สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

ฟิลิปส์เปิดตัว Transcend Plus ยกระดับอัลตราซาวด์หัวใจด้วยภาพ 2D–3D และ AI

Transcend Plus สำหรับเครื่องอัลตราซาวด์หัวใจรุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx มาพร้อมเทคโนโลยีปรับปรุงภาพและแอปพลิเคชัน AI ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการตรวจและประเมินโรคหัวใจ รอยัล ฟิลิปส์ เปิดตัว Transcend Plus เวอร์ชันใหม่สำหรับเครื่องอัลตราซาวด์หัวใจและหลอดเลือดรุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx โดยบริษัทระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มความคมชัดและรายละเอียดของภาพอัลตราซาวด์ทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติ พร้อมนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และระบบอัตโนมัติมาช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการด้านการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความซับซ้อนในการตรวจรักษา จำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้น และข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์ โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นความท้าทายของระบบสุขภาพไทย ประเทศไทยมีแนวโน้มพบปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง และกลุ่มอาการเมตาบอลิก ประกอบกับการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งอาจทำให้ความต้องการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้นในอนาคต ตามข้อมูลที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ ผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 พบว่า คนไทยร้อยละ 29.5 มีภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 45 เป็นโรคอ้วน ร้อยละ 20 มีภาวะไขมันในเลือดสูง และร้อยละ 28 […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เสริมภูมิคุ้มกัน สำหรับวัยทำงาน ดูแลร่างกายให้พร้อมในทุกวัน

คนวัยทำงานจำนวนไม่น้อยต้องเจอกับพฤติกรรมที่บั่นทอนสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ทั้งการนอนดึก พักผ่อนไม่พอ ความเครียดสะสม กินอาหารไม่เป็นเวลา อยู่ในห้องแอร์ตลอดวัน หรือเดินทางบ่อย จนทำให้รู้สึกอ่อนล้า ป่วยง่าย และฟื้นตัวช้ากว่าเดิม หนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการใช้ชีวิตประจำวันก็คือ “ภูมิคุ้มกัน” เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรง ระบบป้องกันของร่างกายก็จะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยและทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเสริมภูมิคุ้มกันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่วัยทำงานควรเริ่มดูแลอย่างสม่ำเสมอ ทำไมคนทำงานจึงควรใส่ใจเรื่องภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันคือระบบป้องกันของร่างกาย ที่ช่วยรับมือกับเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอม และความผิดปกติบางอย่างภายในร่างกาย หากระบบนี้ทำงานได้ดี ร่างกายก็จะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยลงและฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่ถ้าภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็อาจทำให้ป่วยง่ายกว่าปกติ สำหรับคนวัยทำงาน พฤติกรรมหลายอย่างในชีวิตประจำวันอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอลงได้ เช่น นอนน้อย เครียดสะสม กินอาหารไม่สมดุล ไม่ค่อยออกกำลังกาย สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ป่วยบ่อยเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เหนื่อยง่าย ล้า ฟื้นตัวช้า สมาธิลดลง และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หลายคนอาจเรียกว่า “ภูมิตก” แต่จริง ๆ แล้ว เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังรับมือกับการใช้ชีวิตหนัก ๆ ได้ไม่ดีเท่าเดิม ดังนั้น เรื่องภูมิคุ้มกันจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับวัยทำงาน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังงาน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน การเริ่มดูแลตัวเองเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายพร้อมทั้งสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน เช็กลิสต์ดูแลภูมิคุ้มกัน สำหรับคนวัยทำงาน การดูแลภูมิคุ้มกันเริ่มได้จากกิจวัตรพื้นฐานที่ทำได้จริงทุกวัน ดังนี้ พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้พอ และพยายามเข้านอนให้เป็นเวลา […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จัก "ปลูกฝี" สำคัญยังไง ยังจำเป็นอยู่ไหม

การปลูกฝีเคยเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โรคฝีดาษ (Smallpox) เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์ วัคซีนป้องกันฝีดาษซึ่งเริ่มต้นจากการปลูกฝี ไม่เพียงช่วยลดการเสียชีวิตนับล้านคนทั่วโลก แต่ยังนำไปสู่การประกาศกำจัดโรคฝีดาษอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2523  อย่างไรก็ตาม ความทรงจำเกี่ยวกับการปลูกฝีเริ่มจางหายไปเมื่อวัคซีนนี้ไม่ได้เป็นที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน บทความนี้จะพาผู้อ่านย้อนรอยความสำคัญของการปลูกฝีในอดีต และพิจารณาว่าการปลูกฝียังมีความจำเป็นในยุคสมัยใหม่หรือไม่ [embed-health-tool-vaccination-tool] ปลูกฝี ในอดีตเป็นอย่างไร? การปลูกฝีเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1796 โดย ดร.เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ ผู้ค้นพบว่าวัคซีนจาก Cowpox สามารถป้องกันโรคฝีดาษได้ ทำให้เกิดการพัฒนาวัคซีนที่ใช้ทั่วโลกเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางในช่วงศตวรรษที่ 20 จนนำไปสู่การประกาศว่าฝีดาษถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์ในปี 1980 สำหรับประเทศไทย การปลูกฝีเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมักทิ้งรอยแผลเป็นเล็ก ๆ บริเวณหัวไหล่ หลังจากการกำจัดโรคฝีดาษอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2523 การปลูกฝีก็หยุดลง แต่กลับมาเป็นประเด็นที่น่าสนใจอีกครั้งในยุคที่โรคฝีดาษลิงระบาด โดยวัคซีนที่พัฒนาจากวัคซีน Smallpox เช่น JYNNEOS กำลังถูกศึกษาเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่นี้ โรคฝีดาษลิงคืออะไร โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากไวรัสในตระกูล Orthopoxvirus ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคฝีดาษ (Smallpox) แม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่โรคฝีดาษลิงมีอาการรุนแรงน้อยกว่าและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่า โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อ ไวรัส Monkeypox ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในลิงในปี ค.ศ. 1958 และตรวจพบในมนุษย์ครั้งแรกในปี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เช็กด่วน! วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำทุกปี มีอะไรบ้าง

การฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีมีความสำคัญในการช่วยป้องกันโรคที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย และลดความรุนแรงของโรค ซึ่งนอกจากจะช่วยปกป้องตัวเองแล้วยังสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในสังคมได้อีกด้วย บทความนี้จะมาแนะนำ เช็กลิสต์ วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำในแต่ละปี รวมไปถึงวัคซีนกระตุ้นที่ควรได้รับ [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีนที่ควรฉีด เป็นประจำทุกปี มีอะไรบ้าง 1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไวรัสทุกปี วัคซีนจึงได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้น ๆ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ คือช่วงก่อนฤดูฝนและฤดูหนาว การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการ อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่ระบาดในชุมชนได้อีกด้วย กำหนดการรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ ฉีดปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี กลุ่มเป้าหมายที่ควรฉีด เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคปอด หญิงตั้งครรภ์ บุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาล 2. วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) วัคซีน MMR เป็นชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ ช่วยป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือไม่แน่ใจว่าตัวเองได้รับวัคซีนมาก่อน กำหนดการรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ 2 เข็ม สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับ หรือไม่ทราบประวัติการได้รับวัคซีน (ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์) กลุ่มเป้าหมายที่ควรฉีด ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน MMR […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อสงสัย วัคซีนคืออะไร? อันตรายจริงไหม?

วัคซีน คือ สารที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค โดยเลียนแบบการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสามารถจดจำและป้องกันโรคนั้นได้ในอนาคต โดยไม่ต้องป่วยก่อน วัคซีนถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุด ช่วยลดอัตราการตายและโรคภัยไข้เจ็บทั่วโลก แต่หลายคนยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยว่าวัคซีนอันตรายจริงหรือไม่ พร้อมอธิบายความเข้าใจผิด ๆ ที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับวัคซีน [embed-health-tool-vaccination-tool] วัคซีนคืออะไร และทำงานอย่างไร วัคซีน คือสารที่นำเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการตอบสนอง โดยเลียนแบบการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสามารถจดจำเชื้อโรคและสร้างแอนติบอดีขึ้นมาป้องกันตนเองในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องป่วยเป็นโรคนั้นมาก่อน เพื่อช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคเมื่อมีการติดเชื้อจริง วัคซีน แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้ วัคซีนชนิดเชื้อตาย ใช้เชื้อโรคที่ตายแล้วเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน วัคซีนชนิดเชื้อเป็น ใช้เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนแรงหรือหมดฤทธิ์จนไม่สามารถก่อโรคได้ แต่ยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ วัคซีนที่ผลิตจากพิษของเชื้อโรค ใช้พิษของเชื้อโรคที่ถูกทำให้หมดฤทธิ์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน วัคซีนอันตรายจริงไหม แม้ว่าการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคจะเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายใจปัจจุบัน แต่หลายคนก็อาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฉีดวัคซีน คิดว่าวัคซีนอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย จริง ๆ แล้ว วัคซีนไม่อันตรายหากใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันล้วนผ่านการทดสอบและการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก่อนนำมาใช้งานจริง แม้ว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงนั้นจะไม่รุนแรง และมักหายไปภายในไม่กี่วัน ในขณะที่ผลข้างเคียงรุนแรงนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก และมักเกี่ยวข้องกับการแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน มีดังนี้ ปวด แดง คัน บวม หรือแสบบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ อาการเหล่านี้มักจะไม่รุนแรง และหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการแพ้ที่รุนแรงหลังจากรับวัคซีนได้ ดังนี้ หายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เช็ก! ตารางวัคซีน ตามช่วงอายุ อายุเท่าไหร่ควรฉีดวัคซีนอะไร?

การฉีดวัคซีน เป็นวิธีในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เพื่อช่วยในการป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละประเทศก็อาจจะมีแผนงานการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่าวัคซีนอะไร ควรฉีดเมื่อไหร่ ลองเช็กได้ใน ตารางวัคซีน ตามช่วงอายุ ในบทความนี้ [embed-health-tool-vaccination-tool] ตารางวัคซีน ตามช่วงอายุ ตารางวัคซีนเด็ก แรกเกิด วัคซีนป้องกันตับอักเสบ B (HB1): ควรให้เข็มแรกภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG): ฉีดก่อนจะออกจากโรงพยาบาล 1 เดือน วัคซีนป้องกันตับอักเสบ B (HB2): เฉพาะสำหรับทารกที่คลอดจากแม่ที่มีพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 2 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib1): เข็มที่ 1 วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV1): วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เข็มที่ 1 วัคซีนโรต้า (Rota1): วัคซีนโรต้า เข็มที่ 1 4 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-ฮิบ (DTP-HB-Hib2): เข็มที่ 2 วัคซีนป้องกันโปลิโอ (IPV2): วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เข็มที่ 2 วัคซีนโรต้า (Rota2): วัคซีนโรต้า เข็มที่ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

โรคไวรัสตับอักเสบบี คือโรคอะไร ใครควรได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี และอี โดยไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เป็นชนิดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรง มีเพียงยาที่ช่วยไม่ให้ตับถูกทำลาย โรคไวรัสตับอักเสบบี จึงเป็นโรคที่ควรตรวจคัดกรองเพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว และป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี  [embed-health-tool-vaccination-tool] โรคไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับอักเสบชนิดหนึ่ง หรือเกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับ สาเหตุจากการ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) อาจทำให้เซลล์ตับตาย ความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบ บี เมื่อเป็นเรื้อรังจะเกิดพังผืด อาจกลายเป็นตับแข็ง นำสู่โรคมะเร็งตับได้  การติดต่อของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  ส่วนใหญ่การติดต่อของโรคเกิดจากการถ่ายทอดจากแม่ที่ติดเชื้อสู่ทารก ไม่ติดต่อผ่านทางการสัมผัสภายนอก ไม่ติดต่อหลักทางน้ำลาย แต่ติดต่อได้ ดังนี้ สามารถเกิดได้จากการเจาะหรือสักผิวหนัง ด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน เชื้อเข้าทางบาดแผล หรือการใช้ยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน  สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสตับอักเสบบีจะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะใช้เวลาฟักตัว 2-3 เดือน จึงเริ่มมีอาการ เช่น เกิดการอ่อนเพลียคล้ายกับโรคหวัด คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่นใต้ชายโครงขวาจากตับโต  สีปัสสาวะเข้มขึ้น […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

วัคซีนบาดทะยัก ผู้ใหญ่ กี่เข็ม และเมื่อไหร่ถึงควรฉีด

เมื่อเกิดแผลบนร่างกายจนเลือดออก หลายคนจะนึกถึง โรคบาดทะยัก โดยเฉพาะตอนที่ถูกของมีคมซึ่งขึ้นสนิมบาดร่างกาย จริง ๆ แล้วโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ป้องกันได้หรือไม่ วัคซีนบาดทะยัก เมื่อฉีดให้ผู้ใหญ่ ต้องฉีดวัคซีนกี่เข็ม  [embed-health-tool-bmi] โรคบาดทะยัก คืออะไร โรคบาดทะยัก (Tetanus) จัดว่าเป็นโรคติดเชื้อที่อยู่ในกลุ่มของโรคทางประสาทและกล้ามเนื้อ สาเหตุของโรคบาดทะยัก เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Clostidium tetani ซึ่งเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะผลิต Exotoxin มีพิษต่อเส้นประสาทซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ เกิดเป็นอาการหดเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลา อาการเริ่มแรกของโรคบาดทะยัก กล้ามเนื้อขากรรไกรจะเกร็ง จนอ้าปากไม่ได้ โรคบาดทะยัก จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า โรคขากรรไกรแข็ง (Lockjaw) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคอแข็ง หลังแข็ง จากนั้นจะเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วทั้งตัว และเสี่ยงต่ออาการชัก เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในรูปแบบของสปอร์ พบได้ในดินตามพื้นหญ้า ในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยมูลสัตว์ และพบได้ในลำไส้ของคนและสัตว์ โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล แบ่งตัวและขับ Exotoxin ออกมา โดยเฉพาะในแผลลึกที่เชื้อจะเจริญแบ่งตัวได้ดี  เช่น  บาดแผลจากตะปูตำ  แผลไฟไหม้  แผลจากน้ำร้อนลวก  เกิดผิวหนังถลอกเป็นบริเวณกว้าง  เกิดบาดแผลในปาก ฟันผุ  เชื้อแบคทีเรียเข้าทางหูที่อักเสบ จากการใช้เศษไม้หรือต้นหญ้าที่มีเชื้อ มาแคะฟันหรือแยงในใบหู อาการของโรคบาดทะยัก ระยะจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีอาการขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ มีอาการคอแข็ง  หลังจากอาการแรก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตก ร้อนจัด ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

อากาศในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้บ่อย ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงส่งผลให้โรคหลายชนิดแพร่ระบาดง่ายและรวดเร็ว การดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังต้องระมัดระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่ออากาศเปลี่ยน [embed-health-tool-heart-rate] อากาศเปลี่ยนแปลงส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ อากาศมักจะเปลี่ยนแปลงจากร้อนมากไปอากาศหนาว หรือมีฝนตกแบบฉับพลัน อาจมีหลายสภาพอากาศในหนึ่งวันสำหรับบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเวลาเช้าตรู่และพลบค่ำ เช่น ช่วงเวลากลางวัน อากาศร้อนอบอ้าว แต่เมื่อฝนตกอากาศเย็นและเปียกชื้น หากร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม และหัด  โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษและอุจจาระร่วง  โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด  โรคจากความร้อน โรคติดต่อนำโดยแมลง เช่น โรคมาลาเรีย และโรคไข้เลือดออก วิธีดูแลสุขภาพแต่ละช่วงวัย ในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ต้องระมัดระวังสุขภาพมากเป็นพิเศษในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยมีข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพ ดังนี้ กลุ่มทารก : ทารกควรกินนมแม่เป็นประจำ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดยเฉพาะทารกแรกเกิด-6 เดือน  กลุ่มเด็กเล็ก : เด็กเล็กสามารถกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนอายุครบ 2 ปี เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน : ควรรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัย เลือกอาหารที่มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ พยายามลดความเครียดลง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันโรคในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงได้ กลุ่มผู้สูงอายุ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

นวด เพื่อสุขภาพ ข้อดีของการนวด ผ่อนคลายร่างกาย

นวด เป็นทางแพทย์ทางเลือกที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ รู้สึกผ่อนคลาย ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม การนวดอาจไม่ได้เหมาะสมสำหรับทุกคน ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับการนวด [embed-health-tool-bmr] ประเภทของการนวด การนวดนั้นแบ่งออกได้หลายประเภท วัตถุประสงค์ของการนวดมีตั้งแต่นวดเพื่อผ่อนคลาย นวดเพื่อแก้อาการ นวดรักษาโรค และนวดเพื่อบำรุงผิวพรรณ ดีต่อสุขภาพความงาม เช่น  นวดแผนไทยหรือนวดแผนโบราณ นวดประคบสมุนไพร นวดน้ำมันอโรมา นวดรีดเส้น นวดเท้า นวดแก้อาการต่าง ๆ เช่น นวดกดจุด และนวดบริเวณคอบ่าไหล่เพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม นวดเฉพาะกลุ่ม เช่น นวดแม่ตั้งครรภ์ นวดโดยใช้อุปกรณ์ เช่น นวดหินร้อน  หากแบ่งออกตามสรรพคุณของศาสตร์การนวด แบ่งได้ 3 อย่าง ได้แก่  นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อการบำบัดรักษา นวดเพื่อการฟื้นฟูสรรถภาพ ข้อดีของการนวด  การนวดนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว หรือแม้แต่แก้อาการเจ็บป่วยบางอย่างให้บรรเทาลง โดยประโยชน์ของการนวด เช่น ส่งเสริมสุขภาพ : กระตุ้นระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยให้นอนหลับได้สบาย   เพิ่มการไหลเวียนของเลือด : อาจเพิ่มการไหลเวียนกลับของหลอดเลือดดำ และเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงเข้ามาแทนที่มากขึ้น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน