรักษาสาเหตุของอาการขาดโฟเลต แพทย์จะทำการเลือกวิธีการรักษาที่ดีที่สุด โดยขึ้นอยู่กับ
การรักษาอาจมีดังนี้
คุณอาจจำเป็นต้องรับกรดโฟลิคเสริมเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือน อาจเป็นแบบยาเม็ดหรือยาฉีด ควรรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงและลดการดื่มสุรา นอกจากนี้ปัญหาที่ระบบทางเดินอาหารยังสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ ดังนั้น แพทย์อาจจะรักษาที่อาการนี้ก่อน
รับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงเพื่อที่จะได้ไม่เกิดภาวะโลหิตจางอีกครั้ง อาหารเหล่านี้คือขนมปังและซีเรียลเสริมอาหาร ผลไม้ตระกูลส้ม และผักใบเขียวเข้ม
หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Folate-Deficiency Anemia. http://www.hopkinsmedicine.org/healthlibrary/conditions/hematology_and_blood_disorders/anemia_of_folate_deficiency_85,P00089/. Accessed Mar 19, 2017.
Folate-deficiency anemia. https://medlineplus.gov/ency/article/000551.htm. Accessed Mar 19, 2017.
Folic Acid Deficiency Anemia – Topic Overview. http://www.webmd.com/a-to-z-guides/tc/folic-acid-deficiency-anemia-topic-overview#1. Accessed Mar 19, 2017.
เวอร์ชันปัจจุบัน
11/09/2020
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
อัปเดตโดย: Nattrakamol Chotevichean
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
ทีม Hello คุณหมอ