brand logo
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน

แบ่งปัน

โรคความดันต่ำ ควรกินอะไร และควรดูแลตนเองอย่างไร

หากเป็น โรคความดันต่ำ ควรกินอะไร? ควรกินอาหารที่ช่วยให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ เช่น อาหารรสเค็ม อาหารที่มีวิตามินบี 12 รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ทั้งนี้ โรคความดันต่ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเครียด การใช้ยาบางชนิด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเสียเลือดในปริมาณมาก

โรคความดันต่ำ ควรกินอะไร และควรดูแลตนเองอย่างไร

โรคความดันต่ำ คืออะไร

โรคความดันต่ำ หมายถึง ภาวะสุขภาพของร่างกายที่มีระดับความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งจะส่งผลให้มีอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เช่น วิงเวียน สายตาพร่ามัว หมดแรง หัวใจเต้นแรง

โดยปกติแล้ว โรคความดันต่ำนั้นพบได้จากหลาย ๆ สาเหตุ ดังนี้

  • การตั้งครรภ์
  • ความเครียด
  • การติดเชื้อในระดับรุนแรง
  • การแพ้อย่างรุนแรง
  • การรับประทานอาหารมื้อใหญ่
  • การรับประทานยารักษาความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า โรคพาร์กินสัน
  • การสูญเสียเลือดปริมาณมาก
  • ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับหัวใจ ต่อมไทรอยด์ หรือการทำงานที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติด
  • การเผชิญกับอุณหภูมิที่เย็นหรือร้อนมาก
  • ภาวะขาดน้ำเนื่องจากการอาเจียน ท้องร่วง หรือเป็นไข้
  • การเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกนั่งหรือลุกยืนเร็วเกินไป
  • มีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • การออกกำลังกายหักโหม

โรคความดันต่ำ ควรกินอะไร

เพื่อช่วยให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำควรบริโภคเครื่องดื่มหรืออาหารต่อไปนี้

  • น้ำเปล่าและของเหลวต่าง การเสียหรือขาดน้ำในร่างกาย ไม่ว่าจากการออกกำลังกายอย่างหนัก การอาเจียน หรืออาการท้องร่วง ล้วนส่งผลให้ระดับน้ำในกระแสเลือดและความดันโลหิตลดลง และการดื่มน้ำหรือของเหลวต่าง ๆ จะช่วยให้ระดับน้ำในกระแสเลือดสูงขึ้น พร้อม ๆ กับความดันโลหิตที่สูงขึ้นด้วย
  • อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า การขาดวิตามินบี 12 เป็นสาเหตุของภาวะโลหิตจาง ซึ่งเมื่อเป็นแล้วมักทำให้ความดันโลหิตต่ำได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันโรคความดันต่ำอาการแย่ลงกว่าเดิม จึงควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับและไตของสัตว์ หอยกาบ เนื้อวัว ปลาแซลมอน นมและผลิตภัณฑ์จากนม
  • อาหารรสเค็ม โซเดียมในเกลือหรือน้ำปลา มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำได้มากขึ้น เมื่อรับประทานเกลือหรือน้ำปลามากเพิ่มขึ้น ระดับน้ำในกระแสเลือดจะสูงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ควรบริโภคด้วยความระมัดระวัง หากบริโภคมากจนเกินไปอาจทำให้ร่างกายบวมน้ำได้
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คาเฟอีนสามารถทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ในระยะสั้น สันนิษฐานว่า เป็นเพราะคาเฟอีนมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว หรืออาจเป็นเพราะคาเฟอีนมีคุณสมบัติกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ เครื่องดื่มคาเฟอีน ได้แก่ กาแฟ ชา น้ำอัดลม ดาร์กช็อกโกแลต และเครื่องดื่มชูกำลัง

งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของคาเฟอีนต่อระดับความดันโลหิต เผยแพร่ในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition ปี พ.ศ. 2554 นักวิจัยได้ศึกษางานวิจัยจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของคาเฟอีนต่อระดับความดันโลหิต รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคคาเฟอีนและโรคหัวใจและหลอดเลือด

พบว่า คาเฟอีนมีส่วนทำให้ความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลันเป็นเวลาระยะเวลามากกว่าหรือเท่ากับ 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่พบหลักฐานที่แสดงถึงผลของการดื่มกาแฟในระยะยาวต่อความดันโลหิต และยังไม่มีหลักฐานที่สนับสนุนว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำทำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น

การดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อป้องกันโรคความดันต่ำ

โรคความดันต่ำอาจป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเอง ตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารมื้อเล็กแทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ครั้งละมาก ๆ
  • ดื่มน้ำในปริมาณมากให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณจำกัด
  • พักผ่อนและดื่มน้ำบ่อย ๆ เมื่อออกกำลังกายกลางแจ้ง โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อนหรืออบซาวน่าเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้
  • ไม่เปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็วเกินไปและพยายามลุกนั่งหรือลุกยืนช้า ๆ
fact-check
ทีม Hello คุณหมอ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 19/01/2023