home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

การเดิน ออกกำลังกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ได้จริงหรือ

การเดิน ออกกำลังกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ได้จริงหรือ

ถึงแม้โรคมะเร็งจะเกิดจากความผิดปกติของเซลล์อวัยวะภายในร่างกาย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป หากคุณมีการดูแลสุขภาพตนเองให้ดีด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจสามารถช่วยให้ลดความเสี่ยงของการโรคมะเร็งได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ การเดิน ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการบริหารร่างกายแบบพื้นฐานโดยไม่ต้องใช้แรงเยอะให้เหนื่อยกาย มาฝากทุกคนกันค่ะ

ทำไม การเดิน ออกกำลังกาย ถึง ป้องกันมะเร็ง ได้

การเดิน ออกกำลังกาย ถือเป็นการบริหารร่างกายในระดับเบา ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา หรือสถานที่ใด คุณก็สามารถออกกำลังกายด้วยการเดินได้ทุกเมื่อ ซึ่งการเดินออกกำลังกาย หรือการออกกำลังทุกประเภทอย่างเป็นประจำ อาจมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ลดระดับอินซูลิน (Insulin) และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้มีการทำงานที่ดีขึ้น พร้อมทั้งยังปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในช่วงระหว่างการรักษาโรคมะเร็งในเชิงบวกได้อีกด้วย

จากการวิจัยของสมาคมโรคมะเร็งแห่งอเมริกา พบว่า การออกกำลังกายเพียงแค่การเดิน ก็อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดไมลิออยด์ มะเร็งตับ เป็นต้น อีกทั้งทางสมาคมโรคมะเร็งแห่งอเมริกายังแนะนำอีกว่าในการเดินการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพนั้น ควรเดินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย

การเดินออกกำลังกาย มีประโยชน์ด้านสุขภาพอย่างไร

นอกจากการเดินออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งแล้วนั้น ยังอาจเป็นการเสริมสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ร่างกายของเราในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจาก ป้องกันมะเร็ง ได้อีกด้วย ดังนี้

  • เพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ในการศึกษาหนึ่งจากการทดสอบกับกลุ่มช่วงวัยผู้ใหญ่ จำนวน 1,000 คน ขณะมีการระบาดไข้หวัดใหญ่ โดยสรุปผลได้ว่า ผู้ที่เดินออกกำลังกายด้วยความเร็วปานกลางเป็นเวลา 30-45 นาที ต่อวัน มีอัตราการป่วยน้อยลงถึง 43% และช่วยให้คุณห่างไกลจากการติดเชื้อทางเดินระบบหายใจส่วนบนได้

  • ส่งเสริมการทำงานของหัวใจ

การเดินออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที อย่างน้อยเป็นเวลา 5 วัน ต่อสัปดาห์ อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 19% และอาจช่วยลดความเสี่ยงได้อีก หากคุณมีการเพิ่มระยะเวลา หรือระยะทางการเดินให้มากขึ้น

  • ปรับปรุงสุขภาพจิต

การเดินด้วยความเร็วเป็นเวลา 30 นาที อย่างน้อย 3 วัน ต่อสัปดาห์ อาจสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพจิตของคุณได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังอาจช่วยลดความวิตกกังวล อารมณ์เชิงลบ และอาการบางอย่างจากโรคซึมเศร้า ซึ่งหากคุณคิดว่าการเดินเป็นเวลา 30 นาทีค่อนข้างนานจนเกินไป อาจปรับเปลี่ยนแบ่งเป็นการเดินทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที ทดแทนได้

  • เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขา

หากต้องการสร้างความแข็งแรงในส่วนของกล้ามเนื้อขา คุณควรเปลี่ยนพื้นที่ในการเดินออกกำลังกายจากพื้นราบ เป็นเนินเขา หรือบนลู่วิ่งที่มีความลาดชันเล็กน้อย นอกจากนี้ยังอาจจำเป็นต้องมีการออกกำลังกายรูปแบบอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น การปั่นจักรยาน การวิ่งจ็อกกิ้ง หรือคาร์ดิโอ เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังขาของคุณให้มีการออกแรงมากขึ้น

การเดิน ออกกำลังกาย ควรมีการเตรียมตัวอย่างไร

ถึงจะเป็นการเดินออกกำลังระดับเบา แต่เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บเบื้องต้นก่อนการเดินออกกำลังกาย คุณควรมีการเตรียมตัว หรือปฏิบัติคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย

  • การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม โดยเลือกรองเท้าที่ไม่คับจนเกินไป มีความยืดหยุ่นต่อการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปลายเท้าถึงส้นเท้าด้านหลัง
  • มีการวอร์มร่างกาย เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อม ก่อนเริ่มการเดิน ประมาณ 2-3 นาที
  • เพิ่มระดับการเดินจากช้าไปเร็ว ซึ่งคุณควรเดินด้วยความเร็วมาตรฐานก่อนอย่างน้อย 5 นาที แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นและเดินด้วยระดับความเร็วประมาณ 2 นาที จากนั้นกลับมาเดินระดับมาตรฐานอีกครั้งด้วยเวลาเดิม
  • แบ่งการเดินเป็นช่วง ๆ ออกเป็น 3 ช่วง โดยอาจกำหนดระยะเวลาการเดินช่วงละ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัว และทำให้คุณไม่รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป

ทั้งนี้การเดินออกกำลังกายคุณสามารถปรับให้มาเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณได้ โดยอาจเป็นการเดินขึ้นบันไดธรรมดาแทนการใช้ลิฟต์ หรือเดินไปสถานที่ใกล้ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งรถประจำทาง หรือรถยนต์ส่วนตัว เป็นต้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานของร่างกายเราให้แข็งแรง และห่างไกลจากโรคร้ายได้มากขึ้น

health-tool-icon

เครื่องคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของคุณ และดูว่าคุณมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีหรือไม่ เครื่องมือนี้ยังสามารถใช้เพื่อคำนวณค่าดัชนีมวลกายของลูกคุณได้อีกด้วย

เพศชาย

เพศหญิง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What Are the Benefits of Walking? https://www.healthline.com/health/benefits-of-walking Accessed November 16, 2020

Study: Even a Little Walking May Help You Live Longer https://www.cancer.org/latest-news/study-even-a-little-walking-may-help-you-live-longer.html Accessed November 16, 2020

Exercise and malignancy: Can you walk away from cancer? https://www.health.harvard.edu/newsletter_article/Exercise_and_malignancy_Can_you_walk_away_from_cancer Accessed November 16, 2020

Boost your walking workout to lower your cancer risk https://www.mdanderson.org/publications/focused-on-health/FOH-walking-workout.h10-1589835.html Accessed November 16, 2020

Exercise Linked With Lower Risk of 13 Types of Cancer https://www.cancer.org/latest-news/exercise-linked-with-lower-risk-of-13-types-of-cancer.html Accessed November 16, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 04/12/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x