ความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หลายคนมองข้าม เพราะมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้ว่าค่าความดันของตัวเองสูงกว่าปกติ จนกว่าจะตรวจวัดความดัน หรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด หรือดวงตา
ความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หลายคนมองข้าม เพราะมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้ว่าค่าความดันของตัวเองสูงกว่าปกติ จนกว่าจะตรวจวัดความดัน หรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด หรือดวงตา

บทความนี้ จะพาทุกคนมารู้จัก สัญญาณเตือน “ความดันสูง” ที่ควรสังเกต เพื่อการรับมือได้อย่างทันท่วงที
ความดันโลหิต คือ แรงดันของเลือดที่เกิดจากการสูบฉีดของหัวใจไปยังหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยทั่วไปค่าความดันจะประกอบด้วย 2 ตัวเลข คือ ความดันตัวบน หรือค่าขณะหัวใจบีบตัว และความดันตัวล่าง หรือค่าขณะหัวใจคลายตัว เช่น 120/80 มม.ปรอท
ภาวะความดันโลหิตสูงมักหมายถึงการมีค่าความดันอยู่ในระดับสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยหลายแหล่งข้อมูลใช้เกณฑ์ประมาณ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไปเมื่อวัดโดยบุคลากรสุขภาพ หรือ 135/85 มม.ปรอทขึ้นไปเมื่อวัดที่บ้าน ทั้งนี้ การประเมินจริงควรพิจารณาจากการวัดซ้ำและคำแนะนำจากคุณหมอ
เหตุผลที่ความดันโลหิตสูงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะคนจำนวนมากไม่มีอาการ ทำให้ไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความเสี่ยง หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้ควบคุม อาจเพิ่มภาระต่อหลอดเลือด หัวใจ สมอง ไต และดวงตา รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่น ๆ

อาการปวดศีรษะรุนแรง โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นผิดปกติ ปวดมากกว่าที่เคยเป็น หรือเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียน หรือสับสน ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความดันที่สูงมาก
หากรู้สึกเวียนหัว โคลงเคลง หน้ามืด หรือไม่สดชื่นผิดปกติ โดยเฉพาะในคนที่มีความเสี่ยงหรือมีประวัติความดันสูง ควรตรวจวัดความดันเพื่อดูว่าค่าความดันอยู่ในระดับผิดปกติหรือไม่
ความดันสูงที่ควบคุมไม่ได้อาจส่งผลต่อหลอดเลือดบริเวณดวงตา อาการตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป จึงเป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะหรือเวียนหัว
อาการเจ็บหน้าอกเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะความดันสูงทำให้หัวใจและหลอดเลือดต้องรับภาระมากขึ้น หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกที่เป็น ๆ หาย ๆ หรือเจ็บร่วมกับหายใจลำบาก เหงื่อออก หรือหน้ามืด ควรขอความช่วยเหลือทันที
หากรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หายใจไม่สะดวก หรือหายใจไม่เต็มปอด แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก อาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจเช็ก โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับเจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือความดันที่สูงมาก
อาการหัวใจเต้นแรง เต้นเร็ว หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หากเกิดร่วมกับค่าความดันสูง เจ็บหน้าอก เวียนหัว หรือหายใจลำบาก ควรรีบประเมินอาการกับคุณหมอ
อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือสับสน โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ควรได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน
เลือดกำเดาไหลไม่ได้แปลว่าเป็นความดันสูงเสมอไป แต่อาจพบได้ในบางรายที่ความดันสูงมาก โดยเฉพาะหากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว หายใจลำบาก หรือใจสั่น ควรวัดความดันและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับมีค่าความดันสูง ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการรักษาในทันที
ควรรีบพบคุณหมอหรือขอความช่วยเหลือทันที หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวดศีรษะรุนแรงมาก เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ตาพร่ามัว สับสน ใจสั่นรุนแรง หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับอาการอื่น โดยเฉพาะหากวัดความดันได้สูงมากผิดปกติ เช่น ประมาณ 180/120 มม.ปรอทขึ้นไป เพราะอาจเป็นภาวะความดันสูงรุนแรงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน
สำหรับอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ไม่หายไป หรือมีอาการร่วม เช่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือหายใจสั้น ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาหัวใจที่ต้องได้รับกาารรักษาโดยเร็ว

การดูแลความดันโลหิตเริ่มได้จากการรู้ค่าความดันของตัวเอง ควรตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือผู้ที่เคยมีค่าความดันสูงมาก่อน หากวัดเองที่บ้าน ควรวัดในท่าที่ถูกต้อง นั่งพักก่อนวัด วางแขนให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ และหลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือขยับตัวระหว่างวัด
นอกจากนี้ การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันช่วยลดความเสี่ยงและช่วยควบคุมความดันได้ เช่น
ความดันโลหิตสูงเป็นภัยเงียบที่อาจไม่มีอาการชัดเจน แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ควบคุม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไต และดวงตา หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง เวียนหัว ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน สับสน หรือเลือดกำเดาไหล ควรวัดความดันและปรึกษาคุณหมอ โดยไม่ควรรอให้อาการรุนแรง
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
เวอร์ชันปัจจุบัน
12/05/2026
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
อัปเดตโดย: พลอย วงษ์วิไล
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
ทีม Hello คุณหมอ