ตรวจครรภ์ ด้วยตัวเองอย่างไร ให้ได้ผลแม่นยำที่สุุด

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

จากการศึกษาพบว่า การ ตรวจครรภ์ ด้วยตัวเองโดยใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์ มักให้ผลไม่แม่นยำ สาเหตุเกิดจากชุดการตรวจเหล่านี้ไม่ไวพอต่อการตรวจสอบการตั้งครรภ์ดังที่หลายคนคิด อย่างไรก็ตาม การใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์ ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและน่าพอใจ หากรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง เราจึงนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ มานำเสนอ ซึ่งจะช่วยทำให้การตรวจครรภ์ด้วยตนเองโดยใช้ชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์อ่านผลได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ความผิดพลาดที่อาจเกิดได้จากการ ตรวจครรภ์ ด้วยตัวเอง

ผลที่ได้จากชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์อาจแสดงผลผิดพลาดใน 2 กรณี คือ ผลบวกลวง และผลลบลวง

ผลบวกลวง

ผลการตรวจเป็นบวกลวง หมายความว่า เครื่องมือแสดงผลว่าคุณตั้งครรภ์ แต่จริงๆ แล้ว คุณไม่ได้ตั้งครรภ์ สาเหตุของการแสดงผลที่ผิดพลาดอาจเกิดจาก การถึงวัยหมดประจำเดือน การท้องนอกมดลูก หรือปัญหาเกี่ยวกับรังไข่ นอกจากนี้ ผลที่ได้อาจเกิดจากเกิดการแท้งหลังจากที่ไข่ที่ได้รับการผสมฝังตัวที่ผนังมดลูก หรือคุณทำการตรวจทันทีหลังจากใช้ยากระตุ้นภาวะมีบุตร ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนที่สร้างจากรก หรือหลังจากเกิดการฝังตัวของตัวอ่อน (HCG/ the human chorionic gonadotropin hormone)

ผลลบลวง

กรณีนี้เป็นผลการตรวจที่ตรงข้ามกับผลการตรวจเป็นบวกลวง กล่าวคือ คุณได้รับผลว่าคุณไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่แท้จริงแล้วคุณกำลังตั้งครรภ์ สาเหตุของผลที่ได้นี้ ได้แก่

การตรวจสอบการตั้งครรภ์เร็วเกินไป การตรวจสอบการตั้งครรภ์ทันทีหลังจากประจำเดือนไม่มานั้น เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากชุดตรวจไม่สามารถตรวจหาฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากเซลล์ของรก และเป็นตัวบ่งชี้การตั้งครรภ์ โดยปกติแล้ว ควรใช้ชุดตรวจ 1 สัปดาห์หลังจากที่ประจำเดือนไม่มา อุปกรณ์จึงจะสามารถตรวจจับระดับฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะได้

ตรวจสอบผลการตรวจทันทีโดยไม่รอเวลาที่เหมาะสม การตรวจเพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำต้องใช้เวลา ดังนั้น การอ่านผลทันทีอาจไม่ใช่แนวทางที่ดี คุณควรตั้งเวลาการตรวจตามคำแนะนำการใช้ของชุดตรวจที่ระบุไว้

ตรวจโดยใช้ปัสสาวะที่เจือจางเกินไป ช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผลที่แน่นอน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ปัสสาวะเข้มข้นที่สุด

ควรทำอย่างไรเมื่อผลการตรวจผิดพลาด

หากคุณได้ผลเป็นบวกลวง หรือคุณทำการตรวจหลายครั้ง แล้วรู้สึกสับสนกับผลการตรวจ คุณควรทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบหมอ และทำการตรวจเลือดหรืออัลตราซาวด์ เพื่อตรวจภาวะการตั้งครรภ์และให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์อย่างละเอียด

แต่หากเป็นผลลบลวง หรือประจำเดือนยังไม่มา คุณควรตรวจใหม่หลังจากการตรวจครั้งนั้นประมาณ 2-3 วัน หรือ 1 สัปดาห์

แต่ในกรณีที่คุณยังคงได้ผลลวง และประจำเดือนก็ยังไม่มาล่ะก็ คุณควรเข้าพบคุณหมอโดยเร็ว เนื่องจากภาวะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ น้ำหนักน้อยเกินไป ปัญหารังไข่ หรือความเครียด หากคุณไม่ได้ตั้งครรภ์ คุณหมอจะหาสาเหตุและวิธีการรักษาเกี่ยวกับภาวะประจำเดือนขาดต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน