ถุงตั้งครรภ์ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

    ถุงตั้งครรภ์ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

    ถุงตั้งครรภ์ หรือถุงการตั้งครรภ์ คือ ถุงบรรจุตัวอ่อนที่พัฒนาขึ้นภายในโพรงมดลูกเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ประกอบไปด้วยน้ำคร่ำและตัวอ่อน ถุงตั้งครรภ์ในระยะแรกเริ่มจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร และสามารถมองเห็นได้จากการอัลตราซาวด์ในช่วงสัปดาห์ที่ 4-5 ของการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ หากอัลตราซาวด์แล้วไม่พบถุงตั้งครรภ์ อาจเกิดจากอายุครรภ์น้อยเกินไป ตั้งครรภ์นอกมดลูก หรืออาจเกิดภาวะแท้งบุตรได้

    ถุงตั้งครรภ์ คืออะไร

    ถุงตั้งครรภ์ หรือถุงการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) เป็นถุงของเหลวทรงกลมหรือทรงรีที่ฝังตัวที่ผนังมดลูก โดยจะอยู่เยื้องไปทางผนังโพรงมดลูกด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้อยู่ตรงกลางโพรงมดลูก ถุงตั้งครรภ์เป็นที่อยู่อาศัยของตัวอ่อนในระยะแรก โดยสัปดาห์ที่ 3-4 เกิดการฝังตัวของตัวอ่อน และจะเริ่มเห็นถุงการตั้งครรภ์ในสัปดาห์ที่ 4-5 จากการอัลตร้าซาวน์ ภายในถุงตั้งครรภ์จะประกอบไปด้วยน้ำคร่ำซึ่งเป็นของเหลวที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันให้กับทารก ตัวอ่อนทารกจะมีถุงไข่แดง (Yolk sac) ที่พัฒนาขึ้นในถุงตั้งครรภ์ภายในสัปดาห์ที่ 5 ของการตั้งครรภ์คอยทำหน้าที่ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน โดยปกติจะสามารถอัลตราซาวด์พบถุงตั้งครรภ์และถุงไข่แดงได้เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 5 สัปดาห์ หรือเมื่อมีขนาดประมาณ 20 มิลลิเมตร และอาจเห็นตัวอ่อนได้เมื่อถุงตั้งครรภ์มีขนาด 25 มิลลิเมตร

    ถุงตั้งครรภ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่

    ถุงตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นประมาณ 4-5 สัปดาห์หลังจากช่วงมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย การเจริญเติบโตของขนาดของถุงตั้งครรภ์อาจใช้เป็นบ่งชี้ได้ว่าสุขภาพครรภ์ในระยะแรกเป็นปกติหรือไม่ การก่อตัวของถุงตั้งครรภ์ถือเป็นสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูกที่สามารถตรวจพบได้จากการอัลตราซาวด์ในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 4-5 ของการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ หากไม่มีอาการหรือภาวะที่น่าเป็นห่วง คุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการอัลตราซาวด์ในช่วงอายุครรรภ์นี้ โดยทั่วไป คุณหมอจะนัดอัลตราซาวด์ครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ 11-13 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ เพื่อยืนยันอายุครรภ์และประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์

    อัลตราซาวด์ไม่พบถุงตั้งครรภ์ หมายถึงอะไร

    หากในช่วงตั้งครรภ์ระยะแรก คุณหมออัลตราซาวด์ทางช่องคลอดแล้วไม่พบถุงตั้งครรภ์บริเวณโพรงมดลูกของคุณแม่ อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

    • อายุครรภ์น้อยเกินไป โดยปกติถุงตั้งครรภ์จะปรากฏที่เห็นได้จากการอัลตราซาวด์ในช่วงสัปดาห์ที่ 4-5 ของการตั้งครรภ์ หากอัลตราซาวด์เร็วเกินไปก็ยังไม่สามารถมองเห็นถุงตั้งครรภ์ได้อย่างชัดเจน คุณหมออาจแนะนำให้รอสักระยะค่อยมาอัลตราซาวด์ใหม่อีกครั้ง
    • มีภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy) เป็นการตั้งครรภ์ผิดปกติที่ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก ทำให้ไม่พบถุงตั้งครรภ์ภายในมดลูกตามปกติ หากระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์หรือเอชซีจี (hCG) เป็นปกติแต่ไม่พบถุงตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งควรได้รับการรักษาทันที
    • เกิดภาวะแท้งบุตร หากมีระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ลดลงและอัลตราซาวด์ไม่พบถุงตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณของภาวะสูญเสียทารกในครรภ์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์

    ถุงตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวอ่อน เกิดจากอะไร

    หากอัลตราซาวด์แล้วพบว่ามีถุงตั้งครรภ์ แต่กลับไม่พบตัวอ่อนอยู่ภายใน อาจเกิดจากภาวะท้องลม (Blighted ovum หรือ Anembryonic pregnancy) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากตัวอ่อนภายในถุงตั้งครรภ์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติและสลายไป เหลือไว้เพียงถุงตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก มักเกิดขึ้นในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว มีดังนี้

    • แบ่งเซลล์ของตัวอ่อนผิดปกติ
    • โครโมโซมในไข่ที่ปฏิสนธิแล้วผิดปกติ
    • การติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ โรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง (Autoimmune Diseases) หรือความผิดปกติของต่อมไร้ท่อของผู้หญิงตั้งครรภ์

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงอรกนิษฐา อรุณาทิตย์

    สูตินรีเวชวิทยา · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ศุภานิช สุริโย · แก้ไขล่าสุด 31/10/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา