เด็ก งอแง เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความหิว ความง่วง กินอาหารมากเกินไป ความเจ็บปวดทางกาย ความร้อน ความหนาวเย็น หรืออาจเกิดจากอาการโคลิค (Colic) หรือการร้องไห้ตอนกลางคืน ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิดถึง 3 เดือน ทำให้เด็กร้องไห้งอแงมากและอาจควบคุมได้ยาก การเข้าใจถึงสาเหตุและการดูแลให้เด็กรู้สึกสบายตัวมากที่สุดจึงอาจช่วยลดอาการงอแงได้
เด็ก งอแง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- ความหิว เป็นสาเหตุที่อาจพบบ่อยที่สุด เนื่องจากเด็กอาจสื่อสารได้เพียงการร้องไห้เพื่อแสดงความต้องการอาหาร แต่เมื่อได้รับอาหารอย่างเพียงพอเด็กก็หยุดงอแง
- ความง่วง ทำให้เด็กงอแงได้ เนื่องจากเด็กอาจกำลังสื่อสารให้ผู้ปกครองพาเข้านอนและจัดท่าทางให้อยู่ในท่าที่สบาย เช่น การอุ้ม การตีก้น การห่อตัว แล้วจึงค่อย ๆ หลับลง
- การกินอาหารมากเกินไป การป้อนอาหารบ่อยและมากเกินไปอาจทำให้เด็กอึดอัดท้อง มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัว
- การใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ อาจทำให้ทารกรู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป นอกจากนี้ การใช้ผ้าอ้อมที่ไม่สะอาดอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองจนเกิดอาการคันหรือแสบร้อนจนทำให้เด็กงอแงได้เช่นกัน
- ความเจ็บปวด ได้แก่ แผลในปาก อาการปวดหู ผื่นผ้าอ้อม แผลที่ปลายองคชาต อาจทำให้เด็กมีอาการเจ็บและงอแงมากขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการรักษา
- อาการโคลิก เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ถึง 3 เดือน เด็กมักจะร้องไห้ตอนกลางคืนอย่างหนักและใช้เวลานานกว่าจะหยุดร้องไห้ ทำให้พ่อแม่รู้สึกเครียดและวิตกกังวล ซึ่งอาการโคลิกจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจากเด็กอายุ 3-4 เดือนขึ้นไป
- คาเฟอีนในนมแม่ คุณแม่ที่ดื่มเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีคาเฟอีนเป็นประจำทุกวัน อาจต้องหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในขณะให้นมลูก เพราะอาจส่งผลต่อน้ำนมที่ลูกกิน ทำให้เด็กไม่ง่วงนอน ตื่นกลางดึกบ่อยและอาจทำให้งอแงมากขึ้น
วิธีที่อาจช่วยให้ลดอาการเด็กงอแง มีดังนี้